Today’s NEWS FEED

News Feed

ประธาน ส.อ.ท. แนะโรงงานเร่งเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน รับมือราคาน้ำมันผันผวน

50

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(24กันยายน 2569)--------ส.อ.ท. มองสถานการณ์พลังงานโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีข้อยุติ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีความผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น แม้เชื่อมั่นว่าภาครัฐสามารถบริหารจัดหาและสำรองพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ แต่ภาคธุรกิจต้องเร่งลดการใช้พลังงาน นำพลังงานหมุนเวียนมาใช้ และเพิ่มประสิทธิภาพโลจิสติกส์ เพื่อควบคุมต้นทุนและสร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจในระยะยาว

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคาพลังงานว่า ตลาดน้ำมันโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งน้ำมัน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความผันผวนและสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วตามสถานการณ์

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า แม้สถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอน แต่เชื่อมั่นว่าภาครัฐมีการบริหารจัดหาและสำรองพลังงานเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับความผันผวนของต้นทุนพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่การขนส่งวัตถุดิบ การผลิต การเดินเครื่องจักรกลการเกษตร การก่อสร้าง ไปจนถึงการกระจายสินค้า

“ผลกระทบจะไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับต้นทุนเชื้อเพลิง แต่จะส่งต่อไปยังต้นทุนการผลิตและการขนส่งตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะ SMEs และธุรกิจโลจิสติกส์ที่มีอัตรากำไรจำกัด หากต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลต่อราคาสินค้า กำลังซื้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย” นางพิมพ์ใจ กล่าว

เมื่อราคาน้ำมันในตลาดโลกเป็นปัจจัยภายนอกที่ประเทศไทยไม่สามารถกำหนดได้ ภาคธุรกิจจึงควรเร่งบริหารจัดการต้นทุนภายในองค์กร โดยเฉพาะการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน เพื่อให้สามารถลดการใช้พลังงานต่อหน่วยการผลิตและลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา โดยแนวทางที่สามารถดำเนินการได้ ได้แก่
• รณรงค์และปรับพฤติกรรมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
• นำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยติดตามและบริหารจัดการพลังงาน
• บำรุงรักษาเครื่องจักรและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต
• ลงทุนในระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop)
• เพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และการบริหารเส้นทางขนส่ง
• สร้างความร่วมมือระหว่างผู้ผลิตและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ เพื่อลดการขนส่งเที่ยวเปล่าด้วยระบบขนส่งขากลับ (Backhaul)

นางพิมพ์ใจ กล่าวต่อว่า สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พร้อมสนับสนุนสมาชิกและผู้ประกอบการในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การให้ข้อมูลและคำปรึกษา การประเมินโอกาสในการประหยัดพลังงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ตลอดจนการประสานผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกมาตรการที่เหมาะสมกับลักษณะและขนาดของกิจการ และสามารถลดต้นทุนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรเดินหน้าสร้างความตระหนักและรณรงค์การใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดเป้าหมายที่สามารถวัดผลได้ และให้หน่วยงานภาครัฐเป็นต้นแบบในการบริหารจัดการพลังงาน พร้อมทั้งพิจารณามาตรการจูงใจที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs สามารถเข้าถึงได้ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินสนับสนุนการตรวจประเมินพลังงาน รวมถึงการลงทุนในเครื่องจักรประสิทธิภาพสูง ระบบ Solar Rooftop ระบบกักเก็บพลังงาน และเทคโนโลยีด้านโลจิสติกส์

“ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกผันผวน เราอาจควบคุมราคาตลาดโลกไม่ได้ แต่สิ่งที่ภาคธุรกิจสามารถควบคุมได้ คือปริมาณพลังงานที่ใช้ต่อหน่วยการผลิต การประหยัดพลังงานไม่ได้หมายถึงการลดกำลังการผลิต แต่คือการผลิตสินค้าในปริมาณเท่าเดิมหรือมากขึ้น โดยใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน สร้างภูมิคุ้มกันให้ธุรกิจ และเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว” นางพิมพ์ใจ กล่าว

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้