17 ก.ค. 2569 12:38:36 186
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 17 กรกฎาคม 2569 )--------กลุ่มทีเอสเอ็ม (TSM Group) เสนอให้ภาครัฐเร่งบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านกฎหมาย นโยบาย มาตรฐาน การลงทุน และการเปิดตลาดต่างประเทศ เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพ (Bio-based Industry) อย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการยกระดับภาคเกษตรด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต สร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจชีวภาพและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระดับโลกนายเจษฎา ว่องวัฒนะสิน ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงิน กลุ่มทีเอสเอ็ม กล่าวว่า การผลักดันประเทศไทยสู่อุตสาหกรรมชีวภาพไม่ควรเริ่มที่ปลายทาง แต่ต้องเริ่มจากการยกระดับภาคเกษตรและวัตถุดิบตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะตราบใดที่เกษตรกรยังเผชิญกับต้นทุนการผลิตสูง การบริหารจัดการน้ำที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดองค์ความรู้ และเข้าไม่ถึงเทคโนโลยี การนำผลผลิตทางการเกษตรไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงย่อมเกิดขึ้นได้ยาก หัวใจสำคัญคือการทำให้เกษตรกรสามารถผลิตอ้อยที่มีคุณภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีต้นทุนที่เหมาะสม เพราะอ้อยคุณภาพคือวัตถุดิบตั้งต้นของอุตสาหกรรมชีวภาพ หากต้นน้ำแข็งแรง การสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมต่อเนื่องก็สามารถเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม การนำระบบบริหารจัดการน้ำ เทคโนโลยีชีวภาพ และระบบจัดเก็บข้อมูลแปลงเพาะปลูกมาใช้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มเทคโนโลยีให้ภาคเกษตร แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ยกระดับคุณภาพอ้อย และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกร ซึ่งถือเป็นฐานของการพัฒนาอุตสาหกรรมชีวภาพในระยะยาว แนวคิดดังกล่าวเป็นหนึ่งในประเด็นที่ TSM Group ร่วมแลกเปลี่ยนบนเวที Global Innovation Forum 2026 ภายใต้หัวข้อ Frontier Innovation: Innovation Industrial Linkage towards Innovation Nation จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ในการเสวนา Thailand Innovation Industrial Linkage from Research to Market Commercialization เพื่อสะท้อนมุมมองภาคเอกชนต่อการเชื่อมโยงงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ทั้งนี้ ประเทศไทยมีความได้เปรียบจากฐานวัตถุดิบทางการเกษตร โดยเฉพาะ "อ้อย" ซึ่งไม่ได้มีศักยภาพเพียงการผลิตน้ำตาล แต่สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงได้หลากหลาย หากภาคการเกษตร งานวิจัย เทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรม และนโยบายภาครัฐสามารถเชื่อมโยงกันอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจากทรัพยากรที่มีอยู่ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ปัจจุบัน TSM Group พัฒนานวัตกรรมชีวภาพ ขับเคลื่อนอนาคต Bio-based Innovation Driving the Future ที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเริ่มจากการส่งเสริมการปลูกอ้อยอย่างยั่งยืนและนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ก่อนนำวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิด Circular Economy และ Zero Waste เพื่อใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของอ้อยให้เกิดมูลค่าสูงสุด จากอ้อยหนึ่งต้น TSM Group ต่อยอดตั้งแต่การผลิตน้ำตาลและเอทานอล ไปสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพ เช่น น้ำตาลเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากเซลลูโลส บรรจุภัณฑ์จากชานอ้อย และวัสดุทดแทนพลาสติก รวมถึงการศึกษาพัฒนาทรายแมวจากชานอ้อยที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ เพื่อรองรับตลาดผลิตภัณฑ์รักษ์โลกที่มีแนวโน้มเติบโต อีกหนึ่งการต่อยอดสำคัญ คือ Sustainable Bio-CO₂ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ชีวภาพจากกระบวนการหมักเอทานอล ซึ่งนำเทคโนโลยี Carbon Capture มาใช้ดักจับและทำให้ก๊าซมีความบริสุทธิ์สูง ก่อนอัดเป็นของเหลวสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ และภาคการเกษตร เปลี่ยนก๊าซที่เกิดจากกระบวนการผลิตให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า พร้อมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ขณะเดียวกัน TSM Group ยังศึกษาการต่อยอดเอทานอลสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน หรือ Sustainable Aviation Fuel (SAF) และการพัฒนาวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ เพื่อรองรับทิศทางอุตสาหกรรมโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์