รายงานพิเศษ....สหรัฐ-จีน พักรบการค้า2เดือน แค่สงบชั่วคราว...
สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก “สหรัฐอเมริกา-จีน” ส่งสัญญาณลดอุณหภูมิสงครามการค้าอีกครั้ง หลังตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก 2 เดือน จากกำหนดเดิมวันที่ 10 พฤศจิกายน 2569 ไปสิ้นสุดวันที่ 10 มกราคม 2570
การต่อเวลาในครั้งนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่มาตรการตอบโต้ทางการค้าจะกลับมารุนแรงขึ้นในระยะสั้น แต่คำถามสำคัญสำหรับตลาดโลกไม่ใช่เพียงว่า “พักรบถึงเมื่อไร” หากอยู่ที่ว่า สองเดือนที่เพิ่มขึ้นมาจะเพียงพอให้วอชิงตันและปักกิ่งเปลี่ยนการพักรบชั่วคราวไปสู่ข้อตกลงระยะยาวได้หรือไม่
สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 23 กันยายนว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และจีนตกลงขยายเวลาพักรบดังกล่าว หลังการหารือกับ เหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรีจีน โดยฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าการหารือมุ่งไปสู่ความเป็นไปได้ในการจัดทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุมมากกว่าการแก้ปัญหาเป็นรายประเด็น
2 เดือน…ไม่ใช่จุดจบ แต่คือการซื้อเวลา
หากมองในมุมตลาดทุน การต่ออายุข้อตกลงถือเป็นข่าวบวก เพราะอย่างน้อยในช่วงนี้ความเสี่ยงที่จะเห็นสหรัฐฯ และจีนกลับมาเพิ่มกำแพงภาษีหรือใช้มาตรการตอบโต้กันอย่างรุนแรงก็ลดลง
แต่ระยะเวลาเพียง 2 เดือน ก็สะท้อนอีกด้านว่า ความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างสองประเทศยังไม่ได้รับการแก้ไข
ประเด็นใหญ่ที่ยังอยู่บนโต๊ะเจรจาครอบคลุมทั้ง ภาษีศุลกากร แร่หายากและแร่สำคัญ ชิปและเทคโนโลยีขั้นสูง การซื้อสินค้าเกษตรและพลังงานจากสหรัฐฯ ตลอดจน AI
ดังนั้น วันที่ 10 มกราคม 2570 จึงกำลังกลายเป็นเส้นตายใหม่ที่ตลาดการเงินทั่วโลกต้องวงไว้บนปฏิทิน
“แร่หายาก-ชิป” สมรภูมิที่ใหญ่กว่าภาษี
สงครามการค้ารอบใหม่ไม่ได้มีเพียงเรื่องภาษีนำเข้าเหมือนในอดีตอีกต่อไป
“แร่หายาก” กลายเป็นหนึ่งในไพ่สำคัญของจีน เพราะเป็นวัตถุดิบที่มีบทบาทต่ออุตสาหกรรมยุคใหม่ ตั้งแต่รถยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ มีเครื่องมือสำคัญจากมาตรการควบคุมเทคโนโลยีและชิปขั้นสูง
นี่ทำให้การแข่งขันสหรัฐฯ-จีนกำลังเคลื่อนจาก Trade War ไปสู่การแข่งขันด้าน Technology & Supply Chain มากขึ้น
การพักรบสองเดือนจึงอาจช่วยลดแรงกดดันระยะสั้น แต่ยังไม่ได้หมายความว่าการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ของสองประเทศจะสิ้นสุดลง
ตลาดโลกได้อะไรจากการพักรบ?
