Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ลิเบอเรเตอร์ : SCC ( Non-rated Bloomberg cons. THB226.18 )

29



Equality for All

SCC : บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย


2Q26 คาดการดำเนินงานยังดีขึ้น q-q แม้ปริมาณขายลดลง แต่ส่วนต่างราคาดีขึ้น และมีเงินปันผลจากบ. ร่วม : แยกธุรกิจได้ดังนี้
ปูนซีเมนต์ คาดปริมาณขายลดลง q-q แต่ราคาขายมีการทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ปีก่อนหน้าทำให้ราคาขายยังอยู่ในระดับสูง โดยปริมาณขายที่ดีขึ้นส่วนใหญ่ยังมาจากโครงการลงทุนของภาครัฐ
บรรจุภัณฑ์ คาดการดำเนินงานดีขึ้น q-q จากปริมาณขายเพิ่มขึ้น และสามารถปรับราคาขายขึ้นตามต้นทุนเพิ่มขึ้น อีกทั้งการดำเนินงานของ Fajar ดีขึ้นเช่นกันจากการปรับโครงสร้างภายใน รวมถึงมีการปรับราคาขายได้ใกล้เคียงราคาตลาด
ปิโตรเคมี แม้ว่า MOC จะใช้กำลังการผลิตเต็มกำลังการผลิตก็ตาม แต่จากการปิดโรงงานไป 2 แห่ง (ROC ปิดทั้งไตรมาส ส่วน LSP ปิดราว 1.5 เดือน) ส่งผลให้ ปริมาณขายลดลง q-q เช่นเดียวกับปริมาณขาย PVC คาดว่าลดลง q-q เช่นกันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอ แต่คาดได้ส่วนช่วยจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ขยับขึ้นมาHDPE +201 เหรียญ/ตัน, PP +152 เหรียญ/ตัน PVC +105 เหรียญ/ตัน โดยโรงงาน MOC จะเน้นการขายในสินค้ากลุ่ม HVA ซึ่งจะมีราคาขายสูงกว่าปกติราว 200 เหรียญต่อตัน อีกทั้งคาดจะมีกำไรสต็อกเข้ามาจากการบริหารการซื้ออย่างระมัดระวังมากขึ้น
และปกติใน 2Q จะมีเงินปันผลจากบ. ร่วมทุนเข้ามาทั้งจากโตโยต้าและคูโบต้าที่บ. ถืออยู่ รวมถึงดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงทั้งจาการคืนหนี้และอัตราดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง คาดกำไรปกติอยู่ที่ 7,017 ลบ. ฟื้นตัวอย่างมีนัย q-q และจะมีกำไรจากสต็อกเข้ามาราว 1,017 ลบ. ทำให้คาดว่ากำไรสุทธิจะเพิ่มเป็น 8,034 ลบ. +29% q-q
แนวโน้มครึ่งปีหลังอาจชะลอลงบ้างตามส่วนต่างราคาที่ลดลง : สำหรับส่วนต่างราคา HDPE สัปดาห์ล่าสุดปรับลงมาเหลือเพียง 397 เหรียญต่อตัน ผบห. คาดว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์คงจะอยู่บริเวณ 350-390 เหรียญต่อตัน ปัจจัยสนับสนุนมาจากความไม่สงบในตะวันออกกลางทำให้กำลังการผลิตในตลาดหายไปราว 20% รวมถึงคาดจะเห็นการลดการผลิตของผู้ผลิตรายใหญ่ ๆ ในตลาดอย่างญี่ปุ่น เกาหลี และจีนทำให้ภาวะอุปทานล้นตลาดคลี่คลายลง
การผลิตคาดว่ายังคงผลิตที่ MOC ที่เดียว ส่วน ROC และ LSP ต้องรอประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะกลับมาผลิตได้เมื่อไหร่


แนวโน้มกำไรฟื้นต่อ
“ แนวโน้มการดำเนินงาน 2Q26 คาดฟื้นตัว q-q ตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ดีขึ้นจากปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง ขณะที่ช่วงที่เหลือของปีคาดส่วนต่างราคาชะลอตัวลงตามราคานาฟทาที่ลดลง แต่อุปทานในตลาดที่หายไปราว 20% และผู้ผลิตรายใหญ่ในหลายประเทศร่วมกันลดกำลังการผลิตทำให้ภาวะอุปทานล้นตลาดคลี่คลายลงคาดจะเป็นบวกมากขึ้นต่อธุรกิจปิโตรเคมีที่สร้างปัญหามายาวนาน และหากโครงการอีเทนใน LSP จะเริ่มได้ในปี 2027 จะยิ่งช่วยการดำเนินงานให้ดีขึ้น
มุมมองต่องบดีขึ้นเราคาดว่าตลาดฯ จะมีการปรับประมาณการขึ้นทำให้ยังพอเก็งกำไรได้ ”


นารี อภิเศวตกานต์
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน #17971
naree.a@liberator.co.thจาก

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

ตามสถานการณ์ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชั่วโมงนี้ ไม่มีอะไรดีไปกว่า เกาะติด ตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด แม้เรื่องเดิม เดิม แต่ก็มี...

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้