Company Note
ICHI
ปัจจัยบวกหนุนพื้นฐานระยะยาว ขณะแรงกดดันต้นทุนเป็นความเสี่ยงระยะสั้น
เรามองพื้นฐาน ICHI ยังแข็งแกร่ง แม้กำไรสุทธิ 2Q26F จะลดลง YoY แต่หากตัดรายการพิเศษออก กำไรหลักยังโตทั้ง YoY และ QoQ สะท้อนธุรกิจหลักที่ขยายตัวดี หนุนโดยการขยายกำลังผลิตน้ำด่างที่เพิ่มขึ้น และการขยายตลาดส่งออก ส่วนความเสี่ยงหลักคือต้นทุน PET Resin ที่พุ่งขึ้นซึ่งจะกดดัน Margin ชัดเจนขึ้นหลังหมดสัญญาล็อคราคาปลาย มิ.ย.26 ทั้งนี้ Valuation ปัจจุบันที่ยัง Laggard เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
2Q26F คาดกำไรหลักโตต่อเนื่อง แม้ฐาน 2Q25 สูงจากรายการพิเศษ
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26F ที่ 322 ล้านบาท ลดลง 21% YoY เนื่องจากฐานสูงผิดปกติจากรายการพิเศษกำไรจากการขายที่ดิน 120 ล้านบาทใน 2Q25 แต่กำไรหลักไม่รวมรายการพิเศษยังโต 4% YoY และ 12% QoQ ตามฤดูกาล High Season ยอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ แต่ยอดส่งออก OEM ลดลง จากกำลังการผลิตไม่เพียงพอมาเน้นผลิตสินค้าเครื่องดื่ม Alkaline มากขึ้น ด้าน Gross Margin คาดลดลงเหลือ 22.5% จาก 24.0% YoY จากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ขณะที่ SG&A to Sale คาดขยับขึ้นเป็น 8.4% จากค่าใช้จ่าย CSR เพื่อรับสิทธิ BOI ราว 36 ล้านบาท ซึ่งจะได้เครดิตภาษีคืน 2 ส่วนค่าใช้จ่ายการตลาดคาดลดลงตามนโยบายควบคุมค่าใช้จ่าย
ครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง คาดกำไรหลักทั้งปี 2026E ยังเติบโต
หากกำไร 2Q26F เป็นไปตามที่เราคาด กำไร 1H26F จะคิดเป็น 45% ของกำไรที่เราคาด เราคาดผลประกอบการ 2H26 เติบโตต่อเนื่อง หนุนโดยกำลังผลิตน้ำด่างใหม่ที่รับรู้เต็มไตรมาส สินค้าใหม่ Thai Coco, Jian Cha, Tan San Su และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ แม้ PET Resin ที่หมดล็อคราคาจะกดดัน Margin แต่บริษัทรับมือด้วยการ Shift Portfolio สู่น้ำด่างและลด Promotion เพื่อเพิ่ม ASP เราคงกำไรสุทธิทั้งปี 2026E ที่ 1,358 ล้านบาท (+2% YoY) หรือกำไรหลัก +10% YoY
Valuation ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อน Sector Re-rating คงคำแนะนำ BUY
เราคงคำแนะนำ BUY แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 17.80 บาท จากเดิม 14.60 บาท โดยเปลี่ยนฐานอ้างอิงจาก Forward P/E เฉลี่ย 3 ปีที่ 14 เท่า (PER Sector -1.5SD) เป็น PER Sector -1SD ที่ 17 เท่า สะท้อนพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้นและแนวโน้มเงินปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอ โดยคาดเงินปันผลจากผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ประมาณ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ครึ่งปีราว 3.5% และทั้งปีคาดราว 7.7% คิดเป็น Total Return ราว 30%ซึ่งยังถือว่าน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นปันผล
ครึ่งปีหลังโตต่อเนื่อง คาดกำไรหลักทั้งปี 2026E ยังเติบโต
เรามองปัจจัยหนุน 2H26F จากการรับรู้รายได้เต็มไตรมาสของกำลังผลิตน้ำด่างใหม่ การขยายกำลังการผลิตน้ำด่าง บริษัทได้สั่งนำเข้าเครื่องจักรใหม่จากญี่ปุ่นซึ่งจะเดินสายการผลิตเสร็จสมบูรณ์ในเดือนมิ.ย.26 คาดว่าจะเพิ่มกำลังผลิตน้ำด่าง (Alkaline Water) ได้อีกเท่าตัว การเปิดตัวสินค้าใหม่ Thai Coco, Jian Cha และ Tan San Su รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ต้นทุน PET Resin ที่ไม่ถูกล็อคราคาอีกต่อไปจะกดดัน Margin ในช่วงดังกล่าว โดยบริษัทรับมือด้วยการ Shift Portfolio สู่สินค้า Margin สูงอย่างน้ำด่าง เจรจาซัพพลายเออร์ และลดโปรโมชั่นเพื่อเพิ่ม ASP และบริษัทมีการขยายตลาดส่งออก เน้นลาวเป็นฐานหลัก (70% ของส่งออก) พร้อมบุกน้ำด่างในมาเลเซีย ซึ่งได้รับการตอบรับดีและมีออเดอร์ซ้ำ รวมถึงแผนขยายสู่จีนและแคนาดาในไตรมาส 3 เราคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2026E ที่ 1,358 ล้านบาท (+2% YoY) และกำไรหลัก +10% YoY ขณะที่รายได้คาดโต 7.3% สู่ 8,675 ล้านบาท หนุนโดยยอดขายในประเทศและธุรกิจน้ำด่างเป็นหลัก
Valuation ปรับเพิ่มขึ้นสะท้อน Sector Re-rating คงคำแนะนำ BUY ราคาเป้าหมายใหม่ 17.80 บาท
เราคงคำแนะนำ BUY สำหรับ ICHI แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 17.80 บาท จากเดิม 14.60 บาท โดยเปลี่ยนวิธีการอ้างอิง Valuation จาก Forward P/E เฉลี่ย 3 ปีของบริษัทที่ 14 เท่า ซึ่งเทียบเท่า PER Sector ที่ระดับ -1.5SD มาเป็น PER Sector ที่ระดับ -1SD ที่ 17 เท่า สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งจากการขยายกำลังการผลิตน้ำด่างที่หนุนการเติบโตของรายได้ และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรแม้เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุน PET Resin ประกอบกับแนวโน้มเงินปันผลที่จ่ายสม่ำเสมอทุกปี ในด้านเงินปันผล เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายเงินปันผลจากผลประกอบการครึ่งปีแรก 2026 ที่ประมาณ 0.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ครึ่งปีแรกราว 3.5% เมื่อเทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน และทั้งปีที่ราว 7.9% คิดเป็น Total Return ราว 30% (Upside 22% + Dividend Yield 7.7%) ประกอบกับมี ROE ที่สูงสุดในกลุ่มคาดที่ 24% ทำให้ ICHI ยังคงเป็นหุ้นที่น่าถือครองในระยะยาวสำหรับนักลงทุนที่มองหาทั้งการเติบโตของราคาหุ้นและกระแสเงินปันผลที่มั่นคง