Today’s NEWS FEED

News Feed

Bridgestone Formula E World Premiere บริดจสโตนเดินหน้าสู่บทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียว สำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship

49

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (2 ตุลาคม 2569 ) ---- บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ประกาศเริ่มต้นบทบาทใหม่ในฐานะผู้จัดหายางรถยนต์แต่เพียงผู้เดียวสำหรับการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship*1 ซึ่งเป็นการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลก ในฤดูกาล 2026/27*2 โดยการแข่งขัน Formula E ฤดูกาลใหม่จะเป็นการเปิดตัวรถแข่ง GEN 4  ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความเร็ว ความยั่งยืน และนวัตกรรมในวงการมอเตอร์สปอร์ต ด้วยอัตราเร่งที่เหนือชั้น แรงบิดสูง ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา (Permanent Active All-Wheel Drive) ทำให้ GEN 4 เป็นรถแข่งที่เร็วที่สุด ด้วยความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และทรงพลังที่สุด ด้วยกำลังสูงสุด 815 แรงม้า ในประวัติศาสตร์การแข่งขัน Formula E บริดจสโตนพร้อมสนับสนุนการแข่งขันที่เร้าใจและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ด้วยการส่งมอบยางนวัตกรรมยาง "POTENZA" ที่ช่วยดึงสมรรถนะสูงสุดของรถ GEN 4 ออกมาอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยได้เปิดตัวในงาน Bridgestone Formula E World Premiere เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

 

บริดจสโตนกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตและก้าวเข้าสู่การแข่งขัน Formula E

สำหรับบริดจสโตน กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นทั้งจุดกำเนิดแห่งความหลงใหลและความท้าทายในการก้าวข้ามขีดจำกัด ภายใต้หลักการพื้นฐานที่ว่า "ยางดูแลชีวิต" พนักงานบริดจสโตนทั่วโลกได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อท้าทายขีดจำกัดในโลกมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปี

บริดจสโตนได้สั่งสมความภาคภูมิใจ ความมุ่งมั่น เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงาน บุคลากรที่มีศักยภาพสูง และพลังของแบรนด์ ซึ่งล้วนได้รับการหล่อหลอมจากการแข่งขันในสนามที่ท้าทาย รวมถึงกำหนดให้มอเตอร์สปอร์ตเป็น "ห้องทดลองเคลื่อนที่ (Mobile Laboratory)" โดยนำประสบการณ์และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ได้รับจากการแข่งขันมาต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางสำหรับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

การก้าวเข้าสู่ Formula E นับเป็นเวทีการแข่งขันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ช่วยให้บริดจสโตนพัฒนาเทคโนโลยีให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้ร่วมมือกับพันธมิตรที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่าและสร้างคุณค่าให้แก่สังคม พร้อมร่วมแบ่งปันความตื่นเต้นและความประทับใจของการแข่งขันกับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและพันธมิตรทั่วโลก มุ่งถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันสู่ระดับโลก พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตที่เปี่ยมด้วยความท้าทายและนวัตกรรมสู่อนาคตที่ยั่งยืน

เอกลักษณ์ของ Formula E

Formula E คือการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยานยนต์ไฟฟ้าล้วนชั้นนำของโลกภายใต้การกำกับดูแลสหพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA) นับตั้งแต่เริ่มการแข่งขันครั้งแรกในปีค.ศ. 2014 รถแข่งทุกคันใช้พลังงานไฟฟ้าในการแข่งขัน และใช้ประโยชน์จากการทำงานที่สะอาดของระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า การแข่งขันจัดขึ้นทั้งในสนามแข่งระดับนานาชาติทั่วโลกและสนามแข่งบนถนนในเมืองสำคัญต่าง ๆ เช่น โมนาโก เซาเปาโล ซานย่า และโตเกียว ด้วยการมีส่วนร่วมอย่างใกล้ชิดบนช่องทางโซเชียลมีเดียและกิจกรรมรูปแบบต่าง ๆ เช่น FIA Girls on Track*3 ทำให้ Formula E เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีฐานแฟนกีฬาทั่วโลกมากกว่า 400 ล้านคน การแข่งขันได้สะท้อนแนวคิด "Making Progress Thrilling" หรือ ทำให้ "ความก้าวหน้าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น" และแสดงให้เห็นว่าการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจเท่านั้น แต่ยังสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นรูปธรรมและวัดผลได้จริง

ยาง BRIDGESTONE POTENZA รองรับสมรรถนะรถแข่ง GEN 4

รถแข่ง GEN 4 มาพร้อมสมรรถนะอันโดดเด่นทั้งอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในเวลาเพียง 1.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 335 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังสูงสุด 600 กิโลวัตต์ (815 แรงม้า) พร้อมแรงบิดสูง และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่ทำงานแบบแอ็กทีฟตลอดเวลา ทำให้ข้อกำหนดด้านสมรรถนะของยางมีความเข้มข้นและท้าทายมากขึ้น

