Market Wrap-Up
- SET วันที่ 3 ส.ค.69 ปิด -1.74 จุด อยู่ที่ 1,621.90 จุด มูลค่าการซื้อขาย 74,735 ลบ. ต่างชาติขาย 1,619 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 472 ลบ. สถาบันซื้อ 976 ลบ. และรายย่อยซื้อ 171 ลบ. NVDR ซื้อสุทธิ 419 ลบ. โดยมียอดซื้อ PTTEP,KCE,TCAP,BBL,TASCO และยอดขาย ADVANC,DELTA,TRUE,KTB,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 1,976 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CPF,BAM,BONDUS01 โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 6,373 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 65,054 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 165 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +1.32%, S&P500 +1.48%, Nasdaq +2.13% หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน และกลับใช้ ม.การทูตเจรจากับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ WTI วานนี้ -5.1% และ US Bond Yield 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.68% ซึ่งเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม Growth นำโดยกลุ่มบริการสื่อสาร Amazon +4.6% มี Market Cap. 3 ลล.ดอลลาร์ หลังรายได้ Q2/69 ของธุรกิจคลาวด์เติบโตได้ดี ขณะที่กลุ่มพลังงาน -1.2% ปรับลดลงตามราคาน้ำมันดิบ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ ISM เผย US PMI ภาคการผลิต ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 55.6 & มิ.ย. 53.3 สูงกว่าคาดที่ 54.0 ค่ำวันนี้ติดตามการรายงานงบของ SpaceX สัปดาห์นี้ติดตามการรายงานงบของ AMD, SanDisk, Western Digital, ผลการเจรจาสหรัฐ – อิหร่าน และวันศุกร์ 7 ก.ค. รายงานตัวเลขจ้างงานอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.คาด 88,000 & มิ.ย. 57,000 ราย, อัตราว่างงาน ก.ค. คาดทรงตัวที่ 4.2%
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.45% ได้ปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันดิบ Brent วานนี้ -4.7% หลังสหรัฐชะลอการโจมตีอิหร่าน ส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว & สันทนาการ +0.6%, อากาศยาน & กลาโหม +2.7% ขณะที่กลุ่มบริการสุขภาพ -1.7% หลัง Astrazeneca -9% จากข่าวการควบรวมกิจการมูลค่า 4 แสน ล.ดอลลาร์กับ Bristol Myers Squibb ของสหรัฐ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจ PMI ภาคการผลิตยูโรโซน ก.ค. ปรับขึ้นอยู่ที่ 51.9 & มิ.ย. 51.4 เป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ เม.ย. โดย Stoxx600 ก.ค. +1.2% MoM หลัง LSEG คาดกำไร Q2/69 ของ บจ.ใน Stoxx600 +14.5% YoY ได้ปัจจัยหนุนจากกำไรของกลุ่มพลังงาน, วัสดุพื้นฐาน, ธนาคาร และเทคโนโลยีที่เติบโตดี
- ตลาดหุ้นเอชียนิเกอิ -0.94% จากแรงขายกลุ่มอสังหา ฯ, อุปกรณ์ขนส่ง หลังทางการญี่ปุ่นร่วมกับสหรัฐเข้าแทรกแซงค่าเงิน ส่งผลให้ค่าเงินเยนแข็งค่าอยู่ที่ 157 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ Kioxia +5.7% ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -5.12% จากแรงขาย Samsung Electronics -8.7%, SK Hynix -8.8% และกลุ่มน้ำมันปรับลดลง หลัง ปธน.ทรัมป์สั่งยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ระหว่างรอผลการเจรจาเพื่อยุติการยิงและปิดช่องแคบฮฮร์มุซ ทางด้านดัชนีเซี่ยงไฮ้ -0.59% จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น Cambricon Tech -7.0%, SMIC -6.0% ขณะที่ Rating Dog เผย PMI ภาคการผลิตจีน ก.ค. ลดลงอยู่ที่ 50.9 & มิ.ย. 51.7 & คาด 52
- SET -0.11% ปริมาณการซื้อขาย 47 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 472 ลบ สถาบันซื้อ 976 ลบ. รายย่อยซื้อ 171 ลบ. และต่างชาติขาย 1,619 ลบ. โดยดัชนียังถูกกดดันจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ -1.94% ที่ผันผวนตามหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ หลังนักลงทุนถูกแรงบังคับขายจากการเก็งกำไรใน Leverage ETF และเริ่มกังวลต่องบ Capex ด้านโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ในปีหน้าอาจจะเพิ่มขึ้นไม่มากเท่ากับปีนี้ ขณะที่กลุ่ม ICT -1.7% ก่อน ADVANC, TRUE จะรายงานกำไร Q2/69 ในสัปดาห์นี้ กอปรกับ TRUE มีประเด็นข่าวจาก Bloomberg เผย China Mobile Ltd. กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการขายหุ้น TRUE ที่ถืออยู่ที่ 7.8% ซึ่งเป็นปัจจัยลบทางจิตวิทยาต่อหุ้น TRUE ในระยะสั้น ส่วนกลุ่มปิโตรเคมี -0.69% ที่ผันผวนตามสเปรดปิโตรเคมี และอยู่ระหว่างรอการรายงานงบของ PTTGC และกลุ่มโรงกลั่นต่าง ๆ โดยเม็ดเงินลงทุนยังคงสลับเข้ากลุ่ม Dividend & Defensive Play เช่น ท่องเที่ยว, ค้าปลีก, ไฟแนนท์ และ รพ. ที่คาดกำไรในงวด 2H/69 มีโอกาสฟื้นตัวจาก ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ส่วนการรายงานงบวานนี้ TU มีกำไร Q2/69 อยู่ที่ 1.26 พัน ลบ. -0.7%YoY, +13.5% QoQ ดีกว่าคาดจากรายการ Refund ภาษีของสหรัฐ และ GLOBAL มีกำไร Q2/69 อยู่ที่ 955 ลบ. +84%YoY, +19%QoQ ได้ปัจจัยหนุนจากอัตรา GPM ที่ดีกว่าคาด ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ 6 ส.ค. ติดตามรายงาน CPI ไทย ก.ค. คาด 2.52% & มิ.ย. 2.42% YoY และการรายงานกำไร Q2/69 ของ ADVANC,TRUE,GULF,GPSC,PTTGC
