|
Market Wrap-Up
· SET วันที่ 24 ส.ค.69 ปิด -12.73 จุด อยู่ที่ 1,601.05 จุด มูลค่าการซื้อขาย 60,903 ลบ. สถาบันขาย 1,075 ลบ. ต่างชาติขาย 1,775 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 3,680 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,530 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 2,471 ลบ. โดยมียอดซื้อ DELTA,BDMS,CBG,BCP,BBL และยอดขาย TTB,KBANK,GULF,KKP,PTT มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,998 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น MTC,VRT01,GOLDM01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 29,211 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 31,891 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 707 ลบ.
Market View
· ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.26%, S&P500 -0.28%, Nasdaq -0.76% ได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้าอุปโภค +1.76%, การเงิน +1.24% ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยี -1.6%, กลุ่มชิปเซมิคอนดักเตอร์ -2.7% นำโดย Nvidia -2.9%, Micron Tech -5.8% หลังผู้ว่าการรัฐเท็กซัสระงับโครงการ Data Center รายใหม่ที่ต้องการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าของรัฐ จากความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า ส่วนกลุ่มยานยนต์ก็ปรับลดลง หลังสหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์, รถบรรทุก, ชิ้นส่วนยานยนต์จากแคนาดาในอัตรา 50% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 70 หลังผลการเจรจาล้มเหลว ขณะที่ ก.คลังสหรัฐได้ประกาศ ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน ( Economic D-Day ) ใน 5 ด้าน คือ สินทรัพย์ดิจิทัล, เทคโนโลยี, ทองคำ, การเงิน และการขนส่งทางเรือ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ วันพธ ข้อมูล US PCE ก.ค.คาดทรงตัวที่ 3.3% YoY และรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาของ Nvidia และวันศุกร์ ปธ.เฟดจะกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม ธ.กลางที่แจ๊คสัน โฮล
· ตลาดหุ้นยุโรปวานนี้ปิดทรงตัว โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มท่องเที่ยว +1.7% หลังราคาน้ำมันดิบ Brent -2.35%, กลุ่มสื่อแลสินค้าอุปโภค +1.4% ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.6%, กลาโหม -1% และยานยนต์ -1% แม้ว่าข้อมูลยอดขายรถยนต์ EV ในยุโรป ก.ค. จะปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มเทคโนโลยีก็ปรับลดลงตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูล GDP เยอรมัน & ฝรั่งเศส Q2/69, IFO รายงานภาวะเศรษฐกิจเยอรมัน ส.ค. และ CPI สเปน ส.ค.
· ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ -0.74% จากแรงขายกลุ่มสารสนเทศและการสื่อสาร โดยนักลงทุนอยู่ระหว่างรอการรายงานกำไรของ Nvidia ในวันพุธนี้ และช่วงค่ำวันศุกร์ติดตามถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในการประชุมประจำปีธนาคารสหรัฐที่เมืองแจ็คสัน โฮล เพื่อจับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -3.12% นำโดย Samsung Electronics -8.7% หลังนักลงทุนผิดหวังกับแผนการจ่ายเงินปันผลประมาณ 30 ลล.วอนในช่วง Q3 นี้ ขณะที่ SK Hynix -3.4% และ KB Financial -0.73% ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.59% หลังนักลงทุนกังวลต่อแผนการขายหุ้นเพิ่มทุนของ Alibaba มูลค่า $1.02 หมื่น ล. เพื่อนำเงินมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของคลาวด์และโมเดล AI รุ่นใหม่ สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานกำไรของ BYD, PetroChina, CNOOC และ Eoptolink Tech. และผลการประชุม NPC จีนในวันที่ 25 – 28 ส.ค. ในพิจารณาออก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจจีน
· SET -0.79% ปริมาณการซื้อขาย 6.0 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 1,775 ลบ. สถาบันขาย 1,075 ลบ. ต่างชาติขาย 3,680 ลบ. และรายย่อยซื้อ 6,530 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -1.55% ปรับลดลงตามกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ จากความกังวลต่อ US Bond Yield 10 & 30 ปี ยังทรงระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มสูงและปัจจัยกดดันต่อ Valuation ของหุ้นในกลุ่ม Growth ขณะที่หุ้น Big Cap. ในกลุ่มโรงไฟฟ้า, ธนาคาร, สื่อสาร และขนส่ง ก็ถูกแรงขายปรับพอร์ตระหว่างรอประเมินผลกระทบจาก ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน และช่วงค่ำวันศุกร์ รอฟังถ้อยแถลงของ ปธ.เฟดในงานประชุมประจำปีของเฟดที่แจ็คสัน โฮล ว่าจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยของสหรัฐหรือไม่ ส่วนกลุ่มที่ช่วยหนุนดัชนี คือ ปิโตรเคมี & โรงกลั่น +0.64% ได้ปัจจัยหนุนจากสเปรดปิโตรเคมี และค่าการกลั่นที่ทรงตัวระดับสูง ทางด้านปัจจัยในประเทศวันพุธ ติดตามผลการประชุม กนง.