Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

44

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 25 ส.ค.69 ปิด -5.04 จุด อยู่ที่ 1,596.01 จุด มูลค่าการซื้อขาย 59,753 ลบ. สถาบันซื้อ 15 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 298 ลบ. รายย่อยซื้อ 645 ลบ. และต่างชาติขาย 958 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,812 ลบ. โดยมียอดซื้อ DELTA,SCB,TTB,KKP,AOT,BBL,SAWAD และยอดขาย PTT,PTTEP,KBANK,TOP,CPF มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,181 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น LRCX01,BLA,ADVANC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 11,005 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 42,896 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,283 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.30%, S&P500 +0.32%, Nasdaq +0.66% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +0.89%, บริการสื่อสาร +0.46% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.17%, สินค้าอุปโภค -0.87% ส่วนดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย +1.4% นำโดย Nvidia +2.2%, Micron Tech +2.5% ได้ปัจจัยหนุนจาก US Bond Yield 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.625% หลัง ก.คลังสหรัฐจะใช้บัญชี Treasury General Acccount (TGA) ในการเข้าซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ กอปรกับสหรัฐใช้ ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านแทนการใช้ปฏิบัติการทางทหาร ซึ่งจะไม่กระทบต่ออุปทานน้ำมัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ WTI วานนี้ -3.1% ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ คือ ข้อมูล US PCE ก.ค.คาดทรงตัวที่ 3.3% YoY และรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาของ Nvidia และวันศุกร์ ปธ.เฟดจะกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม ธ.กลางที่แจ๊คสัน โฮล
  • ตลาดหุ้นยุโรปวานนี้ +0.35% ได้แรงหนุนจากกลุ่มบริการสุขภาพ +1.2% นำโดย Novo Nordisk +2.9% หลัง Morgan มีมุมมองบวกต่อยอดขายยารักษาโรคอ้วน, กลุ่มอุตสาหกรรม +1.1% นำโดย Melrose Industries ผู้จัดหาชั้นส่วนอากาศยานจากอังกฤษ +10.4% หลังโรงงาน GKN Aerospace ที่ลอสแองเจอลิสเตรียมเปิดการผลิตตามปกติ, กลุ่มกลาโหม & อากาศยาน +0.9% และกลุ่มเทคโนโลยี +0.2% ขณะที่กลุ่มสินค้าหรูหรา -1.2% ทางด้านข้อมูล GDP เยอรมัน Q2/69 +1.0% & Q1/69 +0.7% ดีกว่าคาด +0.9% YoY และ IFO เผยดัชนีความเชื่อภาคธุรกิจเยอรมัน ส.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 88.8 & คาด 87.2 สูงสุดในรอบ 1 ปี  
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ +0.50% นำโดยกลุ่มโลหะที่ไม่ม่ส่วนผสมของเหล็ก, ประกันภัย และบริษัทหลักทรัพย์ ขณะที่กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ & AI ยังมีแรงขายก่อนการรายงานกำไรของ Nvidia ในวันนี้ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.68% นำโดย SK Hynix +0.4%, Hyundai Motor +1.7% และ HD Hyundai Heavy Industries +1.98% โดยวันศุกร์นี้ติดตามถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมที่แจ๊คสัน โฮล ต่อแผนการรับมือกับเงินเฟ้อ และ ม.ควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐ เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.19% ระหว่างรอผลการประชุม NPC จีนในวันที่ 25 – 28 ส.ค. ในพิจารณาออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันพฤหัส การประชุม ธ.กลางเกาหลีใต้ และวันศุกร์ Core CPI ญี่ปุ่น ส.ค.คาด 1.8% & ก.ค. 1.7% YoY
  • SET -0.31% ปริมาณการซื้อขาย 97 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 298 ลบ. สถาบันซื้อ 15 ลบ. รายย่อยซื้อ 645 ลบ. และต่างชาติขาย 958 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ นำโดย DELTA -1.57% ส่งผลลบต่อดัชนี -3.96 จุด ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 ปียังทรงตัวระดับสูงที่ 4.70% แม้ว่า ก.คลังสหรัฐจะประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรจากเดิม $2 พัน ล. เป็นอย่างน้อย $4 พัน ล./รอบ โดยนักลงทุนยังรอประเมินข้อมูล US PCE ก.ค. รวมถึงถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดที่แจ๊คสัน โฮลในช่วงค่ำวันศุกร์นี้ ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมี -1.94% และพลังงาน -0.7% หลัง ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ยังไม่มีรายชื่อของธนาคารใหญ่จีนที่เข้าข่ายถูกคว่ำบาตรจากสหรัฐ ซึ่งช่วยลดความกังวลต่อภาวะอุปทานน้ำมันขาดแคลนจาก ม.คว่ำบาตรดังกล่าว โดยเม็ดเงินลงทุนยังสลับเข้ากลุ่ม Value Play เช่น อาหาร, ไอซีที และธนาคาร หลังวานนี้ TTB ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.081 บาท และ TISCO จ่ายปันผล 2.0 บาท โดยขึ้น XD วันที่ 7 ก.ย.    ทางด้านปัจจัยในประเทศวันนี้ ติดตามผลการประชุม กนง.ซึ่ง Consensus คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% และการเริ่มเปิดงาน Thailand Focus 2026 ที่เน้นธีมการลงทุนในอุต ฯ New S Curve ซึ่งจากสถิติในอดีต SET มีโอกาสปรับขึ้น 1 – 2% ในช่วงการจัดงาน 

