สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(16 ตุลาคม 2569)---------บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP เดินหน้ายกระดับ "OSP Bottle to Bottle" สู่การเป็นโครงการเรือธงด้านความรับผิดชอบขององค์กร (CSR) มุ่งส่งเสริมการเก็บกลับขวดแก้วหลังการบริโภค โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็กที่มีโอกาสหลุดออกจากระบบ เพื่อนำมาคัดแยกและรีไซเคิลเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตขวดแก้วใบใหม่ พร้อมขยายความร่วมมือกับชุมชน ผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่า พันธมิตรทางธุรกิจ และพนักงาน เพื่อสร้างระบบหมุนเวียนขวดแก้วที่สามารถขยายผลได้ในระยะยาว หรือ Closed-Loop Glass Circularity
คุณมุกดา ไพรัชเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ตลอด 135 ปีที่ผ่านมา โอสถสภาเติบโตเคียงคู่สังคมไทยด้วยความเชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจควรเดินไปพร้อมกับการสร้างคุณค่าให้กับสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม OSP Bottle to Bottle เป็นโครงการที่เชื่อมโยงกับธุรกิจของเราโดยตรง เพราะขวดแก้วเป็นหนึ่งในบรรจุภัณฑ์หลัก และความรับผิดชอบของเราครอบคลุมถึงการนำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบเพื่อสร้างคุณค่าอีกครั้ง สำหรับโอสถสภา ซึ่งมีการผลิตสินค้าในระดับพันล้านขวด การเพิ่มการเก็บกลับขวดแก้วสามารถช่วยลดการใช้วัตถุดิบใหม่ ลดพลังงานในการผลิต และลดโอกาสที่ขวดแก้วจะตกค้างในสิ่งแวดล้อม เราจึงยกระดับ OSP Bottle to Bottle ให้เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการหมุนเวียนทรัพยากร โดยใช้กลยุทธ์ CSR สร้างความตระหนักและการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะการนำขวดแก้วขนาดเล็กกลับเข้าสู่ระบบให้ได้มากขึ้น เรามุ่งมั่นรวบรวมเศษแก้วให้ได้ 625,000 ตันภายในปี 2030 ซึ่งคิดเป็น 99% ของประมาณการยอดขาย M-150 ระหว่างปี 2026-2030 สะท้อนความตั้งใจที่จะนำบรรจุภัณฑ์หลังการบริโภคกลับมาสร้างคุณค่าอย่างเป็นรูปธรรม จากนี้ถึงปี 2030 เราจะเดินหน้าขยายพื้นที่ดำเนินงาน ช่องทงการรวบรวม และเครือข่ายพันธมิตร เพื่อให้การคัดแยกและเก็บกลับขวดแก้วเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น และขยายผลจากการลงมือทำของแต่ละคนสู่การหมุนเวียนทรัพยากรในวงกว้าง
การขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ OSP ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่ายในพื้นที่ ชุมชน และ พนักงานจิตอาสา"โอสถสภา หัวใจทำดี" จัดกิจกรรมเก็บและคัดแยกขยะบริเวณ ชายหาดแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี และส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง
นายอุกกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า การจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง การนำขยะขวดแก้วขนาดเล็กที่ตกค้างกลับเข้าสู่ระบบ นอกจากจะช่วยลดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม ผู้คน และสัตว์ในพื้นที่แล้ว ยังสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจในชุมชนและในระดับมหภาคได้อีกด้วย กรมฯ จึงยินดีที่ได้เข้ามามีส่วนร่วมในภาคีเครือข่ายโครงการ OSP Bottle to Bottle ของโอสถสภาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ และเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการดูแลรักษาทรัพยากรชายฝั่งของกรมฯ อีกด้วย
สำหรับขวดแก้วที่รวบรวมได้จากกิจกรรม จะถูกนำไปคัดแยกและรีไซเคิลเป็น เศษแก้ว (cullet) ก่อนนำกลับมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตขวดใบใหม่ ช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและพลังงาน และทำให้ขวดแก้วหลังการบริโภคสามารถกลับมาสร้างคุณค่าได้อีกครั้ง
นายอดิเรก อุ่นโอสถ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี กล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกด้านคือการสร้างความเข้าใจและการส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมกันปกป้องดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ของตนเองจนเป็นวิถีชีวิต ซึ่งจังหวัดชลบุรีได้ดำเนินการอย่างจริงจัง การที่ภาคธุรกิจ ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่ได้มาร่วมลงมือทำในวันนี้ จึงไม่เพียงช่วยดูแลพื้นที่ชายฝั่ง แต่ยังเป็นโอกาสให้ทุกคนเห็นว่าตนเองสามารถมีส่วนร่วมในการดูแลสิ่งแวดล้อมได้ หากความร่วมมือนี้สามารถต่อยอดและขยายไปสู่ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ ก็จะช่วยสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
สำหรับ OSP การเก็บกลับขวดแก้วหลังการบริโภคเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการขวดแก้วตามแนวทาง Closed-Loop Glass Circularity ที่ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและขนส่ง ไปจนถึงการจัดการหลังการบริโภค โดยโครงการ OSP Bottle to Bottle มีบทบาทสำคัญที่ช่วยนำขวดแก้วใช้แล้วกลับเข้าสู่วงจร เพื่อหมุนเวียนเป็นวัตถุดิบสำหรับการผลิตขวดใบใหม่ภายใต้แนวทางดังกล่าว OSP ตั้งเป้ารวบรวมเศษแก้ว 625,000 ตันภายในปี 2030 พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายและช่องทางการเก็บกลับ เพื่อให้ขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบรีไซเคิลได้มากขึ้น ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่เชื่อมโยงผู้เก็บและผู้รับซื้อของเก่าโดยตรง เพื่อเพิ่มโอกาสในการรวบรวมขวดแก้ว โดยเฉพาะขวดแก้วขนาดเล็ก ผ่านกลไกราคาที่เป็นธรรม (Fair Pricing) และการชำระเงินที่รวดเร็ว (Faster Payment) เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเก็บกลับขยายเครือข่ายพันธมิตร ทั้งภาคธุรกิจ ผู้รับซื้อของเก่า ชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มจุดและช่องทางการรวบรวม รวมถึงความร่วมมือกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และบริษัทสมาชิก 40 แห่ง ในการส่งเสริมการคัดแยกและรวบรวมขวดแก้วตั้งแต่ต้นทาง และรวมพลังพนักงานจิตอาสา "โอสถสภา หัวใจทำดี" ผ่านกิจกรรมรวบรวมขวดแก้วและกิจกรรมดูแลสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ชุมชน เปลี่ยนเรื่องความยั่งยืนจากแนวคิดระดับองค์กรให้กลายเป็นการลงมือทำที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ในวาระ 135 ปี โอสถสภาพร้อมผลักดันโครงการ OSP Bottle to Bottle ให้เป็น Signature CSR Project เพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำขวดแก้วหลังการบริโภคกลับเข้าสู่ระบบและสร้างคุณค่าอีกครั้ง เปลี่ยนปลายทางของขวดแก้วให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของวงจรใหม่ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกินหมุนเวียนในขวดแก้วขนาดเล็ก สร้างคุณค่าแก่สิ่งแวดล้อม สังคมและธุรกิจอย่างยั่งยืน