MINT : ประเด็นสำคัญจากการประชุมนักวิเคราะห์
• ปรับเป้าหมายระยะสั้นตามความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ยังคงมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง : ผู้บริหารยังคงเป้าหมายสำคัญในระยะกลาง ได้แก่ การเติบโตของรายได้ในระดับ High Single Digit การเติบโตของกำไร 15-20% และ ROIC ที่ 12% เนื่องจากมองว่าผลกระทบจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวและจำกัดอยู่ในระยะสั้น เป้าหมายอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังคงอยู่ที่ 0.75x-0.85x โดยฝ่ายบริหารคาดว่าจะดำเนินกลยุทธ์หมุนเวียนสินทรัพย์เพิ่มเติมตลอดทั้งปี (นอกเหนือจาก REIT) เพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจากระดับปัจจุบันที่ 1.10x ณ 2Q26
• ต้นทุนยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ในระยะสั้น : MINT ระบุว่าค่าใช้จ่ายด้านแรงงานจะเป็นต้นทุนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในปี 2026 โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในระดับ Mid Single Digit YoY อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารเชื่อว่าสามารถบริหารจัดการผลกระทบดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการกำหนดมาตรฐานกระบวนการทำงาน การปรับตารางกำลังคน และการนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น สำหรับต้นทุนทางตรง ได้แก่ วัตถุดิบ โลจิสติกส์ และพลังงาน บริษัทสามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพในปี 2026 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในระดับ Low Single Digit YoY ขณะที่ค่าเช่าคาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของยอดขาย
• ความร่วมมือกับ PTTOR : MINT ตั้งเป้าขยายสาขาในสถานีบริการน้ำมัน PTT ให้มีจำนวนมากกว่า 150 แห่งภายในปี 2030 โดยแบรนด์ที่เปิดดำเนินการในทำเลดังกล่าว ได้แก่ Steak & More, Dairy Queen, The Pizza Company และ Chico (แบรนด์ราเม็งใหม่ของ MINT) ในระยะยาว บริษัทคาดว่าสาขาในสถานีบริการน้ำมัน PTT จะคิดเป็น 2-3% ของเครือข่ายสาขาทั้งหมดของ MINT
• MINT เข้าซื้อสิทธิ์ความเป็นเจ้าของแบรนด์ Bonchon ทั่วโลก (ยกเว้นทวีปอเมริกา) : MINT ลงทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.65 พันล้านบาท) เพื่อเข้าซื้อแบรนด์ Bonchon โดยคาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จในเดือนสิงหาคม 2026 ปัจจุบัน Bonchon มีสาขาประมาณ 350 แห่งทั่วโลก เงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากงบ CAPEX เดิมภายใต้แผนการขยายธุรกิจปัจจุบันของ MINT
ฝ่ายบริหารคาดว่าดีลดังกล่าวจะช่วยเพิ่มกำไรได้ทันที จากการประหยัดค่าธรรมเนียมลิขสิทธิ์และการรับรู้รายได้ค่าลิขสิทธิ์จากสาขานอกทวีปอเมริกา เราประเมินว่าการเข้าซื้อกิจการครั้งนี้อาจช่วยเพิ่มกำไรได้มากกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ราว 7-8%
• อัตรากำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในปี 2027: ผู้บริหารระบุว่าอัตรากำไรสุทธิมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นในช่วงปี 2027-2028 จากปัจจัยหลัก ได้แก่ (1) RevPAR ที่สูงขึ้น ซึ่งสามารถส่งผ่านไปสู่การเติบโตของกำไรได้มากขึ้นจากอัตราการเข้าพักที่เพิ่มขึ้น (2) สัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Asset-light ที่เพิ่มขึ้น และ (3) โครงการ Digital Transformation ที่ช่วยลดอัตราส่วนต้นทุนต่อยอดขายได้มากขึ้นในอนาคต
• คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ MINT โดยให้มูลค่าที่เหมาะสมที่ 32.00 บาท