KTB : KTB รายงานผลประกอบการ 2Q26 แข็งแกร่ง
KTB รายงานกำไรสุทธิ 1.21 หมื่นล้านบาท (+9% YoY, -3% QoQ) สูงกว่าประมาณการของเราและประมาณการเฉลี่ยของ Bloomberg Consensus 20% และ 7% ตามลำดับ โดยได้รับแรงหนุนจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ที่ต่ำกว่าคาด และกำไรจาก FVTPL ที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่องค์ประกอบอื่น ๆ ปรับตัวดีขึ้นตามที่คาดไว้ โดยประเด็นสำคัญมีดังนี้
• ปัจจัยบวกที่สำคัญที่สุดคือการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างน่าประหลาดใจ (-14% YoY เหลือ 14.6 พันล้านบาท เทียบกับที่เราคาดไว้ 15.9 พันล้านบาท) ซึ่งมีสาเหตุหลักจากการตั้งด้อยค่าทรัพย์สินรอการขายที่ลดลง (58 ล้านบาท เทียบกับ 793 ล้านบาท ใน 2Q25) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ก็อยู่ภายใต้การควบคุมที่ดี รวมถึงค่าใช้จ่ายพนักงาน (ทรงตัว YoY แม้ว่ารายได้จะปรับตัวดีขึ้น) แม้ว่าธนาคารจะระบุว่ายังคงลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน IT อย่างต่อเนื่อง ที่ระดับดังกล่าว อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ลดลงต่ำกว่า 40% โดยไม่มีรายได้พิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวนมากเหมือนในไตรมาสก่อน ๆ
• อีกหนึ่งปัจจัยบวกคือ Credit Cost ซึ่งลดลงต่ำกว่า 100 bps มาอยู่ที่ 95 bps คุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งทำให้ธนาคารสามารถลด Credit Cost ได้ ดังที่สะท้อนจาก NPL ที่ทรงตัว ทั้งในแง่มูลค่ารวมและสัดส่วน แม้ว่าสินเชื่อจะขยายตัว 1.2% QoQ แต่การเติบโตดังกล่าวมาจากสินเชื่อภาครัฐ (+2.3% QoQ) ซึ่งน่าจะไม่จำเป็นต้องตั้ง ECL ทั้งนี้ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 202%
• องค์ประกอบอื่น ๆ เป็นไปตามคาด รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) ทรงตัวตามที่คาดไว้ หลังจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสิ้นสุดลง ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ทรงตัวที่ 2.44% ช่วยพยุง NII โดยรวมให้ทรงตัว QoQ รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น 10% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งเช่นเดียวกับธนาคารอื่นในกลุ่ม
คงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ KTB โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 40.00 บาท
จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งในช่วง 1H26 ความเชื่อมั่นของเราเพิ่มขึ้นว่ากำไรทั้งปี FY26 น่าจะสามารถรักษาระดับไว้ได้ แม้ว่าปีก่อนจะมีรายการพิเศษขนาดใหญ่หลายรายการก็ตาม ด้วยฐานเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง (CAR Ratio 20.7% ณ 2Q26) เงินปันผลต่อหุ้นอย่างน้อยน่าจะยังคงอยู่ในระดับสูง ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 2.67 บาทต่อหุ้น โดยความเสี่ยงมีแนวโน้มเอนเอียงไปในด้านบวก