 

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,585 - 1,590 แนวต้าน 1,610 – 1,615 คาดดัชนีทรงตัวรอข้อมูล US PCE และรอผลการประชุมที่ Jakson Holes ในช่วงค่ำวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศคาดยังได้แรงหนุนจากคาด กนง.จะคงดอกเบี้ย และงาน Thailand Focus คาดจะหนุนเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มอุต ฯ New S Curve ของไทย แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น KBANK,BBL,KTB,GULF,GPSC,AMATA,WHA,STECON คาดจะได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในประเทศ/ พักเงินในกลุ่ม Dividend & Defensive Play เช่น SCB,ADVANC,BH,BCH

 

  • CENTEL* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 44.80 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 166 ล้านบาท -92%QoQ, +52%YoY ลดลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาล แต่ YoY เติบโตจากธุรกิจโรงแรม RevPar (ไม่รวมดูไบ) ยังเป็นบวกจากโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ ส่วนธุรกิจร้านอาหาร TSSG เป็นบวกเล็กน้อย ภาพรวม GPM ทำได้ดีจากฝั่งโรงแรม และถึงคุมค่าใช้จ่ายและดอกเบี้ยจ่าย รวมแล้วกำไรสุทธิ 1H69 อยู่ที่ 3 พันล้านบาท +169%YoY แนวโน้ม 2H69 ยังมีทิศทางบวกจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของโรงแรมและการขยายแบรนด์ร้านอาหารพรีเมียม โดยเฉพาะ 4Q69 เข้าช่วง High season ซึ่งมีงานอีเว้นต์และมาตรการกระตุ้นการท่องเทียวของภาครัฐช่วยเสริม ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ไว้ที่ 2.75 พันล้านบาท +38%YoY) และ 2.45 พันล้านบาท (-11%YoY)

 

  • BTG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย 23.12 บาท) กำไรในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา -YoY -QoQ กดดันจากราคาขายไก่และสุกรในไทยที่อ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาไก่และสุกรในปัจจุบันเห็นการฟื้นตัวดีขึ้นมาจาก 2Q69 แล้ว โดย ราคาไก่อยู่ที่ราว 43-45 บาท/กก.(จาก 2Q69 ที่ 37.4 บาท/กก.) และราคาสุกรอยู่ที่ราว 74-76 บาท/กก.(จาก 2Q69 ที่ 60.7 บาท/กก.) ส่งผลบวกต่อไปยังการดำเนินงานปกติในช่วง 3Q69-4Q69 ซึ่งเราคาดว่าราคาขายสัตว์บกจะมีเสถียรภาพมากขึ้น จาก Supply มีแนวโน้มกลับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น  หลังช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ราคาขายสัตว์บกมีปัจจัยผันผวนจากโรคระบาดที่ทำให้รายย่อยเร่งขายออกมา ส่งผลให้ตลาดเกิดภาวะ Oversupply และราคาขายเหวี่ยงลงเป็นช่วงๆ ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ BTG* จะอยู่ที่ 4,228 ลบ.(-37%YoY) และ 5,209 ลบ.(+23%YoY) ตามลำดับ

 

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ต.ค. -$2.65 อยู่ที่ $82.36 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$3.59 อยู่ที่ $88.58/บาร์เรล หลัง ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านของสหรัฐ เบื้องต้นยังไม่รุนแรง ซึ่งยังไม่กดดันต่ออุปทานน้ำมันตลาดโลก

 

Gold Update (-) Comex Gold  ธ.ค. -$3.30 ปิดที่ 4,695.45 ดอลลาร์/ออนซ์ ชะลอตัวระหว่างรอประเมินข้อมูล US PCE ก.ค. และผลการประชุมเฟดที่แจ๊คสัน โฮล

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -38.04 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -29.26 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์  -8.78 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.632 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +44 จุด อยู่ที่ 2,926

(-) BitCoin เช้านี้ -1.31% อยู่ที่ 78,751 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

   ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

   ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569

 

ต่างประเทศ

24 ส.ค.      US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( ส.ค.)

                  US ยอดขายบ้านใหม่  ( ก.ค.)

26 ส.ค.      US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (ก.ค.)

                  US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

                  US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 2)

27 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*

 

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้