Company Note
GFPT
กำไร Q2 เพิ่มขึ้น QoQ ตาม high season และปัจจัยบวกราคาส่งออกปรับเพิ่มขึ้นชดเชยกับตลาดจีนที่หายไป เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
กำไรไตรมาส 2/26 ดีกว่าที่เคาดจากช่วง High Season ของตลาดญี่ปุ่นและยุโรป ส่งออก 8,100 ตันใน 2Q26F (+8% QoQ) หนุนกำไรฟื้นตัว QoQ ประกอบกับ การปรับราคาขายส่งออกที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นช่วยชดเชยการหายไปของตลาดจีน และอานิสงส์จากสต็อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำและ product mix ที่ดีขึ้น แม้ว่าราคาไก่ในประเทศที่อ่อนตัว เราปรับประมาณการเพิ่มขึ้นสะท้อนมาร์จิ้นดีกว่าคาด และเปลี่ยนคำแนะนำเป็น "ซื้อ”
กำไร 2Q26 ฟื้นตัว QoQ จากปริมาณส่งออกและมาร์จิ้นที่ดีขึ้น
GFPT ประกาศกำไรสุทธิ 601 ล้านบาท (-6% YoY, +16% QoQ) ดีกว่าที่เราและตลาดคาดราว 6% ด้านรายได้ -5% YoY จากราคาไก่ที่อ่อนตัวและคำสั่งซื้อจีนที่หายไป แต่ +9% QoQ ตามปริมาณส่งออกที่ฟื้นเข้าสู่ High Season ยุโรป อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นเป็น 16.9% จากราคาขายส่งออกที่ปรับเพิ่มขึ้น และสต็อกวัตถุดิบต้นทุนต่ำที่ล็อคไว้ล่วงหน้าและสินค้ามาร์จิ้นสูงที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ SG&A ต่อยอดขายใกล้เคียงเดิม ส่งผลให้ EBITDA margin 23.7% ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม -31% YoY ตามราคาไก่ชำแหละที่ลดลง
ปรับประมาณการเพิ่มขึ้น, ครึ่งปีหลังมีแรงหนุนจาก High Season ส่งออก
กำไร 1H26 อยู่ที่ 1,118 ล้านบาท (-13% YoY) คิดเป็น 51% ของประมาณการทั้งปี เราคาด 3Q26F เติบโตต่อเนื่อง QoQ เนื่องจากยังเป็น High Season ของการส่งออกคาดปริมาณส่งออก 8,500 ตัน เราปรับประมาณการกำไรปี 2026-27F เพิ่มขึ้นจากเดิม 8% และ 12% ตามลำดับ คาดกำไรปี 2026F ลดลง 14% และปีถัดไปเพิ่มขึ้น 9.4% ตามลำดับ เนื่องจากอัตรามาร์จิ้นลดน้อยลงกว่าที่คาดเทียบกับปีที่ผ่านมา สาเหตุจากราคาขายส่งออกที่ปรับเพิ่มขึ้นและราคาไก่ในประเทศที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุด ในขณะที่ต้นทุนราคาข้าวโพดอาหารสัตว์เริ่มปรับตัวลงจากฤดูกาลเก็บเกี่ยว ขณะที่ต้นทุน กากถั่วเหลืองสูงขึ้นเล็กน้อยสะท้อนต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นในครึ่งปีหลัง
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก "ถือ" Valuation สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว
เราประเมินราคาเหมาะสมที่ 12.3 บาท อ้างอิง PER เฉลี่ย 7.4x (เดิม-1SD ที่ 6.1x) จากสถานการณ์เริ่มดีขึ้นและผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ต่อมาร์จิ้นน้อยกว่าที่คาดไว้ พร้อมคาด Dividend Yield ที่ 3.4% ช่วยจำกัด downside บางส่วน ความเสี่ยงหลัก: ความผันผวนของราคาปศุสัตว์และต้นทุนวัตถุดิบ
สรุปประชุมนักวิเคราะห์ (13/8/26)
บริษัทปรับเป้าหมายรายได้ปี 2026 จากเดิมเติบโต 2–3% เป็น ทรงตัวถึงติดลบเล็กน้อย จากผลประกอบการ 1H26 ที่อ่อนตัว แม้คาดว่า 2H26 จะดีขึ้นจากราคาขายที่ฟื้นและต้นทุนที่ลดลง ขณะที่ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการแข่งขันของบราซิลและจีน มาตรการกีดกันทางการค้า ต้นทุนน้ำมัน/ค่าระวางเรือ และความเสี่ยงจาก Super El Niño ในปีหน้า ทั้งนี้ GFPT มีแนวโน้มรักษาระดับเงินปันผลใกล้เคียงเดิมในช่วง 2 ปีข้างหน้า เนื่องจากยังมีภาระลงทุนในโรงเชือดและโรงงานแปรรูปใหม่
• แนวโน้ม 2H26 มีปัจจัยสนับสนุน จากราคาสินค้าไก่ที่ฟื้นตัวและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง โดยราคาไก่เป็นปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 44–45 บาท/กก. จากเฉลี่ย 38–39 บาท/กก. ใน 2Q26 ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยงลดลงมาอยู่ราว 39 บาท/กก. จาก 40–40.5 บาท/กก. และราคาข้าวโพดลดลงเหลือ 10–10.5 บาท/กก. นอกจากนี้ บริษัทมีแผนนำเข้าข้าวโพดจากสหรัฐฯ ใน 4Q26 ซึ่งน่าจะช่วยลดต้นทุนเพิ่มเติม โดยบริษัทมองว่าการฟื้นตัวของราคาไก่เกิดจากทั้ง Cost push, การบริโภคที่ดีขึ้น และ Supply ในอุตสาหกรรมที่ลดลงบางส่วน
• ด้านการส่งออก บริษัทคาดว่า 3Q26 จะเป็น High season โดยปริมาณส่งออกประมาณ 8,400–8,500 ตัน ก่อนอ่อนตัวเล็กน้อยใน 4Q26 ขณะที่ตลาดจีนยังไม่มีการส่งออกใน 3Q26 แต่ตลาดญี่ปุ่นมีแนวโน้มดีขึ้น โดยราคาขายเพิ่มจากราว US$4,700 เป็นเกือบ US$5,000/ตัน ซึ่งช่วยชดเชยบางส่วนของตลาดจีนที่หายไป
• งบลงทุน (CAPEX) 1-1.2 พันล้านบาท โรงเชือดไก่แห่งใหม่ที่ชลบุรีคาดว่าจะ Test Run ในช่วง พ.ย.–ธ.ค. 2026 และ Commercial Run ใน มี.ค.–เม.ย. 2027 โดยช่วงแรกจะใช้กำลังการผลิตเพียง 30,000–50,000 ตัว/วัน และคาดว่าจะถึงจุดคุ้มทุนเมื่อ Utilization อยู่ที่ 60–70% ในช่วงปลายปี 2027 ผลผลิตจะเน้นส่งออกไก่สดแช่แข็งและส่งชิ้นส่วนให้ McKey ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบจาก Third Party ที่ปัจจุบันอยู่ราว 30%