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,610 แนวต้าน 1,630 – 1,640 คาดดัชนีทรงตัวในกรอบรอผลการเจรจายุติสงครามระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน , ม.แทรกแซงค่าเงินเยน , ความผันผวนของหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปในตลาดเอเชียเหนือ และการรายงานงบ Q2/69 ของ บจ.ต่างๆ แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว KBANK,KTB,GULF,GPSC,ADVANC,TRUE,CRC,BJC,BH เป็นหุ้นกลุ่ม Value & Defensiv Play / กลุ่มท่องเที่ยว BA,ERW,CENTEL,AWC ได้ประโยชน์จาก ม.กระตุ้นการท่องเที่ยว / เก็งกำไรกลุ่มขนส่ง SJWD,PSL,RCL ได้ปัจจัยหนุนจากค่าระวางเรือ, อากาศยานที่ปรับดีขึ้น
- THANI* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 2.40 บาท) ในปี 69 บริษัทตั้งเป้าการปล่อยสินเชื่อใหม่ 7 หมื่นล้านบาท คิดเป็นการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม +10-15%YoY การฟื้นตัวหลักมาจากอุปสงค์กลุ่มรถบรรทุกมือสองที่แข็งแกร่งขึ้น ขณะที่สินทรัพย์รอการขายลดลงสู่ระดับปกติ ส่วนภาพรวมคุณภาพสินเชื่อปรับตัวดีขึ้นจากความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ และค่าใช้จ่ายด้าน credit cost ไม่เกิน 2.00% ต้นทุนทางการเงินในปี 69 มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง ตามแผนการออกหุ้นกู้ใหม่ทดแทนเงินกู้ระยะสั้นจากธนาคาร ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 1.32 พันล้านบาท +15%YoY และ 1.42 พันล้านบาท +8%YoY
- BCH (ซื้อสะสม / ราคาเป้าหมาย 40 บาท) มองข้ามการดำเนินงานที่ 2Q69 ที่ยังไม่มีปัจจัยหนุนเด่นชัด และ ยังมีปัญหาการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติ/กำลังซื้อคนในประเทศ ออกไปก่อน แล้วให้น้ำหนักไปที่การฟื้นตัวใน 2H69 โดยเฉพาะ 3Q69 ที่เป็น High Season ขณะที่คาดว่าการเดินทางของผู้ป่วยต่างชาติจะกลับมาเป็นปกติมากขึ้นหลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางผ่อนคลาย รวมถึงความเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยคูเวตผ่านทางภาครัฐของคูเวตจะกลับมา(สัดส่วนรายได้ผู้ป่วยต่างชาติปกติของ BCH อยู่ที่ราว 11-15% exclu.กัมพูชาและเป็นผู้ป่วยตะวันออกกลาง Mid single Digit%) ประจวบกับค่าครองชีพในประเทศที่กดดันน้อยลงจากม.ช่วยเหลือของภาครัฐฯและราคาน้ำมันที่ลดลง นอกจากนี้ในช่วง 4Q69 หรือต้นปี2570 เราคาดว่า SSO มีโอกาสที่จะปรับเพิ่มอัตราจ่ายในการรักษาสำหรับผู้ป่วยประกันสังคม ปัจจุบัน เราประมาณการณ์กำไรสุทธิปี69 และ 70 ของ BCHที่ 1,382 ลบ.(+5%YoY) และ 1,476 ลบ.(+7%YoY)
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ย. -$4.33 อยู่ที่ $80.34 / บาร์เรล, Brent ต.ค.-$4.16 อยู่ที่ $83.77/บาร์เรล หลังสหรัฐสั่งยุติแผนโจมตีอิหร่าน และอยู่ระหว่างการเจรจาทางการทูต เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่กลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิต 188,000 บาร์เรล/วัน ใน ก.ย.
Gold Update (-) Comex Gold ธ.ค. -$16.50 ปิดที่ 4,090.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ยังไม่มีปัจจัยบวก/ลบ ใหม่ สัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ ก.ค.
Fund Flow(-)Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -86.61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -48.52 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -39.33 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +1.24 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 33.40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.686 %
(+) ดัชนี BDI ปิด +111 จุด อยู่ที่ 2,843
(+) BitCoin เช้านี้ +0.52% อยู่ที่ 63,531 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
31 ก.ค. ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย
สัปดาห์ที่5 สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม
สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ
ภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค
ต่างประเทศ
31 ก.ค. CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน ( ก.ค.)
JP การตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย
EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ( ก.ค.)
03 ส.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ( ก.ค.)
04 ส.ค. US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS (มิ.ย.)
05 ส.ค. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ ( ก.ค.)
US การเปลี่ยนแปลงการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(ADP)
( ก.ค.)
06 ส.ค. US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
07 ส.ค. US รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) ( ก.ค.)
US การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ( ก.ค.)
US อัตราการว่างงาน ( ก.ค.)
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน
(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG
(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*
(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*
(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio July 2026: GPSC*, CPN*, BEM*, TRUE, STA*
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th