ซึ่ง Consensus คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1%, วันที่ 26 – 28 งาน Thailand Focus 2026 : Reinite Thailand ที่เน้นธีมการลงทุนในประเทศ และวันพฤหัส รายงานตัวเลขส่งออกไทย ก.ค. คาด +18.7% & มิ.ย. +20.8% YoY, น้ำเข้า ก.ค. คาด +40.6% & มิ.ย. +50.3% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,585 - 1,595 แนวต้าน 1,610 – 1,615 คาดดัชนีเช้านี้โอกาสชะลอตัวตามกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ และอยู่ระหว่างรอผลการประชุมที่ Jakson Holes ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยของสหรัฐ ส่วนปัจจัยในประเทศคาดยังได้แรงหนุนจากคาด กนง.จะคงดอกเบี้ย และงาน Thailand Focus คาดจะหนุนเม็ดเงินลงทุนในกลุ่มอุต ฯ New S Curve ของไทย แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว เช่น KBANK,BBL,KTB,GULF,GPSC,AMATA,WHA,STECON คาดจะได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในประเทศ/ กลุ่มเกษตร & อาหาร เช่น CPF, ITC, FM, RBF จากแนวโน้มราคาขายมีโอกาสปรับสูงจากภาวะ Super El Nino
- BCPG* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 8.60 บาท) ผลประกอบการ 2Q68 มีกำไรสุทธิ 155 ล้านบาท ลดลง QoQ แต่พลิกกำไร YoY กำไรหลักลดลง QoQ จากส่วนแบ่งกำไรโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯที่มีการปิดซ่อมบำรุง โรงไฟฟ้าหลังงานลม Monsoon ขาดทุนตามปัจจัยฤดูกาล ส่วน YoY กำไรหลักเติบโตได้จากปริมาณน้ำเขื่อนในลาวที่สูงกว่าปีก่อนและการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่ายในสหรัฐฯ สำหรับแนวโน้ม 3Q68 จะกลับมาเติบโต QoQ จาก High season ของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯและโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำในลาว การขายโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ Liberty และ Patriot รวม 428Mwe คาดเสร็จใน 3Q69 และมีกำไรพิเศษราว 2 พันล้านบาท ได้รับเงินสด 1 หมื่นล้านบาท และจะไม่มีการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรโครงการดังกล่าวในงวด 4Q69 ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69 ที่ 2.5 พันล้านบาท +195%YoY
- ITC* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 82 บาท) กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 844 ลบ. (+21%YoY , -3%QoQ) มีปัจจัยกดดันในส่วนของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง แต่พอสามารถ Offset ปัจจัยดังกล่าวได้จากยอดขายหลักที่ยังโตดี YoY และมีปัจจัยหนุนจากรายการพิเศษบวก(คื่นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ) ส่วนการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เบื้องต้น คาดว่าจะยังเห็น Demand ต่อเนื่องทั้งในสหรัฐฯและยูโรป รวมถึงเห็นผลจากการปรับราคาขายขึ้นเพื่อ Offset ต้นทุนได้เต็มที่มากกว่าในช่วงครึ่งปีแรก โดยทาง ITC* เองวางเป้ารายได้ปีนี้ +14 ถึง 17%YoY และวางเป้า GPM ที่ราว 23-25% ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรสุทธิของ ITC* ปี69 และ70 จะอยู่ที่ 3,422 ลบ.(+15%YoY) และ 3,825 ลบ.(+12%YoY) ตามลำดับ
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ต.ค. -$2.05 อยู่ที่ $85.01 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$2.22 อยู่ที่ $92.17/บาร์เรล ถูกแรงขายกำไรหลังสัปดาห์ก่อน WTI +5.7%, Brent +6.4% ตอบรับข่าวสหรัฐประกาศใช้ ม.ปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน
Gold Update (+) Comex Gold ธ.ค. +$17.20 ปิดที่ 4,697.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจาก US Bond Yield 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.70% และรอประเมินข้อมูล US PCE ก.ค. และผลการประชุมเฟดที่แจ๊คสัน โฮล
Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -133.64 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -112.50 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโดฯ -19.81 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -1.33 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 32.66 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับลดลงอยู่ที่ 4.708 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +41 จุด อยู่ที่ 2,882
(+) BitCoin เช้านี้ +3.76% อยู่ที่ 79,825 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
สัปดาห์ที่4 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์
รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์
ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569
ต่างประเทศ
24 ส.ค. US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( ส.ค.)
US ยอดขายบ้านใหม่ ( ก.ค.)
26 ส.ค. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (ก.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 2)
27 ส.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th
|