สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(25 กันยายน 2569)---------------เมืองไทยประกันภัย ผสานประสบการณ์กว่า 94 ปีในธุรกิจประกันวินาศภัย กับเทคโนโลยีและ Automotive Ecosystem ของ CARRO Tech Unicorn จากสิงคโปร์ เดินหน้าพัฒนาบริการรถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจร ตั้งแต่การคุ้มครอง การซ่อมบำรุง Extended Warranty ไปจนถึงการบริหารจัดการรถและซากรถ ยกระดับมาตรฐานและความมั่นใจให้ผู้ใช้ EV ไทย
กรุงเทพฯ 15 กันยายน 2569 – บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ CARRO บริษัทเทคโนโลยียานยนต์และ Tech Unicorn จากสิงคโปร์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อน EV Ecosystem ในประเทศไทย รองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์และพฤติกรรมผู้บริโภคสู่ยุค Mobility รูปแบบใหม่
ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำจุดแข็งของสององค์กรมาเชื่อมต่อกัน โดย เมืองไทยประกันภัย นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านประกันวินาศภัยที่ดำเนินธุรกิจมายาวนานกว่า 94 ปี ซึ่งได้รับรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น อันดับ 1 สองปีติดต่อกัน ขณะที่ CARRO นำเทคโนโลยี ข้อมูล และความเชี่ยวชาญด้าน Automotive Services ในระดับภูมิภาคมาต่อยอด เพื่อสร้างบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถ EV ตลอดวงจรการเป็นเจ้าของรถ
Carro แพลตฟอร์มระบบนิเวศยานยนต์ออนไลน์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็น Startup Unicorn ที่มีปริมาณการซื้อขายรถยนต์ใหม่และรถยนต์มือสองมากกว่าบนแพลตฟอร์มกว่า 100,000 คันต่อปี ครอบคลุมการดำเนินงานใน 8 ตลาด พร้อมให้บริการครบวงจรทั้งด้านเทคโนโลยีทางการเงินสำหรับยานยนต์ (Fintech) ประกันภัยดิจิทัล และบริการหลังการขาย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ
นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า "รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์และประกันภัย ตั้งแต่รูปแบบการใช้งาน โครงสร้างต้นทุนการซ่อม ไปจนถึงการดูแลรถตลอดอายุการใช้งาน เมืองไทยประกันภัยจึงมองว่าการสร้าง Ecosystem ที่แข็งแรง ต้องอาศัยพันธมิตรที่มีทั้งเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน"
"การร่วมมือกันจะช่วยให้เรานำประสบการณ์กว่า 94 ปีของเมืองไทยประกันภัยมาต่อยอดกับเทคโนโลยีและ Automotive Ecosystem ในระดับภูมิภาค เพื่อสร้างบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถ EV และเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าในประเทศไทย"
ในระยะแรก ทั้งสององค์กรจะร่วมพัฒนา เครือข่ายอู่ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อมโดยเมืองไทยประกันภัย เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการนอกศูนย์ได้อย่างมั่นใจ พร้อมนำเสนอ ประกันภัย Extended Warranty สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านแพลตฟอร์มของ CARRO ให้ผู้ซื้อสามารถเลือกความคุ้มครองเพิ่มเติมได้ตั้งแต่เริ่มต้นการเป็นเจ้าของรถ
นอกจากนี้ CARRO จะสนับสนุนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้าน EV Aftersales เช่น การตรวจประเมินสุขภาพแบตเตอรี่ การจัดการอะไหล่ และการซ่อมบำรุงรถ EV รวมถึงนำศักยภาพของ CARRO Auction มาสนับสนุนการบริหารจัดการรถยนต์และซากรถจากกระบวนการสินไหม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการรถตลอดวงจร และนำข้อมูลมาต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์และความคุ้มครองในอนาคต
Mr. Aaron Tan ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CARRO Group กล่าวว่า "นอกจากประสบการณ์และองค์ความรู้ ทางด้านเทคโนโลยี และมาตรฐานการให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การซื้อขายรถ เทคโนโลยีใน การเงิน ประกันภัยดิจิทัล ความเชี่ยวชาญของ Carro ในด้าน EV Aftersales ได้รับการตอกย้ำจากการได้รับแต่งตั้งให้เป็นพันธมิตรแต่เพียงผู้เดียวของ CATL สำหรับ NING Service ในประเทศมาเลเซีย
CATL ถือเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและระบบกักเก็บพลังงานรายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะที่ NING Service เป็นแบรนด์บริการหลังการขายอิสระของ CATL ที่มุ่งให้บริการดูแลแบตเตอรี่สำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ตลอดอายุการใช้งาน ครอบคลุมทั้งการตรวจวินิจฉัย การบำรุงรักษา การซ่อมแซม และการรีไซเคิล
ในฐานะพันธมิตรของ CATL ทีมงาน Carro ได้รับการฝึกอบรมด้านการตรวจวินิจฉัยและประเมินสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ผ่านเครื่องมือและเทคโนโลยีเฉพาะทาง รวมถึงการซ่อมแซมแบตเตอรี่แบบแม่นยำในระดับ Cell-to-Pack (CTP) ซึ่งช่วยให้สามารถวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้น"
"ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนถึงทิศทางของ Carro ในการพัฒนาธุรกิจจากแพลตฟอร์มซื้อขายรถยนต์ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านยานยนต์แบบครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งเทคโนโลยี การเงิน ประกันภัย และบริการหลังการขาย พร้อมรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต"
ความร่วมมือในครั้งนี้ จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัย แต่คือการเชื่อม Insurance × Technology × Automotive Services เข้าด้วยกัน เพื่อสร้างระบบที่รองรับอนาคตของยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เติบโตอย่างมั่นใจ มีคุณภาพ และยั่งยืน