Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

62

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 21 ส.ค.69 ปิด +3.79 จุด อยู่ที่ 1,613.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 70,640 ลบ. สถาบันซื้อ 1,022 ลบ. ต่างชาติซื้อ 1,881 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 1,032 ลบ. และรายย่อยขาย 3,936 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 574 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTGC,PTTEP,TTB,BDMS,BCP และยอดขาย DELTA,GULF,ADVANC,CPF.BBL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,410 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BAM,CPALL,MTC โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 24,560 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 61,102 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,467 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.98%, S&P500 +0.43%, Nasdaq +0.43% ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +2.2%, บริการสุขภาพ +1.3% และ การเงิน +1% โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.85%, S&P500 -1.43%, Nasdaq -2.05% WoW ถูกกดดันจาก US Bond Yield 10 & 30 ปี ปรับขึ้นจากความกังวลต่อภาวะขาดดุลทางการค้าของสหรัฐ ส่งผลให้ ก.คลังสหรัฐประกาศจะซื้อคืนพันธบัตรอายุ 10, 20 และ 30 ปี โดยจะเพิ่มวงเงินจากเดิม $2 พัน ล. เป็นอย่างน้อย $4 พัน ล.ในแต่รอบ เริ่มตังแต่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มฟื้นตัวในช่วงปลายสัปดาห์ ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ วันจันทร์ รมว.คลังสหรัฐจะเปิดเผย ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน , วันพธ ข้อมูล US PCE ก.ค.คาดทรงตัวที่ 3.3% YoY และรายงานกำไรไตรมาสที่ผ่านมาของ Nvidia, วันศุกร์ ปธ.เฟดจะกล่าวถ้อยแถลงในการประชุม ธ.กลางที่แจ๊คสัน โฮล
  • ตลาดหุ้นยุโรป +0.59% นำโดยกลุ่มสินค้าหรูหรา +1.4%, ทรัพยากรพื้นฐาน +2.5% ปรับขึ้นตามราคาโลหะมีค่า หลัง US Bond Yield & ดอลลาร์สหรัฐเริ่มปรับลดลงจาก ม.เพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรสหรัฐเป็น 2 เท่า กอปรกับข้อมูล PMI รวมภาคผลิต & บริการยูโรโซน เบื้องต้น ส.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 1 สูงสุดในรอบ 9 เดือน ได้ปัจจัยหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่ที่สูงสุดในรอบ 40 เดือน สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx 600 -0.56% WoW จากความกังวล ECB มีโอกาสปรับขึนดอกเบี้ย 0.50% ในปีนี้ หลังราคาน้ำมันดิบ Brent สัปดาห์ที่ผ่านมา +6.4% WoW
  • ตลาดหุ้นเอเชียวันศุกร์ ดัขนีนิเกอิ -0.30% กังวลต่ออุปทานน้ำมันที่ตึงตัวและแผนของ ก.คลังสหรัฐในการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว อาจเป็น ม.แก้ปัญหาในระยะสั้น ขณะวันจันทร์นี้ รมว.คลังสหรัฐจะแถลง ม.คว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อิหร่าน ส่วน Kospi เกาหลีใต้ +0.88% ได้ปัจจัยจากการฟื้นตัวของ Samsung Electronics +3.87% และ SK Hynix +2.3% หลังประกาศซื้อหุ้นคืนมูลค่า 2.86 หมื่น ล.ดอลลาร์ ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +0.04% หลัง รมว.คลังจีนเผยเตรียมออก ม.ด้านการคลังเพื่อกระตุ้นการบริโภควงเงิน 2.76 หมื่น ล.ดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนให้ผู้บริโภคนำสินค้าเก่ามาแลกซื้อสินค้าใหม่ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวันศุกร์ติดตาม Tokyo Core CPI ส.ค.
  • SET +0.29% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 19 หมื่น ลบ. +12.5% WoW พอร์ตโบรกซื้อ 1,559 ลบ. สถาบันซื้อ 2,527 ลบ. รายย่อยขาย 631 ลบ. และต่างชาติขาย 3,457 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มปิโตรเคมี +6.5% WoW จากคาดการณ์แนวโน้มรายได้ & กำไรในงวด 2H/69 มีโอกาสเติบโตได้ดีจากภาวะอุปทานผลิตภัณฑ์กลุ่มปิโตเคมีที่ตึงตัว หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าคาด กอปรกับโบรกเกอร์ต่างชาติราย 1 ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปีนี้ของหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี & โรงกลั่น ขณะที่กลุ่มเกษตร & อาหารก็มีแรงซื้อเก็งกำไรตามราคาสินค้าเกษตร เช่น ยางพารา, น้ำตาลทราย และราคาเนื้อหมู – ไก่ ที่มีแนวโน้มสูงขึ้นจากภาวะ Super El Nino ที่คาดเกิดขึ้นในช่วง Q4 นี้ ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลง คือ อิเล็ก ฯ -3.8% WoW ผันผวนตาม US Bond Yield 10ปี และ 30ปี ส่งผลให้ ก.คลังสหรัฐจะต้องเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจากเดิม 2 พัน ล.ดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พัน ล.ดอลลาร์/รอบ ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. – 4 พ.ย. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดพันธบัตร โดยภาพรวมเม็ดเงินลงทุนยังสลับออกจากหุ้นกลุ่ม Growth เข้าสู่กลุ่ม Value เช่น ธนาคาร, ค้าปลีก และ รพ. เพื่อลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุน ปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม วันพุธ ผลการประชุม กนง.ซึ่ง Consensus คาดคงดอกเบี้ยไว้ที่ 1%, วันที่ 26 – 28 งาน Thailand Focus 2026 : Reinite Thailand ที่เน้นธีมการลงทุนในประเทศ และวันพฤหัส รายงานตัวเลขส่งออกไทย ก.ค. คาด +18.7% & มิ.ย. +20.8% YoY, น้ำเข้า ก.ค. คาด +40.6% & มิ.ย. +50.3% YoY

