Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : OR (Non-rated Bloomberg cons.THB13.87)

48


Equality for All
OR : บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก

 

2Q26 ขาดทุนมากกว่าคาดจากการดำเนินงานที่ลดลงทั้งในและตปท. จากราคาน้ำมันลดลง : 2Q26 พลิกขาดทุน 1,775 ลบ. มากกว่าที่คาดจากรายการพิเศษสูงถึง -8,929 ลบ. (ขาดทุนจากสต็อกตามราคาน้ำมันลดลง -8,900, และปรับมูลค่าสินค้าตามต้นทุน (NRV) -2,331 ขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยง) การดำเนินงานแยกตามธุรกิจดังนี้
กลุ่ม Mobility (สถานีบริการ) ปริมาณขายน้ำมันอยู่ที่ 5,558 ล้านลิตร -16% q-q กลุ่มค้าปลีกปริมาณขายน้ำมัน -10% q-q ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม -21% q-q ขณะที่ GP/ลิตร เหลือเพียง 0.24 บาท/ลิตร จาก 1.10 บาท/ลิตร จากมีขาดทุนสต็อกและ NRV แต่หากไม่รวมรายการ NRV GP/ลิตร ปรับขึ้นมาเป็น 0.49 บาท/ลิตร ผลจากราคาน้ำมันปรับลง
กลุ่ม Lifestyle (อาหาร และเครื่องดื่ม) ปริมาณขายกาแฟเพิ่มขึ้นทำสถิติสูงสุดอีกครั้งอยู่ที่ 117 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้น 5 ล้านแก้ว q-q จากจำนวนคนเข้าร้านเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกับการเพิ่มขึ้นของสถานีบริการ แต่หากEBITDA margin หดตัว q-q เหลือ 30.8% จาก 31.7% จากค่าใช้จ่ายโฆษณา กิจกรรมส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
กลุ่มต่างประเทศ ปริมาณขายน้ำมัน -23% q-q อยู่ที่ 401 ล้านลิตร ปริมาณขายทั้ง 3 ประเทศลดลงตามกำลังซื้อที่ลดลง ฟิลิปปินส์ -22% ลาว -21% กัมพูชา -28% ยังมีผลจากการปิดสถานีบริการโดยไตรมาสนี้ปิดไป 6 แห่ง ขณะที่ปริมาณขายกาแฟทรงตัว q-q ที่ 2.8 ล้านแก้วแต่หาก EBITDA พลิกขาดทุนจากขาดทุนสต็อกเช่นเดียวกับไทย สิ้น 2Q26 มีสถานีบริการในกัมพูชา 85 แห่ง และร้านคาเฟ่ อเมซอน 88 แห่ง
แนวโน้ม 3Q26 คาดฟื้นตัว q-q : ผบห. แจ้งว่าเดือนก.ค. เริ่มเห็นยอดขายฟื้นตัว m-m ได้ ซึ่งปกติ 3Q26 จะเป็นช่วง low season จากช่วงหน้าฝนทำให้การใช้รถลดลง แต่คาดว่าปีนี้การลดลงของปริมาณขายอาจไม่มากอย่างปีก่อนหน้า อีกทั้งแนวโน้มราคาน้ำมันที่กลับมาเร่งตัวขึ้นทำให้เราคาดว่าจะไม่มีขาดทุนสต็อกอย่างที่เกิดขึ้น
ส่วนธุรกิจ lifestyle คาดปริมาณขายจะได้อานิสงส์จากการเข้าสถานีบริการเพิ่มขึ้น
ส่วน GLOBAL คาดปริมาณขายน้ำมันทรงตัวถึงลดลง q-q เช่นเดียวกับไทย
อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการดำเนินงานปี 2026 จะอ่อนตัว y-y จากผลทางลบที่เกิดขึ้นทั้งปริมาณขายลดลง และ GP/ลิตรที่ลดลงตามราคาน้ำมันที่ผันผวน แต่คาดจุดต่ำสุดของปีกำลังผ่านไป
รุก Lifestyle และ EV ต่อเนื่อง : ผบห. แจ้งว่าล่าสุดบ. ได้จับมือกับกลุ่ม Minor เพื่อลงนามขยายสาขาในสถานีบริการของ OR ในการขยาย 4 แบรนด์หลักได้แก่ Dairy Queen, The Pizza Company, Steak and More และ SHI Ramen ผ่านแพลตฟอร์ม Foodus เฟสแรกตั้งเป้าขยาย 150 สาขาด้วยเงินลงทุน 400 ลบ. ขณะที่ในส่วนไทยเบฟประกาศขาย KFC นั้น ผบห. แจ้งว่ามีความสนใจแต่ต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงข้อดีข้อเสียเพราะปัจจุบันร้าน KFC มีการขายในสถานีบริการราว 300-400 สาขาอยู่แล้ว
ส่วนกลุ่ม EV นั้นปัจจุบันมีกำไรแล้วจากจำนวนรถเพิ่มเป็น 45,000 คันต่อวัน อัตราการใช้หัวชาร์จราว 8 ชั่วโมงต่อวันซึ่งเกินเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งบ. ตั้งเป้าปี 2030 จะเพิ่มให้เป็น 7,000 หัวชาร์จ จากสิ้น 2Q26 อยู่ที่ 2,979 หัวชาร์จ


กำลังผ่านจุดต่ำสุด
“เราคาดว่าแนวโน้มช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มดีขึ้นหลังสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง และคาดใน 3Q26 การดำเนินงานกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง แม้จะเป็น low season ก็ตาม ส่วน Lifestyle เดินหน้าขยายต่อเนื่องเพื่อเพิ่มกำไรมากขึ้น
แต่ประเด็นต้องติดตามคือกัมพูชาคาดจะได้ข้อสรุปว่าจะทำอย่างไรต่อ ไม่เกิน 4Q26 เรามองว่าราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว เริ่มน่าสนใจมากขึ้น ”

 


นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.th

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้