ข่าวดียังมี แต่แรงหนุนเริ่มหมดพลัง
HORIZON MARKET VIEW
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวกเล็กน้อย โดยดัชนี S&P 500 +0.4% ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 และ BOND YIELD ปรับลดลง หลังสหรัฐฯ เผยเงินเฟ้อ PPI เดือน มิ.ย. 69ขยายตัว +5.5% YOY ต่ำกว่าคาด 6.2% และ CORE PPI +4.7% YOY ต่ำกว่าคาด5.2% ทำให้ตลาดมอง FED ยังไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ การลงทุน AI ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุน โดยความต้องการชิปยังเพิ่มขึ้น ซึ่ง KEVIN WARSH ประธานFED มองว่าการปรับขึ้นของราคาบางสินค้า ไม่ได้แปลว่าจะเกิดเงินเฟ้อถาวร
• อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงหลักของตลาด หลังความตึงเครียดสหรัฐอิหร่านยังดำเนินต่อ หากสถานการณ์ช่องแคบ HORMUZ รุนแรงขึ้น อาจกดดันเงินเฟ้อกลับมา
REGION RADAR
• ASML (ASML NA)รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 9.3 พันล้านยูโร +21% YOY (สูงกว่าคาด 5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 7.58 ยูโร +28% YOY (สูงกว่าคาด11%) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเครื่องผลิตชิปที่แข็งแกร่ง
• APPLE ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนตามที่รอคอยมานาน ในการเปิดใช้งานระบบ APPLE INTELLIGENCE ในประเทศจีน ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับบริษัทในตลาดจีนมากขึ้น โดยจะมีการร่วมมือกับบริษัทBIG TECH จีนอย่าง ALIBABA และ BAIDU
THAI FOCUS
• คาดกำไร 2Q69 จาก BLOOMBERG อยู่ที่ 2.4 แสนล้านบาท -17.6% QOQ และ -19.3%YOY สาเหตุหลักมาจากฐานสูง(เกิน 3 แสนล้านบาท) หลังเกิด STOCK GAIN กลุ่มโรงกลั่นตามราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูง กลุ่มที่กำไรเติบโตเด่นในงวดนี้ อาทิ ปิโตรเคมี, สื่อ, ท่องเที่ยว,บรรจุภัณฑ์ และ ICT
• แนะนำให้เลือกเก็งกำไรในหุ้นที่กำไรยังโตเด่นและผลตอบแทนยังชนะตลาด (ตั้งแต่ต้นเดือน) เช่น THANI, INSET, GUNKUL, BAY, BCP,ADVICE, SAWAD และ DOHOME
SYNAPSE STRATEGY
• FLOWต่างชาติยังไหลเข้าหุ้นไทย แต่ชะลอลงล่าสุดซื้อสุทธิ970 ล้านบาท (ค่าเฉลี่ยสัปดาห์นี้ราว 3 พันล้านบาท) ปัจจัยหนุนถัดไปรอการอนุมัติกองทุน TISA ที่คลังและ ก.ล.ต. กำลังเร่งผลักดัน ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้น FLOW จากสถาบันและรายย่อยให้คึกคักขึ้น
• กลยุทธ์เน้นหุ้นขนาดกลาง-ใหญ่ที่ FUND FLOW ซื้อต่อเนื่อง (24มิ.ย. – 14 ก.ค. 69) อาทิกลุ่มปันผลสูง SCB, KTB, KBANK,TISCO กลุ่มน้ำมัน/พลังงาน PTTEP, TOP, SPRC, IRPC กลุ่มบริโภค/รากหญ้า CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR, SAWAD
HORIZON MARKET VIEW
เงินเฟ้อเงินเฟ้อคลาย แต่ความเสี่ยงยังไม่จบ
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับเชิงบวกเล็กน้อย โดยดัชนี S&P 500 +0.4% ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 2 และ BONDYIELD ปรับลดลง หลังสหรัฐฯ เผยเงินเฟ้อ PPI เดือน มิ.ย. 69 ขยายตัว +5.5% YOY ต่ำกว่าคาด 6.2% และCORE PPI +4.7% YOY ต่ำกว่าคาด 5.2% ทำให้ตลาดมอง FED ยังไม่จำเป็นต้องเร่งขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่ การลงทุน AI ช่วยเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุน โดยความต้องการชิปยังเพิ่มขึ้น ซึ่ง KEVIN WARSH ประธาน FED มองว่าการปรับขึ้นของราคาบางสินค้า ไม่ได้แปลว่าจะเกิดเงินเฟ้อถาวรอย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงหลักของตลาด หลังความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านยังดำเนินต่อ หากสถานการณ์ช่องแคบ HORMUZ รุนแรงขึ้น อาจกดดันเงินเฟ้อกลับมา
นอกจากนี้ เศรษฐกิจจีนในช่วง 2Q2026 โต 4.3% ต่ำกว่าคาด 4.5% และต่ำกว่าเป้าหมายรัฐบาล 4.5-5.0%สะท้อนเศรษฐกิจชะลอตัวมากกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งอสังหาฯ จีนยังเป็นจุดอ่อน สะท้อนจากการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ลดลง 18% YOY และ FIXED ASSET INVESTMENT ลดลง 5.7% ทั้งนี้ การเติบโตยังกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการส่งออกและ AI ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ทำให้ INDUSTRIALPRODUCTION โต 5.3%
GDP เติบโตต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้ตลาดจับตามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีน คาดรัฐบาลเร่งใช้มาตรการการคลัง เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรอผลการประชุม POLITBURO
