Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

70

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 17 ส.ค.69 ปิด +17.38 จุด อยู่ที่ 1,626.44 จุด มูลค่าการซื้อขาย 75,660 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,130 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 894 ลบ. สถาบันซื้อ 93 ลบ. และรายย่อยขาย 3,187 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 2,561 ลบ. โดยมียอดซื้อ HANA,AOT,CRC,PTTEP,CCET,WHA และยอดขาย TOP,KBANK,GULF,KCE,BH,ADVANC มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,644 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น TTB,SCC,OR โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 32,990 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 72,081 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,528 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.51%, S&P500 -0.52%, Nasdaq -0.32% จากแรงขายกลุ่มบริการสุขภาพ -1.47%, อุปโภคบริโภค -1.46% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +0.87% ปรับขี้นตาม WTI วานนี้ +2.5% หลังข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐ – อิหร่านได้สิ้นสุดลง และอิหร่านไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐที่ได้ละเมิดข้อตกลง MOU ขณะที่สหรัฐขู่จะโจมตีโอมาน หากเข้าร่วมกับอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.73% ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth สัปดาห์นี้นักลงทุนยังรอการรายงานงบของกลุ่มค้าปลีกสหรัฐ เช่น Home Depot, Lowes, Warmart หลังข้อมูลยอดค้าปลีกสหรัฐ ก.ค. -0.6% MoM รวมถึงรายงานข้อมูลตลาดอสังหา ฯ สหรัฐ ก.ค., Fed Minutes วันที่ 28 – 29 ก.ค. , ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และ US PMI ภาคการผลิต & บริการ เบื้องต้น ส.ค.
  • ตลาดหุ้นยุโรป -0.22% จากแรงขายกลุ่มสินค้าอุปโภค, อาหารและเครื่องดื่ม -2.3%, สินค้าหรูหรา -2% นำโดย Kerring บริษัทแม่ของ Gucci -4.3% และ LVMH -2.7% ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพ +0.8%, ทรัพยากรพื้นฐาน +0.7% ปรับขึ้นตามราคาโลหะมีค่า โดยนักลงทุนกังวลต่อ ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย. หลังข้อมูล CPI ยูโรโซน ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 9% & มิ.ย. 2.8% YoY สัปดาห์นี้ติดตาม UK CPI ก.ค. PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซน ส.ค.
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ดัขนีนิเกอิ +0.74% นำโดยกลุ่มโลหะที่ไม่มีส่วนผสมของเหล็ก, ขนส่งทางเรือ และกลุ่มเทคโนโลยี้ เช่น Kioxia +15% ขณะที่รายงาน GDP ญี่ปุ่น Q2/69 +1.1% ชะลอตัวจาก Q1/69 +1.9% YoY สาเหตุมาจากการบริโภคภาคเอกชน -0.02% และการลงทุนภาคเอกชน -1.2% แม้ว่าจะได้แรงหนุนจากภาคส่งออก +0.5% ส่งผลให้ BOJ อาจชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ย ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.41% นำโดยหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech +5.7%, Zhongji Innolight +6.1% และ SMIC +2.9% ตอบรับรายงานกำไร Q2/69 เพิ่มขึ้น 3 เท่า ขณะที่ NBS จีนเผยยอดค้าปลีก ก.ค. +0.6% & มิ.ย. +1.0% YoY, ผลผลิตภาคอุต ฯ ก.ค. +4.5% & มิ.ย. 5.3% YoY, การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ก.ค. -6.7% & มิ.ย. -5.7% YoY และอัตราว่างงาน ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 5.2% & มิ.ย. 5.0% สัปดาห์นี้วันพฤหัสติดตามอัตราดอกเบี้ย LPR จีน 1 & 5 ปี คาดคงดอกเบี้ยที่ 3.0%, 3.5% ตามลำดับ / วันศุกร์ Core CPI ญี่ปุ่น ก.ค. คาด 1.8% & มิ.ย. 1.6% YoY
  • SET วานนี้ +1.08% ปริมาณการซื้อขาย 56 หมื่น ลบ. สถาบันซื้อ 93 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 894 ลบ. ต่างชาติซื้อ 2,130 ลบ. และรายย่อยขาย 3,187 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มอิเล็ก ฯ +2.84% นำโดย DELTA +2.59% ส่งผลบวกต่อดัชนี +6.86 จุด ที่ฟื้นตัวตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของสหรัฐส่วน KCE +1.93% หลังรายงานกำไร Q2/69 +18% QoQ, +52% YoY ดีกว่าคาด  +28% ได้ปัจจัยหนุนจาก Gross Margin ของสินค้ากลุ่ม HDI ที่อยู่ในระดับสูง และคาด 2H/69 จะได้ประโยชน์จากการปรับขึ้นราคาขาย 10 – 12% รวมถึงการขยายกำลังการผลิตของ HDI  เช่นเดี่ยวกับ HANA +22.0% ได้ปัจจัยหนุนจากำไร Q2/69 ที่ฟื้นตัวดี QoQ, YoY และกำไรดีกว่าคาด +43% หลังยอดขายสินค้ากลุ่ม IC และกลุ่มอื่น ๆ ปรับตัวดีขึ้น และไม่มีรายการ Write –down สินค้าคงคลัง ขณะที่ 2H/69 คาดจะเริ่มมีรายได้จากการขาย Cooling Solutions  ส่วนกลุ่มอื่น ๆ เช่น ค้าปลีก, อาหาร, ท่องเที่ยว, ขนส่ง ก็มีแรงซื้อสะสมจากคาดการณ์รายได้ในงวด 2H/69 มีโอกาสฟื้นตัวจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยวานนี้สภาพัฒน์รายงาน GDP ไทย Q2/69 +1.9% ชะลอตัวจาก Q1/69 +2.8% YoY แต่ดีกว่าคาด +1.7% ได้ปัจจัยหนุนจากการลงทุนภาคเอกชน +13.4% และการส่งออก +12..5% ซึ่งทางสภาพัฒน์คาดการณ์ GDP ไทยในช่วง Q2/69 ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีโอกาสฟื้นตัวในช่วง Q3 นี้ 