สิ่งที่ตลาดได้รับทันทีคือ “เวลา” และ “ความแน่นอนระยะสั้น”
ภาคธุรกิจที่มีห่วงโซ่อุปทานเชื่อมโยงสหรัฐฯ และจีนมีช่วงเวลาหายใจเพิ่มขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงจากการกลับมาเพิ่มภาษีอย่างฉับพลันลดลงชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังต้องระวังว่า พักรบ ไม่เท่ากับ สงครามการค้าจบ
มุมมองของ นักวิเคราะห์ไทย มองว่าการต่อเวลาเป็นบวกต่อความเชื่อมั่นและห่วงโซ่อุปทานระยะสั้น แต่ตลาดยังต้องติดตามความคืบหน้าของประเด็นภาษี แร่หายาก เทคโนโลยี และการซื้อสินค้าของสหรัฐฯ มากกว่าการขยับเส้นตายเพียงอย่างเดียว
แล้วตลาดหุ้นไทยล่ะ?
สำหรับ SET Index การลดความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจใหญ่ของโลกเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงภายนอกประเทศในระยะสั้น
โดยโบรกเกอร์ CGSI ประเมินตลาดหุ้นไทยวันที่ 24 กันยายน 2569 ว่า ปัจจัยบวกจากการขยายเวลาพักรบการค้าสหรัฐฯ-จีนมีส่วนสนับสนุนบรรยากาศการลงทุน แม้ตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และสถานการณ์ตะวันออกกลาง
ส่วนในเชิงอุตสาหกรรม กลุ่มที่ตลาด อาจจับตามองจากพัฒนาการครั้งนี้ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน เทคโนโลยี นิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ การส่งออก และบริษัทที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานระหว่างประเทศ แต่ผลกระทบต่อหุ้นแต่ละบริษัทจะแตกต่างกัน จึงไม่ควรตีความว่าหุ้นในกลุ่มเหล่านี้จะได้ประโยชน์ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ ....คิด วิเคราะห์ แยกแยะ
จับตา “ทรัมป์-สี” มากกว่าเส้นตาย 10 ม.ค.
จุดที่สำคัญกว่าการประกาศพักรบคือการประชุมระหว่างประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่ทำเนียบขาวในวันที่ 24 กันยายน
การต่อเวลาพักรบเกิดขึ้นก่อนการประชุมสุดยอดดังกล่าว และทำให้ตลาดจับตาว่าการพบกันของผู้นำสองประเทศจะนำไปสู่ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในเรื่องภาษี การค้า เทคโนโลยี และประเด็นยุทธศาสตร์อื่นหรือไม่
หากสามารถเปลี่ยน “พักรบ 2 เดือน” ไปเป็นข้อตกลงที่มีรายละเอียดชัดเจน ความไม่แน่นอนของการค้าโลกและห่วงโซ่อุปทานก็มีโอกาสลดลง ในทางกลับกัน หากสองเดือนผ่านไปโดยประเด็นสำคัญยังคงค้างอยู่ วันที่ 10 มกราคม 2570 ก็อาจกลายเป็นจุดที่ความเสี่ยงด้านการค้ากลับมาอยู่ในความสนใจของตลาดอีกครั้ง
สิ่งที่เกิดขึ้นอาจสรุปได้สั้นๆ ว่า “สงครามยังไม่จบ…แต่สองฝ่ายยอมวางอาวุธไว้ชั่วคราว”
สหรัฐฯ และจีนต่างมีเหตุผลที่จะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งทางเศรษฐกิจในทันที เพราะผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่สองประเทศ แต่สามารถส่งต่อไปถึงการค้าโลก ต้นทุนวัตถุดิบ เทคโนโลยี ห่วงโซ่อุปทาน และตลาดทุน
สองเดือนนับจากนี้จึงอาจมีความสำคัญมากกว่าตัวเลข “2 เดือน” เพราะสิ่งที่ตลาดต้องการเห็นไม่ใช่เพียงการ “ต่อเวลาพักรบ” แต่คือคำตอบว่า…สองมหาอำนาจจะใช้เวลานี้สร้าง “ดีลใหญ่”หรือเพียงเลื่อนวันกลับเข้าสู่สนามรบออกไปอีกครั้ง
10 มกราคม 2570 ตลาดโลกมีนัดอีกครั้ง.....โปรดติดตาม