Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

23

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 5 ส.ค.69 ปิด -35 จุด อยู่ที่ 1,609.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 90,133 ลบ. ต่างชาติขาย 6,065 ลบ. สถาบันซื้อ 1,804 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 694 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,566 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 5,456 ลบ. โดยมียอดซื้อ CPALL,TOP,HANA,THAI,KCE และยอดขาย PTT,TRUE,ADVANC,PTTEP,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,993 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น M,BCH,AP โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 15,283 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 47,704 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 3,966 ลบ.

Market View

  • ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.49%, S&P500 -0.17%, Nasdaq -0.83% โดย DJIA ทำจุดสูงสุดใหม่ได้แรงหนุนจากกลุ่มวัสดุ +1.54%, บริการสุขภาพ +1.34% โดยนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อผลการหารือระหว่างโอมาน & อิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง และลดแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อสูง ซึ่ง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 54.9% & เดิม 67.2% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยใน ก.ย. ขณะที่กลุ่มบริการสื่อสาร -2.4% และ SpaceX -13.6% แม้ว่ารายได้จาก Starlink & AI จะเพิ่มขึ้น แต่มีภาระเงินลงทุน Data Center ที่อยู่ในระดับสูง กอปรกับหุ้น IPO จำนวน 911.5 ล.หุ้น จะพ้นระยะห้ามซื้อขายในวันนี้ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ADP เผยตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐ ก.ค. เพิ่มขึ้น 44,000 & คาด 75,000 และชะลอตัวจาก มิ.ย. 95,000 ราย และวันศุกร์นี้ติดตามตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 88,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2%
  • ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.04% ทำจุดสูงสุดใหม่ ได้แรงหนุนจากกลุ่มเหมืองแร่ +2.3% หลังราคาทองคำปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 1 เดือน และ Glencore +4.1% ตอบรับกำไรในงวด 1H/69 ดีกว่าคาด เช่นเดี่ยวกับ Heineken +2.2% ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพปรับลดลง นำโดย Novo Nordisk -4.3% หลังยอดขายยาเม็ด Wegovy รุ่นใหม่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย กอปรกับผลทดลองยา CagriSema ซึ่งเป็นยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่มีความล่าช้า
  • ตลาดหุ้นเอเชียวานนี้ ดัชนีนิเกอิ +3.66% ได้แรงหนุนจากกลุ่มโลหะที่ไม่ส่วนผสมของเหล็ก, กลุ่มสารสนเทศสื่อสาร และกลุ่มผู้ผลิตชิป AI หลังการประกาศกำไรในงวด Q2/69 ยังเติบโตได้ดี ส่วนKospi เกาหลีใต้ +3.76% นำโดย Samsung Electronics +2.5%, SK Hynix +5.7% และ Hyundai Motor +3.0% จากความหวังว่าสหรัฐ & อิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.47% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทค ฯ ของจีน หลัง Samsung Electronics, SK Hynix กำลังประเมินการใช้อุปกรณ์ผลิตชิปจากบริษัท AMEC ของจีน ขณะที่ Rating Dog เผย PMI ภาคบริการจีน ก.ค. ปรับลดลงอยู่ที่ 50.4 & มิ.ย. ที่ 54.1 โดยนักลลทุนยังรอการรายงานตัวเลขส่งออก – นำเข้าจีน ก.ค. ในวันศุกร์นี้
  • SET -0.45% ปริมาณการซื้อขาย 0 หมื่น ลบ. ต่างชาติขาย 6,065 ลบ. สถาบันซื้อ 1,804 ลบ.พอร์ตโบรกซื้อ 694 ลบ. และรายย่อยซื้อ 3,566 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงจากแรงขายกลุ่มพลังงาน นำโดย PTTEP ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ หลังนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อการเจรจาระหว่างโอมาน & อิหร่านเพื่อช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ DELTA -0.75% หลังนักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าบริษัทจะสามารถจัดการปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตได้ทันในช่วง Q3 นี้หรือไม่ กอปรกับหุ้นกลุ่มผู้ชิปในตลาดสหรัฐยังถูก Sell On Fact แม้ว่ากำไรไตรมาสที่ผ่านจะเติบโตได้ดี แต่มีโอกาสที่อุปสงค์ของชิปเซมิคอนดักเตอร์อาจผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ส่วนกลุ่มไอซีทีก็ปรับลดลง หลัง TRUE รายงานกำไร Q2/69 อยู่ที่ 6.5 พัน ลบ. -1%QoQ, +223% YoY ต่ำกว่าคาด 3% แต่ประเด็นของ China Mobile ที่กำลังพิจารณาทยอยลดสัดส่วนการถือหุ้น TRUE จำนวน 7.8% ยังเป็นปัจจัยลบกดดันต่อการซื้อขายหุ้น TRUE โดยเม็ดเงินยังคงสลับเข้าซื้อลงทุนในกลุ่ม Dividend & Defensive Play เช่น ธนาคาร, รพ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติวานนี้ขายสุทธิจำนวน 6.0 พัน ลบ. ซึ่งคาดจะเป็นการสลับเม็ดเงินบางส่วนออกจากกลุ่ม Value ของไทย กลับไปสู่หุ้นกลุ่ม Growth ในตลาดเอเชียเหนือที่ Valuation เริ่มอยู่ในโซนน่าสนใจลงทุน ประเด็นสำคัญวันนี้ติดตามการรายงานงบ Q2/69 ของ ADVANC คาดกำไรที่ 1.3 หมื่น ลบ. ทรงตัว QoQ, +18% YoY และ GULF คาดกำไรที่ 1.2 – 1.3 หมื่น ลบ. +45%QoQ, -80%YoY