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 – 1,620 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดดัชนีได้แรงหนุนจากคาดการณ์เฟดจะยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. กอปรกับได้แรงหนุนจากรายงานกำไร Q2/69 ของ บจ.ขนาดใหญ่อยู่ในเกณฑ์ดี และคาดภาวะเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดในช่วง Q2/69 แล้ว แนะนำทยอยซื้อ KBANK,KTB,GULF,GPSC,GUNKUL,ADVANC,CRC,BDMS,BCHเป็นหุ้นกลุ่ม Value Play / กลุ่มอุปโภค & ท่องเที่ยวคาดได้ปัจจัยหนุนจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจและเข้าสู่ช่วง High Season เช่น AOT,CENTEL,ERW,OSP,CBG/ เก็งกำไรกลุ่มพลังงาน PTT,PTTEP ได้ปัจจัยหนุนจาก WTI Futures เช้านี้ +0.35% อยู่ที่ $84.0/บาร์เรล

 

  • ERW* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 3.86 บาท) บริษัทรายงากำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 72 ล้านบาท -81%QoQ, +14%YoY ลดลง QoQ ตามฤดูกาล แต่ YoY เติบโตหนุนจาก RevPar และ Occ rate ที่เป็นบวก ขณะที่ GPM อยู่ในเกณฑ์ดีจากการบริหารต้นทุน ประกอบกกับดอกเบี้ยจ่ายยังปรับลดลงได้ต่อเนื่อง แนวโน้ม 2H69 ทิศทางเป็นบวก โดย 3Q69 มีโอกาสเติบโต QoQ, YoY จากการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยว และใน 4Q69 ที่จะกลับเข้าช่วง High Season ซึ่งมีแรงสนับสนุนจากงานอีเว้นต์ใหญ่และมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาครัฐ ทั้งนี้อิงจาก Consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 931 ล้านบาท +11%YoY และ 1 พันล้านบาท +8%YoY

 

  • KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 33.75 บาท) รายได้ 2Q69 อยู่ที่ 1,127 ลบ. (+32.41%YoY , +75%QoQ) สามารถเติบโตเด่นทั้ง YoY และ QoQ จากจำนวนสาขาที่สูงขึ้น +7 สาขา YoY และ SSSG Cash Sales ที่ +21.5%YoY หนุนจาก Range การบริการ และ Target ลูกค้าที่กว้าง อย่างไรก็ตาม ในภาพ QoQ มาร์จิ้นอ่อนตัวจากการขยายสาขาเพิ่มสุทธิราว +2 สาขา QoQ รวมถึงการใช้จ่ายการตลาดที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิ 2Q69 นี้อยู่ที่ 112 ลบ. (+24.95%YoY , -7.92%QoQ) ส่วนแนวโน้มการดำเนินงานในช่วง 3Q69 เราคาดว่ากำไรสุทธิจะยังขยายตัวได้ต่อ YoY แต่ในภาพ QoQ จะมีปัจจัยกดดันมาจากต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เข้ามาในแง่ของการเร่งขยายสาขาราว 9 แห่ง ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ KLINIQ ที่ 438 ลบ.( +20%YoY)  และ 504 ลบ.(+15%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ก.ย. +$2.10 อยู่ที่ $84.50 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$2.35 อยู่ที่ $90.87/บาร์เรล หลังสิ้นสุดช่วง ม.หยุดยิงในวันที่ 17 ส.ค. และอิหร่านไม่ต้องการเจรจากับสหรัฐ ขณะที่สหรัฐขู่จะโจมตีโอมาน หากเข้าร่วมกับอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้สัปดาห์ที่ผ่านมามีเรือเพียง 5 ลำ ที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เทียบกับช่วงปกติมีจำนวน 125 – 140 ลำ/วัน

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$36.40 ปิดที่4,473.70 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ เช่น US CPI & PPI ก.ค. มีสัญญาณชะลอตัว ส่งผลให้เฟดอาจคงดอกเบี้ยในการประชุม ก.ย.

 

Fund Flow(+)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +60.89 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย ซื้อหุ้นไทย +64.50 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -3.61 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 33.02 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.727 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +15 จุด อยู่ที่ 2,878

(+) BitCoin เช้านี้ +1.93% อยู่ที่ 64,326 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

17 ส.ค.      สภาพัฒน์แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส2/2569

19 ส.ค.      กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

สัปดาห์ที่3  ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

   ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

   ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์

   รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์

   ประชุม กนง. ครั้งที่4/2569

ต่างประเทศ

19 ส.ค.      EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

                  US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

20 ส.ค.      US รายงานการประชุม FOMC

  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

21 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ส.ค.)

                  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ส.ค.)

  

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*, CRC

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้