สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(2 พฤศจิกายน 2569)---------------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า PTTEP ทำกำไรสุทธิ 14,709 ล้านบาท (-45.9% qoq) ในไตรมาส 3/69 ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯและ Bloomberg consensus 20% มีสาเหตุหลักจากการบันทึกผลขาดทุนจากการด้อยค่าค่าความนิยมจำนวน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ จากโครงการ Sabah Block K ในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากเรือผลิตและกักเก็บปิโตรเลียม (FPSO) ในแหล่ง Kikeh หยุดดำเนินงานนานกว่าคาด จึงส่งผลให้มีการผลิตน้ำมันต่ำกว่าคาด ในขณะที่มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและเงินลงทุนสูงกว่าคาด
โดย PTTEP เผยว่าโครงการ Sabah Block K ยังมีค่าความนิยมเหลืออีก 35 ล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะกลับมาดำเนินการผลิตน้ำมันดิบในไตรมาส 1/70 อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการพิเศษและขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (hedging loss) จำนวน 83 ล้านเหรียญสหรัฐ บริษัทจะมีกำไรปกติทรงตัว qoq ที่ 24,273 ล้านบาทในไตรมาส 3/69 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิเคราะห์ฯ 17% จากปริมาณขายที่ดีกว่าคาดและต้นทุนต่อหน่วยที่ต่ำกว่าคาด ส่วนกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนปี 69 คิดเป็น 72%/67% ของประมาณการทั้งปีของฝ่ายวิเคราะห์ฯ/Bloomberg consensus
ทั้งนี้ ปริมาณขายเฉลี่ยต่อวันในไตรมาส 3/69 ลดลง 9.0% qoq เป็น 521 kboe ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดซ่อมบำรุงของโครงการ SK 408 ในมาเลเซีย ความต้องการก๊าซจากอ่าวไทยที่ลดลงเป็นผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซ และปริมาณขายน้ำมันจากแหล่ง Tuat ในแอลจีเรียลดลงจากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยลดลง 5.3% qoq มาอยู่ที่ 28.2 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมลดลง เช่นเดียวกับค่าเสื่อมราคาหลังมีการแก้ไขสัญญาของแหล่ง A-18 (รับรู้เป็นปริมาณสำรองที่เพิ่มขึ้น)
ขณะที่ PTTEP มีราคาขายเฉลี่ยลดลง 2.6% qoq เป็น 51.5 เหรียญสหรัฐ/boe เนื่องจากราคาขายปิโตรเลียมเหลว (น้ำมันดิบและคอนเดนเสท) ลดลง 9.3% qoq มาอยู่ที่ 90.2 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาขายก๊าซเพิ่มขึ้นเป็น 6.4 เหรียญสหรัฐ/mmbtu (+7.2% qoq) จากการปรับเงื่อนไขในสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ของโครงการ MTJDA A18-01 ซึ่งน่าจะช่วยหนุนให้ทั้งปริมาณปิโตรเลียมส่วนที่เป็นสิทธิของบริษัท (net sales entitlement) และราคาขายก๊าซเพิ่มขึ้น
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงแนะนำ “ซื้อ” PTTEP ที่ราคาเป้าหมายเดิม 175 บาท สะท้อนความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งของบริษัท โดยมีอัตราผลตอบแทนจากกระแสเงินสดอิสระ (FCF yield) อยู่ที่ 16% ในปี 69 นอกจากนี้ PTTEP ยังมีงบดุลแข็งแกร่งและน่าจะยังมีสถานะเป็นเงินสดสุทธิในปี 69-71 นอกจากนี้ คาดว่ากำไรสุทธิจะฟื้นตัว qoq ในไตรมาส 4/69 เนื่องจากจะไม่มีขาดทุนจากการด้อยค่าเหมือนไตรมาส 3/69 และปริมาณขายน่าจะเพิ่มขึ้น (เมื่อแหล่งก๊าซในอ่าวไทยกลับมาเดินเครื่องหลังการซ่อมบำรุงและแหล่งน้ำมันในแอลจีเรียมีปริมาณขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล) ขณะที่ราคาก๊าซน่าจะทรงตัวสูงที่ 6.1-6.2 เหรียญสหรัฐ/mmbtu โดยปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนคือปริมาณขายปิโตรเลียมที่สูงกว่าคาด ส่วน downside risk จะมาจากต้นทุนต่อหน่วยที่สูงกว่าคาด