สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (20 สิงหาคม 2569 ) ------นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้้าตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) KSL เปิดเผยว่า บริษัท น้้าตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) (“บริษัท ฯ”) ขอเรียนให้ทราบความคืบหน้าของคดีปกครองของบริษัท น้้าตาลนิวกว้างสุ้นหลี จำกัด (“บริษัทย่อย”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ฯ ดังนี้
เ มื่ อ วั น ที่ 19 มิ ถุ นายน 2567 ชาวบ้าน ตำบล ผักขะ จำนวน 14 ราย (“ผู้ฟ้องคดี”) ได้ยื่นฟ้อง ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขด้าที่ 716/2567 โดยขอให้ศาลปกครองกลางมีค้าสั่ง เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (“ใบ รง.4”) ที่ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกให้แก่บริษัทย่อย ส้าหรับ ดำเนินกิจการโรงงานผลิตน้้าตาลทราย ที่จังหวัดสระแก้ว โดยผู้ฟ้องคดีอ้างว่าการออกใบ รง.4 ดังกล่าว ให้กับบริษัทย่อยไม่ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งศาลปกครองกลางพิจารณาแล้วเห็นว่า ผลแห่งคดีปกครองอาจกระทบสิทธิของบริษัทย่อย จึงมีคำสั่งให้บริษัทย่อยเข้าเป็นผู้ร้องสอดในคดีดังกล่าว
ในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้มีค้าพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1662/2569 โดยพิพากษาเพิก ถอนใบ รง.4 ที่ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมออกให้กับบริษัทย่อย
อนึ่ง ก่อนจะมีค้าพิพากษาในคดีดังกล่าวข้างต้น เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ได้มีบริษัทเอกชนรายหนึ่งยื่นฟ้อง ข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมและบริษัทย่อย ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 685/2567 ขอให้เพิกถอนใบ รง. 4 ของบริษัทย่อย ซึ่งเป็นคดีที่มีลักษณะเดียวกันกับคดีข้างต้น โดยศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1510/2569 โดยพิพากษาว่าการออกใบ รง.4 ให้กับบริษัทย่อยของข้าราชการกระทรวง อุตสาหกรรม เป็นการกระท้าโดยชอบด้วยกฎหมาย
ปัจจุบัน คดีความโครงการโรงงานน้้าตาล จังหวัดสระแก้ว ทั้งหมด 5 คดี ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว 4 คดี โดยมี คำพิพากษาให้บริษัทย่อยชนะคดี โดยการยกฟ้อง 2 คดี และพิพากษาให้บริษัทย่อยแพ้ 2 คดี ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่าง กระบวนการอุทธรณ์ ส่วนอีก 1 คดี อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งบริษัท ฯ และบริษัทย่อยขอชี้แจงว่า บริษัท ฯ และบริษัทย่อยได้ด้าเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รวมถึงปฏิบัติตามประกาศและค้าสั่งของหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องอย่าง เคร่งครัดและสุจริต และเชื่อว่าการอนุญาตของข้าราชการกระทรวงอุตสาหกรรมก็เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว
บริษัทฯ และบริษัทย่อยขอน้อม รับและเคารพต่อค้าพิพากษาของศาลปกครองกลาง และขอเรียน ว่า คำพิพากษาดังกล่าวเป็นค้าพิพากษาของศาลชั้นต้นเท่านั้น โดยถือว่าคดียังไม่ถึงที่สิ้นสุด และบริษัทย่อยฯ จะขอใช้สิทธิในการ อุทธรณ์ต่อไป เพื่อปกป้องผลประโยชน์บริษัท ฯ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม บริษัทจะแจ้งข่าวให้ทราบผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์ฯ ต่อไป