Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ คงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวธนาคารไทยเครดิต ที่ ‘A(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

60

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(9 กันยายน 2569)---------ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว(National Long-Term Rating) ที่ ‘A(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-Term Rating) ที่‘F1(tha)’ แก่ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ TCB โดยมีแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตพิจารณาจากโครงสร้างเครดิตเฉพาะตัวของธนาคาร: TCB มีรูปแบบธุรกิจเฉพาะทางในการให้สินเชื่อกับกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อมที่เป็นรายเล็ก นอกจากนี้การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงการที่ธนาคารมุ่งเน้นการให้สินเชื่อแก่กลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง มีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ค่อนข้างสูงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และความสามารถในการทำกำไรของธนาคาร

สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยังคงซบเซา: สภาพแวดล้อมในการดำเนินงานในประเทศไทยยังคงอ่อนแอ และอาจสร้างแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคาร ฟิทช์คาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ที่ 1.9% ในปี 2569 ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลยังมีคงมีความกังวลเกี่ยวกับระดับหนี้สินครัวเรือนที่สูง ซึ่งอาจเพิ่มแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ หากการเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้และรายได้ของผู้บริโภคลดลง

เครือข่ายธุรกิจที่จำกัด และมุ่งเน้นในธุรกิจที่เฉพาะทาง: โครงสร้างธุรกิจของ TCB สะท้อนถึงเครือข่ายธุรกิจที่ค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์อื่นในประเทศไทย โดยธนาคารมีส่วนแบ่งตลาดที่ 0.9% ทั้งในด้านขนาดสินทรัพย์และขนาดฐานเงินฝาก ทำให้เป็นธนาคารมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 13 ของประเทศไทย นอกจากนี้ โครงสร้างธุรกิจของธนาคารยังพิจารณาถึงรูปแบบธุรกิจที่มีการกระจุกตัว (narrow business model) โดยมุ่งเน้นไปที่สินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) โดยเฉพาะที่เป็นรายเล็ก ซึ่งคิดเป็น 68% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือน มิถุนายน ปี2569

กลยุทธ์การเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง: โครงสร้างความเสี่ยง (risk profile) ของ TCB สะท้อนถึงการที่ธนาคารมีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อให้แก่ลูกหนี้รายเล็กที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีความเปราะบางในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยอัตราการเติบโตสินเชื่อของธนาคารเฉลี่ยอยู่ที่ 17.2% เทียบกับ 0.3% ของทั้งอุตสาหกรรมในช่วงปี 2565-2568 และอยู่ที่ 6.7% เทียบกับ 1.5% ในช่วงครึ่งปีแรก ปี 2569 โดยการกระจุกตัวในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูงอาจเพิ่มความท้าทายต่อคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอได้

คุณภาพสินทรัพย์ยังคงเผชิญกับแรงกดดัน แต่ยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้: ฟิทช์คาดว่าแรงกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงมีอยู่ จากสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ยังคงซบเซา และพอร์ตสินเชื่อที่กระจุกตัวในกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง แต่ปัจจัยดังกล่าวได้รับการชดเชยบางส่วนจากการตั้งสำรองอย่างสม่ำเสมอ การตัดหนี้สูญ รวมไปถึงการบริหารจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพด้วยการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (Thai Credit Guarantee Corporation: TCG) ซึ่งครอบคลุมประมาณ 51% ของสินเชื่อรวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมค่อนข้างทรงตัวที่ 4.8% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 เทียบกับ 4.7% ณ สิ้นปี 2568 แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นผลจากการขยายตัวของสินเชื่อที่ค่อนข้างสูง

ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับที่ยอมรับได้: ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการหารายได้ของ TCB จะยังคงเป็นจุดแข็งในการพิจารณาอันดับเครดิต เนื่องจากลักษณะโดยธรรมชาติของสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูงน่าจะยังช่วยชดเชยแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญ (credit cost) และสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรให้อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม โดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยง ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยที่ 3.2% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 จาก 3.1% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถของธนาคารในการรักษาความสามารถในการทำกำไรให้สูงกว่าธนาคารอื่น

อย่างไรก็ตาม การประเมินดังกล่าวยังคำนึงถึงรูปแบบธุรกิจที่มีการกระจุกตัว ซึ่งทำให้ธนาคารไม่มีแหล่งรายได้ที่หลากหลาย และอาจทำให้ผลการดำเนินงานมีความผันผวนตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจได้

