คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง : ท่ามกลางการเลือกเก็งกำไรรายตัวในหุ้นที่จะประกาศผลประกอบการ3Q69 ออกมาดี หลัง PCE สหรัฐออกมาตามคาด และตลาดรอจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางใกล้ชิดก่อนถึงวันเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐใน
สัปดาห์หน้า
แนวรับ-ต้าน
1,540 -1,550
กลยุทธ์การลงทุน
1) คาดผลการดำเนินงานในช่วง 3Q69 เติบโต:ADVANC, BDMS, BH, BTG, HANA, KCE, TRUE
2) *รับความเสี่ยงได้*Trading ตามราคาพลังงาน:PTTEP, PTT
3) รับมาตรการภาครัฐ: CRC, DOHOME, GLOBAL,GULF,GUNKUL,HMPRO,KTB,MTC,SAWADSCC, SOLAR
4) Selective : AWC, RCL, TTB, TTW
งบ และ น้ำมัน ยังสำคัญกับตลาด
PCE ตามคาด ตลาดเริ่มหันไปใส่ใจงบแทน : ตัวเลข PCE เดือน ก.ย.ออกมาขยายตัว 3.6%y-y และ 0.5%m-m ซ่ึงเร่งตัวขึ้นจากเดือน
ก่อนที่ 3.4%y-y และ 0.3%m-m แต่ตัวเลขที่ออกมาเป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ เช่นเดียวกับ Core PCE ที่ออกมาขยายตัวตามคาดที่3.1%y-y และ 0.3%m-m ตลาดตอบรับกับตัวเลขดังกล่าวค่อนข้างจำกัด ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลงกว่า 1.38% ซ่งึเป็นการปรับตัวลงแรงกว่าดัชนีอื่นของสหรัฐ ด้วยแรงกดดันจากผลประกอบการของAlphabet ที่ออกมาต่ากว่าคาดมาก ทำให้หุ้นดังกล่าวปรับตัวลงกว่า12.64% นอกจากนี้ หุ้นที่เป็น Supplier ให้ อย่าง Nvidia แล ะBroadcom ปรับตัวลงตามเช่นกัน ภาพดังกล่าวชี้ว่านักลงทุนเริ่มโยกความสนใจจากภาพทิศทางอัตราดอกเบี้ยเฟดไปยังการประกาศผลประกอบการ หลังเฟดย้ำว่าได้เข้าสู่โหมด Wait & See จึงมองธีมหุ้นที่จะประกาศผลประกอบการ 3Q69 ออกมาดียังเป็นธีมที่น่าสนใจ
ราคาน้ำมันอาจช่วยหุ้นพลังงานให้กลับมาทรงตัว : วานนี้ราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นปรับตัวลงแรงรับการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ ซ่ึ่งมองในวันนี้หุ้นกลุ่มพลังงานอื่นๆมีโอกาสชะลอการปรับตัวลงหลังราคาน้ำมันดิบ WTI กลับมาแกว่งตัวเหนือระดับ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้อีกครั้ง หลัง ทรัมป์ออกมาข่มขู่ว่าหากการเจรจากับอิหร่านไม่เป็นผล สหรัฐ และอิสราเอลจะทำการโจมตีอิหร่านอกี ครั้งโดยครั้งนี้อาจโจมตียาวนานถึง 1 สัปดาห์ซ่งึหากองิตามกำหนดการณ์เดิมการเปิดฉากโจมตีจะเริ่มข้ึนหลังการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในวันที่ 3 พ.ย. ทำให้ความไม่แน่นอนในภาพสงครามในตะวันออกกลางยังคงมีสูงสำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้และสนใจในหุ้นพลังงานอาจเน้นเป็นการ Trading ในหุ้นกล่มุ พลังงานสั้น ๆหากมีจังหวะการปรับตัวขึ้น ส่วนถ้ารับความเสี่ยงได้จำกัดแนะนำลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นแทนไปก่อน ในช่วงที่ความไม่แน่นอนต่างๆยังมีสูง
ปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามในสัปดาห์หน้า : TH- ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อไทย(Oct), US- ISM Manufacturing PMI (Oct)/ S&P GlobalManufacturing and Services PMI (Oct)/ Nonfarm Payrolls(Oct)/ JOLTS Job Openings (Sep)/ Average Hourly Earnings(Oct)/ Unemployment Rate (Oct), EU- CPI(Oct), UK- BoEInterest Rate Decision (Nov
ปัจจัยเพิ่มเติม
(+)รายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ e-Conomy SEA 2026คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจดิจิทัลไทยจะมีมูลค่าสินค้ารวม (Gross MerchandiseValue: GMV) $7.2 หมื่นล้านในปี 2569 เติบโต 19% y-y
(+)ททท.เปิดตัวโครงการประกอบด้วย 1)บินเที่ยวทั่วไทย ฮีลใจทุกทริป 2)AmazingThailand เที่ยวทั่วไทยไปกับทัวร์และ 3) เส้นทางคนโสด SINGLE JOURNEY2026โสดแล้วไงไปด้วยกัน คาดสร้างรายได้ทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 629 ล้านบาท
(+)SME D Bank ออกโครงการ “สินเชื่อปลุกพลัง SME ประสบอุทกภัย” วงเงินรวม 400 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบ ให้มีเงินทุนเพียงพอ นำไปฟื้นฟูสถานประกอบการ และฟื้นฟูธุรกิจ
(-) Toyota Motor เผยว่ายอดขายทั่วโลกลดลง 2.2% y-y เหลือ 860,107 คันขณะที่ยอดการผลิตทั่วโลกลดลง 3.2% อยู่ที่ 889,079 คัน หลังได้รับแรงกดดันจากการหดตัวในจีนและตะวันออกกลาง
ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน
ธีรดา ชาญยิ่งยงค์IAA - นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์ และทางเทคนิค #9501
ชุติกาญจน์ สันติเมธวิรุฬ, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #37928
ภัทรดนัย จตุรพร, IAA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #094041
พศุตม์ โงวิวัฒน์ชัย, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #127632
ชนพัฒน์ สุวิยานนท์, IAA, CISA – นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน
ด้านตลาดทุน และทางเทคนิค #139549
ฐนพงษ์ แซ่โล้ – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
วัชรพล สร้างกุศล – ผู้ช่วยนักวิเคราะห์