
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 15 กรกฎาคม 2569 ) ------นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC เปิดเผยว่า AIS ได้ผนึกกำลังกับ บางกอกแลนด์(BLAND) ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ นำเครือข่าย 5G, เน็ตบ้าน และโซลูชันเพื่อองค์กร ยกระดับพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ ปูพรมสู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบของประเทศไทย ภายใต้แนวคิด "Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City" ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันในการพัฒนาเมืองทองธานีจากศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City ที่เชื่อมโยงทุกระบบนิเวศของเมืองเข้าด้วยกัน ทั้งการใช้ชีวิต การอยู่อาศัย การทำงาน การศึกษา ความบันเทิง ธุรกิจ การจัดงาน การเดินทาง ความปลอดภัย และโอกาสทางเศรษฐกิจแห่งอนาคต ความร่วมมือดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลอัจฉริยะมาเป็นกลไกเพิ่มขีดความสามารถของเมืองในทุกมิติ
ทั้งนี้บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนา Sovereign Cloud และ Sovereign AI ควบคู่กับการยกระดับโครงข่ายดิจิทัลในพื้นที่สำคัญ เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านดาต้าและคลาวด์ของภูมิภาค
โดยแนวคิด Sovereign Cloud และ Sovereign AI มีเป้าหมายเพื่อให้ข้อมูลสำคัญของประเทศ อาทิ ข้อมูลประชาชน การศึกษา สาธารณสุข และภาษี ถูกจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านข้อมูล และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ การมีโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center และ Cloud ที่มีศักยภาพในประเทศ จะช่วยดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีและองค์กรต่างชาติที่ต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการประมวลผลข้อมูล สอดรับกับแนวโน้มการลงทุนด้านดิจิทัลที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ การพัฒนาเมืองทองธานีให้เป็น Smart City โดย AIS รับหน้าที่วางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ไร่ ซึ่งนับเป็นโครงการ Smart City ที่ดำเนินการโดยภาคเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
โครงการดังกล่าวจะยกระดับคุณภาพสัญญาณสื่อสารในพื้นที่ที่มีการใช้งานหนาแน่น ทั้งอาคารที่พักอาศัย อาคารสำนักงาน ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้า รวมถึง Impact Arena โดยตั้งเป้าเพิ่มความครอบคลุมของสัญญาณจากประมาณ 70% เป็นมากกว่า 98%
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ผู้พักอาศัยและผู้ใช้งานในพื้นที่จะสามารถเข้าถึงบริการ 5G Advanced และอินเทอร์เน็ตไฟเบอร์ความเร็วสูงระดับ 2 Gbps ได้อย่างทั่วถึง ขณะที่ผู้เข้าร่วมงานประชุม นิทรรศการ และคอนเสิร์ตจะได้รับประสบการณ์การใช้งานเครือข่ายที่มีเสถียรภาพ รองรับการใช้งานของผู้ใช้จำนวนมาก
นอกเหนือจากโครงการเมืองทองธานีแล้ว บริษัทฯ ยังมีบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้กับนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แม้จะยังไม่ได้ประกาศรายละเอียดต่อสาธารณะ
ด้านการใช้เงินลงทุนในโครงการนี้ ถือว่าการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดโครงการหนึ่งของบริษัท โดยโครงการได้เริ่มดำเนินการแล้วบางส่วน และคาดว่าจะแล้วเสร็จครอบคลุมทั้งพื้นที่ภายในระยะเวลาประมาณ 12 เดือน