เงินกองทุนอยู่ในระดับทรงตัว: อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ (CET 1) ของ TCB อยู่ที่ 14.1% ณ สิ้นเดือน มิถุนายน 2569 แต่ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 17.0% ฟิทช์คาดว่าธนาคารจะสามารถรักษาอัตราส่วน CET1 ไว้ที่ระดับดังกล่าวได้ โดยได้รับการสนับสนุนจากกำไรสะสมที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม รูปแบบธุรกิจที่มุ่งเน้นสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะที่เป็นรายเล็ก (Micro SME) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงและให้ผลตอบแทนสูง สะท้อนถึงโอกาสที่หนี้สูญจะมีความผันผวนมากกว่าและการมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้

สภาพคล่องที่มีเสถียรภาพ: ฟิทช์คาดว่าตัวชี้วัดสภาพคล่องหลักของ TCB น่าจะยังคงทรงตัวในช่วงสองปีข้างหน้า โดยได้รับการสนับสนุนจากกลยุทธ์การขยายเงินฝากเพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก ยังคงสูงกว่า 100% โดยอยู่ที่ 112% ในเดือนมิถุนายน 2569 และ 122% ณ สิ้นปี 2568 ซึ่งสะท้อนถึงเครือข่ายเงินฝากที่อ่อนแอกว่าเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม (ค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมต่ำกว่า 90%) ทั้งนี้ ธนาคารยังคงมีฐานะสภาพคล่องในระดับที่ยอมรับได้ โดยมีอัตราส่วนการดารงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อรองรับกระแสเงินสดที่อาจไหลออกในภาวะวิกฤต (Liquidity Coverage Ratio) อยู่ที่ 181% ณ สิ้นปี 2568

ปัจจัยที่อาจส่งผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
อันดับเครดิตภายในประเทศอาจได้รับการปรับลดอันดับ หากโครงสร้างอันดับเครดิตของธนาคารปรับตัวอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับโครงสร้างอันดับเครดิตของสถาบันการเงินอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศโดยฟิทช์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเกิดได้จากการที่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของธนาคาร (risk appetite) ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ได้จาก อัตราการเติบโตของสินเชื่อที่สูงกว่า 20% อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีปัจจัยบรรเทาความเสี่ยงที่เพียงพอ

นอกจากนี้การปรับลดอันดับเครดิตยังอาจเกิดได้จากการปรับตัวด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญของคุณภาพสินทรัพย์หรือฐานะเงินกองทุนของธนาคาร ซึ่งอาจสะท้อนจากอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีที่สูงกว่า 6% อย่างต่อเนื่อง และอัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ต่ำกว่า 100% หรือการคาดการณ์ว่าฐานะเงินกองทุนจะปรับตัวด้อยลง โดยมีอัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ที่ต่ำกว่า 12% อย่างต่อเนื่อง โดยปราศจากแผนที่น่าเชื่อถือในการฟื้นระดับเงินกองทุนให้กลับสู่ระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันได้

ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน):
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศ ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น จากสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ซบเซา ซึ่งจำกัดโอกาสในการปรับตัวดีขึ้นของผลประกอบการของธนาคาร นอกจากนี้ฟิทช์ไม่คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกอย่างมีนัยสำคัญในโครงสร้างธุรกิจหรือโครงสร้างความเสี่ยงของธนาคารในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์อาจพิจารณาปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ TCB ในระยะยาวได้ หากฟิทช์เห็นธนาคารมีการพัฒนาที่ดีขึ้นอย่างมีสาระสำคัญในด้านเครือข่ายธุรกิจ ซึ่งรวมถึงรูปแบบธุรกิจที่มีหลากหลายมากขึ้น และความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับธนาคารที่มีอันดับเครดิตสูงกว่า ควบคู่ไปกับการมีระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในระดับปานกลาง

แหล่งข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการพิจารณาอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการประเมินอันดับเครดิตมีรายละเอียดเปิดเผยอยู่ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้องของฟิทช์

รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้:
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘A(tha)’; ‘แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1(tha)’

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

เกือบชน.... By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นกลุ่มพลังงาน เป็นดาวเด่น ส่งผลให้ระหว่างชั่วโมงซื้อขาย ดัชนีเกือบสัมผัส...

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

PTG จับมือ ศิริราช สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2 จัดหน่วยรับบริจาคโลหิต ณ กรมศิลปากร

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้