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,590 – 1,600 แนวต้าน 1,620 โดยวาง Filter ที่ 1,600 กรณียืนไม่ได้ดัชนี SET มีโอกาสปรับฐานลงไปที่ระดับ 1,590 ระหว่างรอผลการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และรอการรายงานกำไร บจ.Q2/69 ที่ยังอาจถูกแรงขาย Sell On Fact หลังประกาศงบ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CPALL,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play / กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยว / กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ลดลง เช่น SCC,SCGP,TASCO / เก็งกำไรกลุ่มขนส่ง SJWD,PSL,RCL ได้แรงหนุนจากค่าระวางเรือ, อากาศยาน ที่ปรับสูงขึ้น

 

  • BAFS* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus N.A.) BAFS ได้ sentiment บวกจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง ส่งผลบวกต่อความต้องการในการขนส่งทางอากาศ ประกอบกับสายการบินต่างชาติที่มีความต้องการเพิ่ม slot การบินในช่วง winter schedule ทำให้ 2H69 น่าจะเห็นการฟื้นตัวของจำนวนเที่ยวบินที่เดินทางเข้าไทย โดยในปี 69 ผู้บริหารตั้งเป้ารายได้รวม 85 พันล้านบาท +4% คาดการณ์ปริมาณการเติบน้ำมันอากาศยาน 5,560 ล้านลิตร +4% และปริมาณขนส่งน้ำมันทางท่อที่ 1,500 ล้านลิตร +11% งวด 1Q69 บริษัทมีกำไรสุทธิ 152 ล้านบาท +QoQ, YoY แต่แนวโน้ม 2Q-3Q อ่อนตัวตามปัจจัยฤดูกาลก่อนจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q69 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว

 

  • SCGD* (ซื้อ /ราคาเป้าหมาย IAAConsensus 61บาท) การดำเนินงานในช่วง 2Q69 ที่ผ่านมา หากตัดรายการพิเศษลบที่เกิดจากควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2แห่ง กำไรปกติจะอยู่ที่ 268 ลบ. +2%YoY +16%QoQ มีแรงหนุนจากยอดขายในต่างประเทศ(ไม่รวมผลกระทบจากบาทแข็ง) รวมถึงได้ปัจจัยบวกจากมาร์จิ้นที่แข็งแกร่งตาม U-Rate ที่สูง การปรับขึ้นราคาขาย และสัดส่วนสินค้า High Value Addded ที่สูงขึ้น ส่วนการดำเนินงานในระยะถัดไป แม้จะมีแรงกดดันจากตลาดในไทยที่ยังคงซบเซา แต่จะพอ Offset ได้บ้างจาก Operation ในเวียดนาม ขณะที่การควบรวมโรงงานในไทย 4 แห่งให้เหลือ 2 แห่ง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานได้เฉลี่ยปีละ 380 ลบ. หรือคิดเป็นต้นทุนที่ลดลงประมาณ 16-20% ซึ่งจะเห็นผลในปี70 ปัจจุบันตลาดคาดว่าในปี69และ 70 กำไรสุทธิของ SCGD* จะอยู่ที่ 761 ลบ.(-18%YoY) และ 1,183 ลบ.(+55%YoY) ในเชิง Valuation ยังดูน่าสนใจ โดยอิงจาก Consensus ปี69 Forward  PEที่ 13x, PBV ที่ 0.5x และ Dividend Yield ที่ 5%

 

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(-) WTI ก.ย. -$0.55 อยู่ที่ $75.22 / บาร์เรล, Brent ต.ค.+$0.09 อยู่ที่ $79.45/บาร์เรล หลังสหรัฐสั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน และอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ EIA รายงานสต็อคน้ำมันดิบสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 2.5 ล.บาร์เรล

 

Gold Update (+) Comex Gold  ธ.ค. +$152.60 ปิดที่ 4,305.20 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้ปัจจัยหนุนจาก Dollar Index อ่อนค่า -0.18% อยู่ที่ 99.676 หลังนักลงทุนคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ช่วยให้ราคาน้ำมันลดลงและลดความเสี่ยงภาวะเงินเฟ้อสูง 

 

Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -202.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -182.74 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ  -10.19 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -9.62 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(+) ค่าเงินบาทเช้านี่แข็งค่าอยู่ที่ 33.08 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.616 %

(+) ดัชนี BDI ปิด +127 จุด อยู่ที่ 3,063

(+) BitCoin เช้านี้  +0.30% อยู่ที่ 64,510 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

31 ก.ค.       ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย 

สัปดาห์ที่5  สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

   สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

   ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

31 ก.ค.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  ( ก.ค.)

  JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย 

  EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)

03 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( ก.ค.)

04 ส.ค.      US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  (มิ.ย.)

05 ส.ค.      US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( ก.ค.)

US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)

      ( ก.ค.)

06 ส.ค.      US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

07 ส.ค.      US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)

  US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  ( ก.ค.)

  US อัตราการว่างงาน  ( ก.ค.)

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

คลายกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เช้าวันนี้ หุ้นไทย ปรับตัวขึ้น ตามตลาดต่างประเทศ บน นักลงทุน คลายความกังวล เฟด.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้