REGION RADAR
ASML รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาดีกว่าคาดทุกมิติ
ASML (ASML NA) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 9.3พันล้านยูโร +21% YOY (สูงกว่าคาด 5%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ 7.58 ยูโร +28% YOY (สูงกว่าคาด 11%) โดยได้แรงหนุนจากความต้องการเครื่องผลิตชิปที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในฝั่ง MEMORY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น(GPM) ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54% (สูงกว่าตลาดคาดที่ระดับ 52%) อีกทั้งบริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับปี 2026 ขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดรายได้รวมอยู่ที่ 4.3-4.5 หมื่นล้านยูโร (จากเดิมคาด 3.6-4.0 หมื่นล้านยูโร) และคาดอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 54%-56% (จากเดิมคาด 51%-53%
APPLE ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนในการเปิดใช้งานระบบ APPLE INTELLEIGENCE
APPLE ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลจีนตามที่รอคอยมานาน ในการเปิดใช้งานระบบ APPLE INTELLIGENCE ในประเทศจีน ซึ่งอาจช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับบริษัทในตลาดจีนมากขึ้น โดยหน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้เพิ่มระบบ GENERATIVE AI ของ APPLE เข้าไปในรายชื่อผู้ให้บริการที่ได้รับการอนุมัติล่าสุด ทั้งนี้ APPLEINTELLIGENCE เวอร์ชันสำหรับตลาดจีนได้รับการปรับเปลี่ยนโดยรวมเอาเทคโนโลยีของ ALIBABA เข้ามาทำหน้าที่เสมือนตัวกรอง ซึ่งทำงานร่วมกับรัฐบาลจีนในการอนุมัติการอัปเดตโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ฟีเจอร์เวอร์ชันสหรัฐฯ จะใช้บริการจาก GOOGLE ของ ALPHABET และ OPENAIมาใช้ในการค้นหา แต่เวอร์ชันจีนจะทำงานร่วมกับ BAIDU
THAI FOCUS
แนวโน้มกำไร 2Q69 อาจชะลอตัวลง QOQ และ YOY
ฝ่ายวิจัยฯรวบรวมข้อมูลจาก BLOOMBERG คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ของบริษัทจดทะเบียน (107บริษัท คิดเป็น 84% MARKET CAP) อยู่ที่ระดับ 2.4 แสนล้านบาท -17.6% QOQ และ -19.3% YOY สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากปัจจัยพื้นฐานที่แย่ลง แต่เกิดจาก HIGH BASE EFFECT เนื่องจากในไตรมาส 1Q69 และ 2Q68ตลาดทำฐานกำไรไว้สูงมาก (เกิน 3 แสนล้านบาท)
หากพิจารณาเป็นราย SECTOR จะเห็นได้ว่ากลุ่มพลังงาน (ENERG) คาดว่ากำไรจะ -35% QOQ และ -42%YOY ตามด้วยกลุ่ม PROP HELTH FOOD ตามลำดับ อย่างไรก็ตามกลุ่มที่กำลังฟื้นเด่นก็ยังมี อาทิ กลุ่มปิโตรเคมี (PETRO) กำไรเติบโตก้าวกระโดด +113%QOQ / TURNAROUND(%YOY) ตามด้วยกลุ่มสื่อ (MEDIA) ที่กลับมามีกำไรTURNAROUND(%QOQ) ส่วนกลุ่ม TOURISM PKG ICT ยังคงเติบโตได้ดีทั้ง YOY และ QOQ
ดังนั้นกลยุทธ์แม้ภาพรวมกำไรดัชนีมีโอกาสลดลงทั้ง QOQ และ YOY แต่มีหุ้นที่กำไรยังโดดเด่น และราคาหุ้นสามารถ OUTPERFORM SET ได้ตั้งแต่ต้นปี อาทิ THANI INSET GUNKUL BAY BCP ADVICE SAWADDOHOME เป็นต้น
SYNAPSE STRATEGY
จับตา FUND FLOW ต่างชาติ และกลยุทธ์ลงทุนหุ้นปันผลเด่น
แม้ว่ากระแสเงินทุน (FUND FLOW) จะยังคงมีการซื้อหุ้นไทยอยู่ แต่พบว่าอยู่ในอัตราที่เบาบางลง ล่าสุดซื้อสุทธิเพียง 9.7 ร้อยล้านบาทเท่านั้น(ค่าเฉลี่ยสัปดาห์นี้อยู่ที่ 3 พันล้านบาท) ทำให้ดัชนีอาจไม่ได้ปรับขึ้นร้อนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการเข้ามาของกองทุน TISA (THAILAND INVESTMENTSUSTAINABLE ACCOUNT) ที่ทางกระทรวงการคลังและ ก.ล.ต. กำลังเร่งผลักดัน ซึ่งหากอนุมัติแล้วคาดเป็นตัวเร่งให้ FLOW ฝั่งสถาบัน-รายย่อย เข้ามาคึกคักมากขึ้น
ปันผลสูง : SCB, KTB, KBANK, TISCO
น้ำมัน : PTTEP, TOP, SPRC, IRPC
บริโภค, ฐานราก : CPF, HMPRO, OSP, TIDLOR, SAWAD
ส่วนหุ้นเด่นวันนี้(TOP PICKS) เลือก SCGP คาดว่ากำไรในไตรมาส 2/69 จะทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี อันเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการปรับโครงสร้างต้นทุนที่เห็นผลชัดเจน PTTEP ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อจากประเด็นสงครามที่ยังไม่นิ่ง ประกอบกับงบไตรมาส 2/69 และการจ่ายปันผลระหว่างกาลที่มีความโดดเด่น BBL กลุ่มธพ.ที่มีแรงหนุนของจากการที่ BOND YIELD ยืนอยู่ในระดับสูง และรอรับปันผลระหว่างกาลราว 1-2%
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์