เพื่อตอบสนองข้อกำหนดด้านสมรรถนะขั้นสูง บริดจสโตนได้พัฒนายางรุ่นใหม่ "POTENZA GEN 4" ซึ่งมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ การยึดเกาะถนนสูงเพื่อดึงสมรรถนะของรถแข่งออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสภาพถนนและสภาพอากาศที่หลากหลายทั่วโลก ความทนทานที่ช่วยรักษาสมรรถนะระดับสูงได้ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุดการแข่งขัน

นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้พัฒนายางสำหรับการแข่งขันบนพื้นเปียกโดยเฉพาะ "POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE"*4 ซึ่งช่วยให้รถแข่งสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นคงแม้ในสภาพฝนตกหนัก ยาง "POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE" มอบประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม แม้ในสภาพพื้นถนนเปียกที่มีปริมาณน้ำสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยการส่งมอบยางทั้งสองประเภท ได้แก่ "POTENZA GEN 4" และ "POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE" บริดจสโตนจึงเดินหน้าสนับสนุนการแข่งขัน Formula E ด้วยความเร้าใจในทุกสภาพถนนและทุกสภาพอากาศ

 

 
 

มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้น

สำหรับยางรถแข่ง GEN 4 บริดจสโตนสามารถเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน*6 ได้ถึง 65%*5 ในยางทุกเส้น โดยเลือกใช้วัตถุดิบ เช่น คาร์บอนแบล็กที่ผลิตจากน้ำมันไพโรไลซิสซึ่งได้จากยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานและซิลิกาที่ผลิตจากแกลบข้าว ยางธรรมชาติที่นำมาใช้มาจากห่วงโซ่อุปทานที่ผ่านกระบวนการตรวจสอบสถานะด้านความยั่งยืนของบริดจสโตน สอดคล้องกับระบบการรับรองของ GPSNR*7 และได้รับการตรวจสอบยืนยันจากหน่วยงานอิสระภายนอก นอกจากนี้ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในกระบวนการผลิตยาง บริดจสโตนได้จัดสรรพลังงานหมุนเวียน 100% สำหรับทั้งพลังงานความร้อนและพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในการผลิต พร้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากการขนส่ง ผ่านการส่งเสริมรูปแบบการขนส่งคาร์บอนต่ำ*8 นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนโครงการด้านความยั่งยืนตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า ผ่านการสร้างสรรค์ร่วมกับพันธมิตร รวมถึงโครงการรีไซเคิลยางรถยนต์หมดอายุการใช้งานด้วยกระบวนการทางเคมี

จัดงาน Bridgestone Formula E World Premiere ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี

ก่อนเริ่มต้นฤดูกาล 2026/27 บริดจสโตนได้จัดงาน Bridgestone Formula E World Premiere ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีผู้แทนจาก FIA, Formula E, ทีมแข่ง นักแข่ง สื่อมวลชนระดับโลก และอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมงาน ภายในงานคุณ Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการเข้าร่วมการแข่งขันรายการ ABB FIA Formula E World Championship ขณะที่คุณ Hiroshi Imai ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์และดูแลฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น  และคุณ Emilio Tiberio ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีประจำภูมิภาค บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น ได้ร่วมแนะนำเทคโนโลยียางที่รองรับรถแข่ง GEN 4 นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายยังมีการเปิดตัวและเผยโฉมยาง GEN 4 ซึ่งมาพร้อมโลโก้มอเตอร์สปอร์ตรุ่นใหม่ของบริดจสโตนและองค์ประกอบการออกแบบที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกสู่สายตาชาวโลก ณ ศูนย์เทคนิคบริดจสโตน ประจำภูมิภาคยุโรป โดยผู้เข้าร่วมงานยังได้เยี่ยมชมสถานที่ผลิตยาง พร้อมเรียนรู้เบื้องหลังการพัฒนายางสำหรับ GEN 4 จากทีมวิศวกรและนักทดสอบยางรถยนต์ของบริดจสโตน

