สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(1 กันยายน 2569)-----------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ โดยคาดว่าไตรมาส 3/69 จะเป็นไตรมาสที่ CKP มีผลประกอบการแข็งแกร่งที่สุดในปีนี้ โดยมีปัจจัยหนุนจากข้อได้เปรียบทางอุทกวิทยา รวมถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่น้อยกว่าไตรมาส 2/69 มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงและต้นทุนทางการเงินของบริษัทย่อยที่ลดลง ขณะที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าของลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Nino) อย่างใกล้ชิดจนถึงปี 70 แต่บริษัทมีสถานะกระแสเงินสดที่แข็งแกร่ง ทำให้การบริหารจัดหาเงินทุนสำหรับโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางที่จัดการได้ดี
ผู้บริหาร CKP ยังคงมองหาโอกาสลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแห่งใหม่ในสปป.ลาว หลังจาก LPCL ที่คาดจะเริ่มเดินเครื่องในไตรมาส 1/73 จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะถัดไปของ CKP และหนุนการเติบโตของกำไรหลังปี 73 เราจึงคงคำแนะนำ "ซื้อ" เพราะมองว่า CKP จะมีคุณภาพกำไรดีขึ้น มีงบดุลแข็งแกร่ง รวมถึงมีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มต่อทุก ๆ รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพสูง มีข้อได้เปรียบทางอุทกวิทยาและปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นคาดหนุนผลประกอบการไตรมาส 3/69
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงคาดการณ์ว่า CKP จะมีกำไรสุทธิหลักแข็งแกร่งในไตรมาส 3/69 เนื่องจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำอย่างโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 (NN2) และโรงไฟฟ้าไซยะบุรี (XPCL) จะเข้าสู่ช่วงที่มีการผลิตกระแสไฟฟ้าสูงสุด ซึ่งปริมาณน้ำไหลเข้าและปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำยังใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปี และคาดจะเดินเครื่องเต็มกำลัง นอกจากข้อได้เปรียบทางอุทกวิทยาแล้ว เชื่อว่าคุณภาพกำไรในไตรมาส 3/69 น่าจะดีขึ้นเช่นกัน เพราะอัตราแลกเปลี่ยน THB/US$ ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นจะช่วยลดความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนของ XPCL และ LPCL รวมทั้งทำให้กำไรสุทธิหลักเติบโต qoq
นอกจากนี้ ยังคาดว่าต้นทุนทางการเงินที่ลดลงจากการรีไฟแนนซ์หนี้ของ XPCL บวกกับไตรมาสนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงอุปกรณ์เหมือนที่บันทึกในครึ่งปีแรก 69 จะทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่คาดว่าโรงไฟฟ้าบางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จะมีผลประกอบการดีขึ้นต่อเนื่องหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงใหญ่ในไตรมาส 1/69 และการทยอยชำระหนี้จะช่วยลดภาระดอกเบี้ย ซึ่งน่าจะชดเชยผลกระทบบางส่วนจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการที่ CKP ออกหุ้นกู้มูลค่า 5 พันล้านบาทในเดือนเม.ย.69
รวมทั้งยังคาดว่า อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากลูกค้าอุตสาหกรรมจะทำให้ปริมาณการขายไฟฟ้าและอำนาจในการกำหนดราคาของบริษัทเพิ่มขึ้น และมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แข็งแกร่ง แม้ว่าราคาก๊าซจะสูงขึ้น จึงยิ่งตอกย้ำมุมมองเชิงบวกของฝ่ายวิเคราะห์ฯต่อผลประกอบการในไตรมาส 3/69
ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คงราคาเป้าหมายอยู่ที่ 3.30 บาท ภายใต้สมมติฐาน risk-free rate 2.1%, market risk premium 6.9% และ WACC 5% โดยมองว่า downside risk คือการที่ CKP พึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเป็นหลักและมีแรงกดดันในการแข่งขันจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงชนิดอื่น ๆ ส่วนปัจจัยบวกที่จะช่วยหนุนคือปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเปิดเชิงพาณิชย์ (COD) โครงการใหม่ ๆ เร็วกว่าคาด