Today’s NEWS FEED

News Feed

'TIPAK' ปักธงสร้างผลงานโตตามแผน เดินเกมอัปเกรดเทคโนโลยีกระบวนการผลิต มุ่งสู่ Zero Defect วางเป้าหมายปี 2570 ลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย 1–3%

99

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 19 ตุลาคม 2569 )--------'บมจ.อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์' หรือ TIPAK ประกาศยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Defect ยกระดับโรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรีสู่ Smart Factory ด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติขั้นสูง ลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (ไม่รวมวัตถุดิบ) 1–3% ภายในปี 2570 เทียบกับฐานปี 2569 เดินหน้ารุกตลาดบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) รองรับการเติบโตของ E-Commerce อาหาร-เครื่องดื่ม และกระแสรักษ์โลก รวมถึงรับปัจจัยบวกจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมกระดาษส่งสัญญาณขยายตัวต่อเนื่องดันอัตราการใช้กำลังการผลิตพุ่ง วางเป้าหมายก้าวสู่ผู้ผลิตแถวหน้าของประเทศภายใน 3–5 ปี


นายวีรชัย มั่นสินธร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมไทยบรรจุภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPAK หนึ่งในผู้นำการพัฒนา ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทฯ วางยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมาย Zero Defect ลดของเสียในกระบวนการผลิตของโรงงานสมุทรสาครและปราจีนบุรีให้เป็นศูนย์ โดยมุ่งลดของเสียในกระบวนการผลิตให้ต่ำที่สุด ด้วยงบลงทุน 100 ล้านบาท ในปี 2570 ซึ่งจะครอบคลุม 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การยกระดับสายการผลิตอัตโนมัติ ช่วยลดความสูญเสีย (Waste) และเพิ่มความรวดเร็ว 2.ขับเคลื่อนดิจิทัลและระบบอัจฉริยะ ซึ่งจะใช้ระบบ SCADA ในสายการผลิต ระบบบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ (Predictive Maintenance: PdM) และระบบติดตาม OEE แบบ Real-time เพื่อวิเคราะห์และแก้ปัญหาได้ทันท่วงที และ 3.ระบบควบคุมคุณภาพขั้นสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตและยกระดับอัตราการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน (Quality Rate) ให้สูงขึ้น


ทั้งนี้บริษัทฯ วางเป้าหมายจะลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วย (ไม่รวมวัตถุดิบ) 1–3% ภายในปี 2570 เทียบกับฐานปี 2569  พร้อมเดินหน้ายกระดับโรงงานสู่การเป็น Smart Factory ด้วยเทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติสมัยใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความได้เปรียบจากการเพิ่มความยืดหยุ่นในการกำหนดราคาที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนของบริษัทฯ มาจากวัตถุดิบเป็นหลัก โดยเฉพาะกระดาษม้วนที่มีราคาผันผวนตามตลาดโลก การเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องจักรจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในระยะยาว


สำหรับแผนธุรกิจมุ่งขับเคลื่อนกลยุทธ์การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ (Product Mix Strategy) เพื่อยกระดับสัดส่วนยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมกล่องกระดาษลูกฟูก (Corrugated Box) ให้มีคุณสมบัติพิเศษเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ การป้องกันความชื้น,  สารเคลือบฟังก์ชันพิเศษเพื่อยืดอายุผักและผลไม้, การยับยั้งเชื้อราและจุลินทรีย์ ตลอดจนบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติต้านทานน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การพิมพ์ลายคุณภาพสูง และบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งระยะไกล ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์กระดาษเพื่อความยั่งยืนที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในส่วนของแผ่นกระดาษลูกฟูก (Corrugated Sheet) มุ่งรักษาระดับการใช้กำลังการผลิต (Capacity Utilization) ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ


นายวีรชัย กล่าวต่อว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษลูกฟูกและกระดาษแข็งลูกฟูก และบรรจุภัณฑ์จากกระดาษยังมีทิศทางที่ดี โดยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรก 2569 เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นหนึ่งใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ดัชนีผลผลิตขยายตัวต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีแรกปี 2569 แม้ภาคการผลิตโดยรวมเผชิญกับภาวะชะลอตัว และคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์กระดาษในปี 2570 จะเติบโต 2.9% โดย Euromonitor คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาด E-commerce ของประเทศไทยในอีก 5 ปี (2568–2573) จะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 8% สู่ระดับ 1.82 ล้านล้านบาท ตลาดกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) 4% สู่ระดับ 1.52 ล้านล้านบาท รวมทั้งเทรนด์รักษ์โลกคาดว่ามูลค่าตลาด Sustainable Paper Packaging ของกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) จะอยู่ที่ 44.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2572 เติบโตเฉลี่ยปีละ 8.0% (CAGR ปี 2567-2572)


ขณะที่โรงงานทั้งสองแห่งของบริษัทฯ มีความพร้อมสูงสุดในการรองรับดีมานด์ที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีกำลังการผลิตแผ่นกระดาษลูกฟูกรวมกันกว่า 140,000 ตันต่อปี มีอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ปี 2568 อยู่ที่ 75% และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 78% และ 80% ในปี 2569 และ 2570 ตามลำดับ ส่วนกล่องกระดาษลูกฟูกมีกำลังการผลิตกว่า 170 ล้านกล่องต่อปี และอัตราการใช้กำลังการผลิต (U-rate) ในปี 2568 อยู่ที่ 54% และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็น 56% และ 57% ในปี 2569–2570 ตามลำดับ ซึ่งการมุ่งสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันด้วยโซลูชันแบบครบวงจร การรุกขยายกลุ่มบรรจุภัณฑ์มูลค่าสูง (High-Value) ที่มีมาร์จิ้นสูง ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านโรงงาน จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งและผลักดันให้ TIPAK ก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตกระดาษลูกฟูกและกล่องกระดาษลูกฟูกแถวหน้าของประเทศภายใน 3–5 ปีข้างหน้า ตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการบรรจุภัณฑ์ครบวงจรของประเทศไทยที่เติบโตอย่างยั่งยืน

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รอสัญญาณ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าที่ผ่านมา SET ยังมีทิศทางไม่ชัดเจน รอสัญญาณว่าจะกลับตัวขึ้น หรือ หมุนตัวเข้าแดน.....

ลงซื้อ หุ้นใหญ่ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ตลาดหุ้นไทย วันนี้ ถ้าลง ก็ต้องหาจังหวะซื้อ ทยอยซื้อหุ้นใหญ่ ที่มีกำไร มีจ่ายเงินปันผล ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้