คุณ Yasuhiro Morita ประธานเจ้าหน้าที่บริหารระดับโลกและผู้แทนกรรมการบริหาร บริดจสโตน คอร์เปอเรชั่น เผยว่า "การกลับเข้าสู่รายการ FIA World Championship ของเราเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น ซึ่งสะท้อนถึงประวัติศาสตร์แห่งความมุ่งมั่นและนวัตกรรมของบริดจสโตน ภายใต้พันธกิจ 'Serving Society with Superior Quality' หรือการรับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า เราได้ผลักดันขีดจำกัดอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการแสวงหาสมรรถนะขั้นสูง และความรับผิดชอบต่อการสร้างอนาคตที่ดียิ่งขึ้นผ่านกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ผ่านเวทีสูงสุดของ Formula E เราจะยกระดับความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความยั่งยืนให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมบุกเบิกอนาคตใหม่ของการเดินทางและการขับเคลื่อน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมสร้างอนาคตบทใหม่ไปพร้อมกับผู้จัดการแข่งขัน ทีมแข่ง นักแข่ง พันธมิตร และแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก"

 

คุณ Jeff Dodds ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Formula E กล่าวเสริมว่า "เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับบริดจสโตนเข้าสู่ Formula E ในฐานะผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวในฤดูกาล 2026/27 ด้วยการผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับนวัตกรรมด้านความยั่งยืนที่ล้ำสมัย
บริดจสโตนจึงเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ รถแข่ง
GEN 4 ถือเป็นจุดสูงสุดของการออกแบบมอเตอร์สปอร์ตอย่างยั่งยืน และเราหวังเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับบริดจสโตน เพื่อร่วมกันสร้างนิยามใหม่ให้กับการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้า และขับเคลื่อนความก้าวหน้าทั้งในและนอกสนามแข่ง"

 

คุณ Marek Nawarecki ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกีฬาประเภทสนามแข่ง FIA เผยว่า "การแต่งตั้ง
บริดจสโตนให้เป็นผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับรายการ
ABB FIA Formula E World Championship เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างมาก เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุค GEN 4 ยางจะมีบทบาทสำคัญในการส่งมอบสมรรถนะและประสิทธิภาพตามที่คาดหวังจากรถแข่ง Formula E เจเนอเรชันใหม่ จากความร่วมมือที่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในช่วงการพัฒนายาง GEN 4 เราหวังว่าจะได้สานต่อความร่วมมือกับบริดจสโตน
Formula E และทีมแข่งต่าง ๆ เพื่อพัฒนายางที่ตอบสนองข้อกำหนดอันเข้มงวดของการแข่งขัน ABB FIA Formula E World Championship และมีส่วนช่วยให้การแข่งขันมีความเข้มข้นและน่าติดตามสำหรับทั้งนักแข่งและแฟนมอเตอร์สปอร์ต"

 

คุณ Hiroshi Imai กรรมการบริหารประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ (CPO) และดูแลฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต บริดจสโตน คอร์เปอร์เรชั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า "เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงเทคโนโลยีและความมุ่งมั่นของบริดจสโตนบนเวทีใหม่ของ Formula E ผ่านการพัฒนายาง POTENZA GEN4 เราได้ผลักดันขีดจำกัดทางเทคโนโลยีอย่างเต็มที่ เพื่อดึงสมรรถนะอันเหนือชั้นของรถแข่ง GEN 4 ให้ออกมาอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปิดตัวยาง POTENZA GEN 4 for TYPHOON TYRE ถือเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวิวัฒนาการในยุค GEN 4 ซึ่งช่วยให้นักแข่งสามารถรับมือกับสภาพถนนเปียกได้อย่างมั่นใจ การสนับสนุนรถแข่ง GEN 4 ที่ได้รับการพัฒนาสมรรถนะอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่รากฐาน ยังช่วยให้เราขับเคลื่อนโครงการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการหมุนเวียนทรัพยากร เพื่อมุ่งสู่มอเตอร์สปอร์ตที่ยั่งยืน เราจะยังคงส่งมอบคุณภาพที่เหนือกว่าให้แก่สนามแข่งทั่วโลก พร้อมสร้างความตื่นเต้นและแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้แก่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง"

 

บริดจสโตนสนับสนุนการแข่งขันทั้ง 4 สนาม ในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการในฤดูกาล 2026/27

บริดจสโตนจะส่งมอบยางสำหรับการแข่งขันทุกรายการในฤดูกาล 2026/27 พร้อมสร้างสีสันให้กับการแข่งขันผ่านกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษต่าง ๆ นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในฐานะผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการสำหรับการแข่งขัน 4 สนาม พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษเพื่อยกระดับประสบการณ์และความสนุกสนานของแฟนมอเตอร์สปอร์ต

 

รอบการแข่งขัน

วันที่

สถานที่

รอบ 3

16 มกราคม 2570

เม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

รอบ 10 และ 11

8–9 พฤษภาคม 2570

เบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

รอบ 18 และ 19

10–11 กรกฎาคม 2570

เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน

รอบ 20 และ 21 (รอบชิงชนะเลิศ)

24–25 กรกฎาคม 2570

โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

 

