สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 14ตุลาคม 2569)-------------สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แถลงชี้แจง “ตราสัญลักษณ์ MiT” ย้ำเป็นเครื่องหมายรับรองสินค้าที่ผลิตในประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทำหน้าที่เสมือนการ “ระบุสัญชาติสินค้าไทย” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่หน่วยงานภาครัฐและผู้ซื้อ พร้อมเดินหน้าพัฒนาระบบนิเวศสินค้าไทย ยกระดับกระบวนการรับรองและการตรวจสอบย้อนกลับ และเสริมความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศด้วยมาตรฐาน ISO 27001 เพื่อขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยสู่เป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันพบสินค้าบางประเภทระบุข้อความ “Made in Thailand” ลงบนผลิตภัณฑ์โดยตรง ส.อ.ท. จึงขอชี้แจงให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่า คำว่า Made in Thailand เป็นคำสามัญทั่วไปที่สื่อว่าสินค้านั้นผลิตหรือประกอบขึ้นภายในประเทศไทย โดยผู้ผลิตในประเทศสามารถระบุข้อความดังกล่าวได้ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง แต่ข้อความดังกล่าว ไม่ใช่ “ตราสัญลักษณ์รับรอง MiT” และไม่เทียบเท่ากับสินค้าที่ผ่านกระบวนการรับรองของ ส.อ.ท.
“สิ่งสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันคือ MiT ไม่ใช่ ‘นโยบาย’ ของรัฐบาล และไม่ใช่ ‘มาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์’ อย่างเช่น มอก. ที่เน้นทดสอบความปลอดภัย แต่ MiT คือ ‘ตราสัญลักษณ์รับรอง’ ที่ทำหน้าที่เสมือนการระบุสัญชาติไทยให้กับสินค้า เพื่อยืนยันคุณสมบัติด้านการผลิตในประเทศตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด”
ส.อ.ท. เป็นหน่วยงานเพียงผู้เดียวที่ได้รับมอบหมายตามกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมหรือสนับสนุน พ.ศ. 2563 ภายใต้ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างฯ พ.ศ. 2560 ให้มีอำนาจพิจารณาออกใบรับรองและขึ้นทะเบียนสินค้า ซึ่งสินค้าที่ได้รับการรับรองจะต้องแสดง “ตราสัญลักษณ์ MiT” ที่ ส.อ.ท. จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไว้อย่างเป็นทางการ พร้อมมีระบบ QR Code บนใบรับรองเพื่อตรวจสอบย้อนกลับได้ทันที ป้องกันการแอบอ้างและสวมสิทธิ์ เพื่อให้ภาครัฐมีกลไกในการระบุชี้ชัดได้ว่าสินค้าใดเป็นของไทยอย่างแท้จริง
นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. ตั้งเป้าขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยสู่ 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570 โดยมุ่งให้สินค้าที่ผู้ประกอบการไทยผลิตและได้รับการรับรอง MiT แล้วมีโอกาสเข้าสู่การจัดซื้อจัดจ้างมากขึ้น และเกิดคำสั่งซื้อจริงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ณ เดือนตุลาคม 2569 มีสินค้า MiT ที่มีสถานะ Active กว่า 40,000 รายการ และมีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐแล้วกว่า 100,000 ล้านบาท โดยกลุ่มสินค้าที่ขึ้นทะเบียน MiT สูงสุดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ วัสดุก่อสร้าง ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ พลาสติกและปิโตรเคมี เครื่องจักรกล รวมถึงอุปกรณ์และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน
นอกเหนือจากการรับรองสินค้า ส.อ.ท. มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน และหน่วยงานผู้ซื้อ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเลือกใช้สินค้าไทยด้วยกันอย่างเข้มแข็ง เมื่อเงินงบประมาณและเม็ดเงินจากการจัดซื้อหมุนเวียนกลับมาเป็นคำสั่งซื้อให้กับผู้ผลิตในประเทศ จะช่วยสนับสนุนกำลังการผลิต การจ้างงาน และการเติบโตของห่วงโซ่อุปทานไทย รวมถึงเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงตลาดและเติบโตไปพร้อมกับภาคอุตสาหกรรม
ด้าน นางกนิษฐ์ เมืองกระจ่าง รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสายงานมาตรฐานอุตสาหกรรมและศักยภาพในการแข่งขัน และประธานคณะกรรมการกำกับงาน Made in Thailand (MiT) ส.อ.ท. พร้อม ดร.ณรัณ ศิริสันธนะ ประธานคณะอนุกรรมการกำกับงาน MiT ขานรับนโยบายประธาน ส.อ.ท. พร้อมเดินหน้าวางแนวทางการดำเนินงานเชิงปฏิบัติการ โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ และการขยายผลการใช้งานจริง ผ่านการยกระดับกระบวนการรับรอง การตรวจสอบภายหลัง และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล โดยมีภารกิจขับเคลื่อนสำคัญ ดังนี้
