สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (28 กันยายน 2569 ) ---- นายวัชรธร กิตะพาณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) SAT เปิดเผยว่า ตามที่ได้เกิดสถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งรวมถึงพื้นที่ในจังหวัดสมุทรปราการและ จังหวัดระยอง อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่และโรงงานผลิตของบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) นั้น บริษัทขอเรียนชี้แจงสถานการณ์การดำเนินงานในปัจจุบันเพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและ ครบถ้วน ดังนี้
จากการตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ ณ วันที่ 28 กันยายน 2569 พบว่า สถานประกอบการ อาคาร เครื่องจักร ระบบสาธารณูปโภค และทรัพย์สินสำคัญของบริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว และ กระบวนการผลิตรวมถึงการดำ เนินงานของบริษัททุกแห่งยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยไม่มีการหยุดชะงักของ สายการผลิตหรือข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ
ด้านการจัดหาวัตถุดิบ การขนส่ง และการส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้า ยังคงสามารถดำเนินการได้ตามปกติ และยัง ไม่พบผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานของบริษัท ทั้งจากผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และลูกค้าหลักของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมมาตรการรองรับด้านการผลิต การขนส่ง และการจัดหาวัตถุดิบไว้แล้วในกรณีที่สถานการณ์มีการ เปลี่ยนแปลง
สำหรับพนักงาน บริษัทได้ดำเนินมาตรการที่เหมาะสมเพื่อดูแลความปลอดภัยของพนักงาน รวมถึงการให้ พนักงานในส่วนงานสำนักงานสามารถปฏิบัติงานนอกสถานที่ (Work from Home) ได้ตามความเหมาะสม โดยยังสามารถ สนับสนุนการดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ อีกทั้งบริษัทได้จัดตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่พนักงาน ครอบครัว และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและให้ความช่วยเหลือ
นอกจากนี้บริษัทได้ดำเนินมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง อาทิ การติดตามระดับน้ำ การตรวจสอบ ระบบระบายน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม การเตรียมความพร้อมตามแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Plan: BCP) และมีความพร้อมในการดำเนินมาตรการต่าง ๆ ได้ทันทีหากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง ตลอดจนการ ติดตามสถานการณ์ของผู้จำหน่ายวัตถุดิบ ลูกค้า และเส้นทางการขนส่งที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด
จากการประเมินเบื้องต้น ณ วันที่รายงาน บริษัทเห็นว่าสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อการ ดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงานของบริษัท
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากมีพัฒนาการหรือเหตุการณ์ใดที่ อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ ฐานะทางการเงิน หรือผลการดำเนินงาน บริษัทจะเปิดเผยข้อมูล เพิ่มเติมต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่อไป