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและกิจกรรมของบริดจสโตนใน Formula E สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ https://fe.bridgestone.com

หมายเหตุ

*1 Federation Internationale de l'Automobile หรือ สหพันธ์รถยนต์นานาชาติ (FIA)

*2 ฤดูกาล 2026/27 มีกำหนดเริ่มการแข่งขันในเดือนธันวาคม 2569 และมีการแข่งขันรวม 21 สนาม ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกจนถึงเดือนกรกฎาคม 2570 สำหรับรายละเอียดกำหนดการแข่งขัน สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Formula E
SEASON 13 CALENDAR: Where will Formula E be racing in 2026/27

*3 โครงการที่จัดขึ้นเพื่อมอบโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพ เพื่อส่งเสริมบทบาทและการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในวงการมอเตอร์สปอร์ต Formula E FIA Girls on Track – ABB FIA Formula E World Championship

*4 "TYPHOON TYRE" เป็นชื่อเรียกตามข้อกำหนดของ FIA สำหรับยางที่ออกแบบมาใช้งานในสภาพฝนตกหนัก (Heavy Wet Tyre) ที่ใช้ในการแข่งขันรายการ ABB FIA Formula E Championship

*5 สัดส่วนวัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน 65% ครอบคลุมวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐาน ISCC PLUS โดยใช้แนวทาง Mass Balance เป็นระบบตรวจสอบย้อนกลับของวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยการรับรอง ISCC PLUS เป็นระบบที่พัฒนาโดย International Sustainability & Carbon Certification (ISCC) เพื่อรับรองวัตถุดิบที่ได้จากชีวมวลและวัสดุหมุนเวียนอื่น ๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบจากวัสดุรีไซเคิล โดยตรวจสอบคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของวัตถุดิบตลอดห่วงโซ่อุปทาน สำหรับแนวทาง Mass Balance ในกระบวนการผลิตและจัดจำหน่ายตั้งแต่วัตถุดิบจนถึงผลิตภัณฑ์ วัตถุดิบที่มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น วัตถุดิบจากชีวมวลหรือวัสดุหมุนเวียนอื่นๆ ซึ่งอาจถูกผสมทางกายภาพกับวัตถุดิบที่ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว เช่น วัตถุดิบจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีการบันทึกสัดส่วนของวัตถุดิบแต่ละประเภทแยกจากกัน ทั้งนี้ ปริมาณวัตถุดิบที่ได้รับการรับรองและจัดสรรให้กับผลิตภัณฑ์จะสอดคล้องกับปริมาณวัตถุดิบที่จัดซื้อ ณ จุดเริ่มต้นของกระบวนการผลิต

*6 วัสดุรีไซเคิล หมายถึง วัสดุที่ผ่านกระบวนการผลิตใหม่จากวัสดุที่ผ่านการกู้คืนหรือเก็บกลับมาใช้ และถูกนำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ขั้นสุดท้ายหรือเป็นส่วนประกอบสำหรับนำไปใช้ในสินค้าและบริการ ขณะที่วัสดุหมุนเวียน หมายถึง วัสดุที่ประกอบด้วยชีวมวลจากแหล่งกำเนิดที่มีชีวิต และสามารถทดแทนหรือฟื้นฟูได้อย่างต่อเนื่อง โดยแหล่งวัตถุดิบดังกล่าวต้องสามารถฟื้นฟูได้ในอัตราที่เท่ากับหรือสูงกว่าอัตราการใช้หรือการสูญเสีย (คำจำกัดความเหล่านี้อ้างอิงตามมาตรฐาน ISO 14021:2016)

*7 GPSNR (Global Platform for Sustainable Natural Rubber) คือ แพลตฟอร์มระดับโลกเพื่อส่งเสริมการผลิตยางธรรมชาติอย่างยั่งยืน ก่อตั้งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2560 ภายใต้การริเริ่มของผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ Tyre Industry Project (TIP) ภายใต้ World Business Council for Sustainable Development (WBCSD) เพื่อเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกสำหรับส่งเสริมความยั่งยืนในอุตสาหกรรมยางธรรมชาติ

*8 สำหรับการขนส่งยาง GEN 4 บริดจสโตนร่วมมือกับ DHL และใช้โซลูชัน DHL GoGreen Plus เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการขนส่ง

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ความหวัง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ฟ้าหลังฝนเช้าที่ผ่านมา แดดเริ่มออกอีกครั้ง ส่วนหุ้นไทยรีบาวน์ นับเป็นสัญญาณดี ....

พลังเงิน By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ท่ามกลาง สถานการณ์น้ำ หลายจุด หลายพื้นที่ หลายจังหวัด ยังไม่น่าไว้วางใจ น้ำเหนือ ก็นับวัน นับคืนไหลมา ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้