กระบวนการรับรองมาตรฐานสากล สูตรคำนวณต้นทุน และระบบ Post Audit
การรับรอง MiT ยึดเกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าการผลิตในประเทศตามสูตร ASEAN Local Content Scheme ซึ่งต้องมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบและแรงงานในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 และมีสูตรการคำนวณตามแนวทางที่องค์การการค้าโลก (WTO) ยอมรับ จึงไม่ใช่การกีดกันทางการค้า นอกจากนี้ ส.อ.ท. ยังมีกลไกตรวจสอบภายหลัง (Post Audit) ทั้งการตรวจเอกสารรายละเอียดต้นทุนและการลงสุ่มตรวจสถานประกอบการจริง เพื่อสร้างความมั่นใจแก่หน่วยงานผู้ซื้อว่าไม่มีการสวมสิทธิ์สินค้า
ระบบสารสนเทศมั่นคงปลอดภัยมาตรฐาน ISO 27001
เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล และคลายความกังวลเรื่องข้อมูลรั่วไหล (Data Leakage) ส.อ.ท. ได้วางระบบการรับรอง MiT ภายใต้มาตรฐาน ISO 27001 ซึ่งเป็นมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศระดับสากล เพื่อปกป้องเอกสารต้นทุน ข้อมูลส่วนบุคคล และความลับทางการค้าของสมาชิกอย่างรัดกุม
การพัฒนาระบบดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ทั้งผู้ประกอบการที่ยื่นขอรับรองและหน่วยงานผู้ซื้อ ว่าสินค้าที่ได้รับตราสัญลักษณ์ MiT ผ่านกระบวนการรับรองตามหลักเกณฑ์ มีระบบตรวจสอบย้อนกลับ และมีการดูแลข้อมูลอย่างมั่นคงปลอดภัย
ส.อ.ท. จึงขอให้ ทุกหน่วยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจร่วมส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสินค้า MiT ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์และทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ทั้งการจัดซื้อพัสดุเพื่อใช้งานประจำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อขยายผลจากการรับรองไปสู่การใช้งานจริง และร่วมขับเคลื่อนมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุไทยให้บรรลุเป้าหมาย 200,000 ล้านบาท ภายในปี 2570
โดยเฉพาะในสถานการณ์ปัจจุบันที่หลายพื้นที่ประสบอุทกภัย ส.อ.ท. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาจัดซื้อจัดจ้างสินค้าที่ได้รับการรับรอง MiT เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัย ทั้งการซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคของภาครัฐ และอาคาร อาทิ วัสดุก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมถนนผลิตภัณฑ์สำหรับระบบน้ำและสุขาภิบาล อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า เช่น สายไฟและเคเบิล หม้อแปลงไฟฟ้า และตู้ควบคุมไฟฟ้า รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด ตลอดจนครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำนักงาน โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติและมาตรฐานตรงตามความต้องการใช้งาน ภายใต้หลักเกณฑ์การจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้อง โดย ส.อ.ท.พร้อมเชิญชวนภาคเอกชนเลือกใช้สินค้า MiT ในการฟื้นฟูโรงงานและสถานประกอบการด้วยเช่นกัน
การใช้สินค้า MiT ในงานฟื้นฟูและเยียวยาพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้ จะช่วยให้เม็ดเงินที่ใช้ในการซ่อมแซมกลับมาเป็นคำสั่งซื้อแก่ผู้ผลิตในประเทศ รวมถึงผู้ประกอบการ SMEs และผู้ผลิตชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบในห่วงโซ่อุปทาน สนับสนุนการกลับมาดำเนินธุรกิจ การรักษาการจ้างงาน และการหมุนเวียนรายได้ในพื้นที่ จึงเป็นการเชื่อมโยงการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติเข้ากับการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย เพื่อให้ทั้งพื้นที่ประสบภัยและภาคธุรกิจฟื้นตัวไปพร้อมกัน ส.อ.ท. จึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการไทยร่วมขึ้นทะเบียนตราสัญลักษณ์ MiT และขอเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกัน “เลือกใช้พัสดุไทย เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน