2 พ.ย. 2569 11:26:31 50
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 2 พฤศจิกายน 2569 )--------สกาย กรุ๊ป (SKY) เผย Insight จากงานด้านการบินระดับนานาชาติ ชี้อุตสาหกรรมการบินกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค "Intelligent Aviation" ผ่าน 3 ระยะ ระยะแรก Analyze & Predict มุ่งนำข้อมูลจากระบบต่าง ๆ มาเชื่อมโยงและวิเคราะห์ผ่าน Aviation Data Hub เพื่อคาดการณ์แนวโน้มและสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจและยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสนามบิน ระยะสอง Personalized Services & Predictive Intelligence มุ่งนำข้อมูลมาวิเคราะห์ร่วมกับ AI เพื่อพัฒนาบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล พร้อมใช้ AI คาดการณ์ความเสี่ยงและวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ระยะสาม Empowered – Autonomous Airport ดึงเทคโนโลยี Automation, Biometrics และ Robotics เข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการสนามบินเพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางแบบไร้รอยต่อ พร้อมมองเห็นโอกาสผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาค (Regional Aviation Hub) ผ่านการนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมายกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินนายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 3 ที่ผ่านมา SKY ได้ร่วมงานประชุมด้านการบินระดับนานาชาติทั้งในประเทศสิงคโปร์ และประเทศกรีซ โดยมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนมุมมองทางธุรกิจร่วมกับเครือข่ายด้านการบินระดับโลก ซึ่งทำให้ SKY ตระหนักถึงการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการบิน และการขนส่งทางอากาศ ที่กำลังยกระดับจากการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สู่การสร้าง Intelligent Aviation ที่บูรณาการเทคโนโลยี และนวัตกรรมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Data, Agentic AI, Automation, Robotics, Biometrics ให้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมการบินสู่ Intelligent Aviation โดยเริ่มจากระยะแรก Analyze & Predict เน้นสร้าง Aviation Data Hub ที่มีบทบาทเป็น Integrated Data Platform รวมศูนย์ข้อมูลของทุกภาคส่วนในสนามบินเป็น Big Data เพื่อนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้อย่างแม่นยำ และรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ระยะที่สอง Personalized Services & Predictive Intelligence เน้นนำ Agentic AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ Aviation Big Data เพื่อสร้างประสบการณ์เดินทางที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคลมากขึ้น โดยเชื่อมโยงข้อมูลพฤติกรรมการใช้บริการ เพื่อมอบคำแนะนำและข้อเสนอที่เหมาะสมกับผู้โดยสารแต่ละบุคคล เช่น การนำเสนอสินค้าและโปรโมชันที่สอดคล้องกับความสนใจ หรือการแนะนำบริการที่เกี่ยวข้องกับจุดหมายปลายทางและแผนการเดินทาง ควบคู่ไปกับการเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการเชิงคาดการณ์ โดยใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลการปฏิบัติงานและข้อมูลทางเทคนิคของอากาศยาน เพื่อประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ช่วยให้หน่วยงานซ่อมบำรุงสามารถวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) ได้ล่วงหน้า ลดโอกาสการเกิดข้อขัดข้องและเพิ่มความปลอดภัยในการปฏิบัติการบิน และระยะสาม Empowered – Autonomous Airport เน้นการนำเทคโนโลยี Automation ที่ทำงานร่วมกับ Big Data และ AI มาบริหารจัดการสนามบิน ทั้ง Biometrics, Humanoid, และ Robotics เพื่อส่งเสริมประสบการณ์โดยสารเครื่องแบบไร้รอยต่อ"อุตสาหกรรมกำลังให้ความสำคัญเรื่องการเชื่อมโยง Data จากหลายภาคส่วนเข้าด้วยกัน เพื่อให้ทุกหน่วยงานมองเห็นภาพรวม และทำงานแบบ Synchronize กันมากขึ้น และการนำเทคโนโลยี Automation มาประยุกต์กับธุรกิจในสนามบิน เพื่อช่วยให้สนามบินรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น เช่น Humanoid ที่สามารถแนะนำการใช้บริการสนามบินได้เหมือนมนุษย์ หรือ Conventional Robot ที่ช่วยขนย้ายสัมภาระ หรือพัสดุบนสายพานสนามบินอีกเทรนด์ที่น่าสนใจ คือ eVTOL (อากาศยานไฟฟ้าไร้ขนขับ) กำลังเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ อย่างธุรกิจ eVTOL โดยสารที่ให้บริการจริงในประเทศจีน และสหรัฐฯ สามารถรับส่งผู้โดยสารได้ครั้งละ 1 – 6 คนต่อเที่ยว ธุรกิจ eVTOL Logistic ที่ช่วยเรื่องการขนส่งในพื้นที่ที่เข้าถึงยาก เช่น บนภูเขา งานช่วยเหลือฉุกเฉินที่ eVTOL สามารถช่วยเหลือคนที่ติดบนตึกสูงได้อย่างรวดเร็ว" นายสิทธิเดช กล่าวนายสิทธิเดช ระบุเพิ่มเติมว่า ทิศทางของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ช่วยส่งเสริมประเทศไทยสู่การเป็น Regional Aviation Hub เนื่องจากสนามบินไทยกำลังได้รับความเชื่อมั่นในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และมาตรฐานการกำกับดูแลภายในสนามบิน ไม่ว่าจะเป็น การจัดตั้ง Flight Operations Center of Excellence ภายใต้ Skywise ซึ่งเป็นศูนย์สนับสนุนธุรกิจการบินดิจิทัลในระดับภูมิภาคโดย Airbus และ ICAO รวมถึงประเทศไทยกำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในสนามบินอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร SAT-1 และรันเวย์ 3 ภายในสุวรรณภูมิ การเดินหน้าแผนพัฒนาสนามบินดอนเมืองเฟสใหม่ และการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นศูนย์กลางในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการรองรับผู้โดยสาร และนักท่องเที่ยวได้ 150 – 200 ล้านคนต่อปี นอกจากนี้ ประเทศไทยยังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคเอเชียตะวันออก เอเชียใต้ ยุโรป และออสเตรเลีย จึงมีศักยภาพในการเป็นจุดเปลี่ยนผ่าน (Transit Hub) และคลังสินค้าทางอากาศระดับโลก (Air Cargo Hub)"ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา SKY มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีอัจฉริยะมาให้บริการภายในสนามบินไทย ไม่ว่าจะเป็น ระบบเช็คอินและออกตั๋วผู้โดยสาร (CUPPS), ระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS), ระบบโหลดกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD), ระบบประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติ (SBG) รวมถึงเทคโนโลยี Biometrics เพื่อส่งเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็น Regional Aviation Hub โดยช่วงปลายปี SKY จะนำร่องพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์ Humanoid เพื่อให้บริการภายในสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมศูนย์ปฏิบัติการอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการปฏิบัติงานภาคพื้นดินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น" นายสิทธิเดช กล่าว#SKY #SKYGROUP #สกายกรุ๊ป #SKYICT #สกายไอซีที #AviationTrend #IntelligentAviation
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
นายกล้วยหอม วันนี้ หุ้นไทย ระหว่าง ชั่วโมงการซื้อขาย คงเด้ง ขึ้น เด้ง ลง สลับไปมา ในกรอบแนวรับ แนวต้าน รอบนี้ ....
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ต่อยอดการใช้เชื้อเพลิงชีวมวลร่วมในกระบวนการผลิตไฟฟ้า....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์