 

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,600 - 1,610 แนวต้าน 1,620 – 1,630 คาดดัชนีทรงตัวรอถ้อยแถลงของปธ.เฟดในการประชุม Jakson Holes ช่วงค่ำวันศุกร์นี้ เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยของสหรัฐ ขณะที่ปัจจัยในประเทศคาดยังได้แรงหนุนจากคาดการณ์ กนง.คงดอกเบี้ย และการจัดงาน Thailand Focus วันที่ 26 – 28 ส.ค. ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นธีมการลงทุนในอุต ฯ New S Curve ของไทย แนะนำทยอยซื้อ KBANK,BBL,KTB,GULF,GPSC,BGIM,AMATA,WHA,STECON,DELTA ที่คาดจะได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในงาน Thailand Focus

 

  • CKP* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.00 บาท) ผลประกอบการ 2Q69 มีกำไรสุทธิ 99 ล้านบาท ลดลงทั้ง QoQ, YoY แต่หากตัด FX Loss กำไรปกติดีขึ้น QoQ หนุนจากรายได้โรงไฟฟ้าก๊าซฯ BIC ส่วนแนวโน้ม 3Q68 คาดกำไรปกติเติบโตได้ QoQ เป็นจุดสูงสุดรายไตรมาสของปีจากปัจจัยฤดูกาลที่ส่งผลบวกต่อปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในลาว และไม่มีการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า BIC เหมือนในช่วง 2Q69 ขณะที่ YoY คาดลดลงจากฐานสูงของปีก่อน ทั้งปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนไซยะบุรีและต้นทุนก๊าซของโรงไฟฟ้า BIC ที่ทรงตัวสูงกดดัน margin ส่วนต้นทุนทางการมีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ตลาดคาดกำไรปี 69 ในระดับ 76 พันล้านบาท (-37%YoY)

 

  • BCH (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 13.40 บาท) กำไรสุทธิ 2Q69 อยู่ที่ 343 ลบ.(-12%YoY, +28%QoQ) โดยภาพ QoQ มีแรงหนุนจากการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากการรักษาผู้ป่วย 26 โรคเรื้อรังของ SSO ราว +53 ลบ. รวมถึงได้แรงหนุนจากผู้ป่วยตะวันออกกลางหลังจากผ่านช่วงรอมฎอน ใน1Q69 มาแล้ว ส่วนภาพ YoY ยังถูกกดดันจากการผู้ป่วยกัมพูชาที่หายไป รวมถึงการระบาดของโรคท้องถิ่นในประเทศไทยที่ลดลง และกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอมีผลต่อการตัดสินใจ สะท้อนมายัง รายได้ของศูนย์ศัลยกรรม KPS และศูนย์เวชศาสตร์ป้องกันและฟื้นฟู เบื้องต้น สำหรับแนมโน้มการดำเนินงานปกติในช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่าจะออกมาดีกว่าครึ่งแรก และได้ปัจจัยหนุนตามฤดูกาลในช่วง 3Q69 และแม้ว่าสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-สหรัฐฯ ยังเป็นความเสี่ยง แต่ BCH มีความได้เปรียบจากการเป็นผู้ให้บริการโรคที่มีความซับซ้อนและจำเป็นอย่างการรักษาแผลเบาหวาน นอกจากนี้ในช่วง 2H68 มีฐานต่ำจากผู้ป่วยกัมพูชาและร.พ.อรัญประเทศแล้ว ส่งผลให้คาดหวังว่าการฟื้นตัว YoY ใน 2H69 จะเด่นชัดมากขึ้น

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$0.23 อยู่ที่ $87.06 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$0.61 อยู่ที่ $94.39/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +5.7%, Brent +6.4% WoW หลังสหรัฐเตรียมประกาศใช้ ม.ปิดล้อมทางเศรษฐกิจต่ออิหร่าน กอปรกับยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซียในเมืองเพิร์ม

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$109.20 ปิดที่ 4,680.60 ดอลลาร์/ออนซ์  สัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาทองคำ +5% ได้ปัจจัยหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี, 30 ปี ปรับลดลง หลัง ก.คลังสหรัฐจะเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาวจาก 2 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ เป็นอย่างน้อย 4 พัน ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP สัปดาห์ที่ผ่านมาขายสุทธิ -13.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ขายหุ้นไทย -105.68 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโดฯ +125.73 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -33.17 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 32.62 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.714 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +50 จุด อยู่ที่ 2,841

(+) BitCoin เช้านี้ +0.35% อยู่ที่ 77,585 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

สัปดาห์ที่4  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

   ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

   ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569

 

ต่างประเทศ

24 ส.ค.      US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี ( ส.ค.)

                  US ยอดขายบ้านใหม่  ( ก.ค.)

26 ส.ค.      US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) (ก.ค.)

                  US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

                  US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 2)

27 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

 

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, BDMS, STA*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

PCE เผยกำไรไตรมาส 2 โต 59.5% เดินหน้าควบคุมต้นทุน-ขยายกำลังผลิต รับดีมานด์อุตสาหกรรมอาหาร

เขียว แดง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็น ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดมา ก็แเดง หุ้นไทย ก็แดง เขียว สลับไปมา ระหว่างชั่วโมงการซื้อขาย .....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้