BAY : ผลประกอบการ 3Q26 เป็นไปตามคาด
BAY รายงานกำไรสุทธิใน 3Q26 อยู่ที่ 8.66 พันล้านบาท (-1% YoY, +4% QoQ) สอดคล้องกับประมาณการของเราและ Bloomberg Consensus โดยภาพรวม ผลการดำเนินงานเป็นไปตามแนวโน้มและความคาดหวังที่มีมาก่อนหน้านี้ ประเด็นสำคัญมีดังนี้
ธุรกิจในอาเซียนยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แม้อัตราส่วน NPL จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 13.0% แต่การขยายตัวของสินเชื่ออย่างค่อยเป็นค่อยไป (+1.8% QoQ) ประกอบกับ Credit Cost ที่ลดลง 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 17.4% และ Coverage Ratio ที่เพิ่มขึ้นเป็น 136% จาก 112% ในไตรมาสก่อน สะท้อนถึงพัฒนาการเชิงบวกของคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ
ภาพรวมธุรกิจในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเช่นกัน เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวม รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 1% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ขยายตัว 2 bps สู่ระดับ 4.60% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ขณะที่สินเชื่อโดยรวมทรงตัว เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจลูกค้าองค์กร (+0.9% QoQ) ถูกชดเชยด้วยการหดตัวของสินเชื่อ SME (-1.8% QoQ) สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (-0.4% QoQ) และสินเชื่อผู้บริโภค (-0.6% QoQ)
คุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังคงมีเสถียรภาพ ยกเว้น NPL ในธุรกิจอาเซียนที่อาจมีความผันผวนในบางช่วง ต้นทุนสินเชื่อลดลงมาอยู่ที่ 2.22% จาก 2.37% ในไตรมาสก่อนหน้า โดยไม่ส่งผลกระทบต่อ Coverage Ratio ซึ่งเพิ่มขึ้นอีก 5 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 140%
รายได้ค่าธรรมเนียมลดลง 5% QoQ โดยมีสาเหตุหลักจากค่าธรรมเนียมของธุรกิจในอาเซียน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการนำ PT Home Credit Indonesia ออกจากการรวมงบการเงินในช่วงปลาย 2Q26
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี โดยลดลง 1% QoQ ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) ทรงตัวที่ 45.7%
คงคำแนะนำ “ถือ”
เรามองว่าประเด็นการฟื้นตัวของธุรกิจในอาเซียนได้สะท้อนอยู่ในราคาหุ้นปัจจุบันไปมากแล้ว ขณะที่ปัจจัยสนับสนุนการปรับตัวขึ้นของราคาหุ้นเพิ่มเติมอาจมาจากการเพิ่มผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น เช่น การปรับเพิ่มอัตราการจ่ายเงินปันผล อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันเรายังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนในประเด็นดังกล่าว ดังนั้น เราจึงคงคำแนะนำ “ถือ” สำหรับ BAY โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 43.00 บาท