สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 9 กรกฎาคม 2569)----------เช้าวันนี้ 9 กรกฎาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยรศ.ดร.พรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. พร้อมด้วย นายธวัชชัย พิทยโสภณ รองเลขาธิการ ก.ล.ต. ,นางสาวสุชา บุณยเนตร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. และนายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก ก.ล.ต. เปิดแถลงข่าว "ก.ล.ต. ให้ข้อมูลประเด็นการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2)" ในกรณี “สุภาพร พิมพงษ์”
โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ชี้แจงกระบวนการเผยแพร่และตรวจสอบข้อมูลบนเว็บไซต์ของสำนักงาน ภายหลังเกิดข้อซักถามจากสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีข้อมูลการรายงานที่ต่อมาพบว่าไม่ถูกต้อง โดยยืนยันว่าระบบรายงานข้อมูลของ ก.ล.ต. ใช้หลักการให้ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายเป็นผู้ยื่นรายงานด้วยตนเอง (Self-Declared Reporting) ซึ่งผู้ยื่นรายงานต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูล ขณะที่ ก.ล.ต. มีหน้าที่กำกับดูแล ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายเมื่อพบการกระทำผิด
ก.ล.ต. ระบุว่า สำนักงานมีการพัฒนาระบบงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการยืนยันและตรวจสอบข้อมูล (Verification) ตั้งแต่ช่วงปี 2565–2566 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความสะดวกในการใช้งาน และให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน
สำหรับกระบวนการเปิดเผยข้อมูล ก.ล.ต. จำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างรวดเร็วกับการตรวจสอบความถูกต้อง หากกำหนดให้ทุกข้อมูลต้องผ่านการรับรองความถูกต้อง (Certify) ก่อนเผยแพร่ อาจทำให้การเปิดเผยข้อมูลล่าช้าและกระทบต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน ดังนั้น สำนักงานจึงใช้แนวทางเผยแพร่ข้อมูลควบคู่กับกระบวนการตรวจสอบและการติดตามข้อเท็จจริงภายหลัง
และเมื่อพบว่าข้อมูลที่รายงานเข้ามามีข้อสังเกตหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ สำนักงานสามารถแสดงสถานะแจ้งเตือน (Flag) บนระบบ เพื่อให้ผู้ใช้งานรับทราบว่าข้อมูลดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการสอบทาน และเมื่อได้รับการยืนยันข้อเท็จจริงตามขั้นตอนแล้ว จึงจะดำเนินการตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการถอดข้อมูลออกจากระบบหากจำเป็น และพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายหากพบการรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จหรือทำให้เกิดความสำคัญผิด
ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้ลำดับเหตุการณ์ของกรณี “สุภาพร พิมพงษ์” โดยระบุว่าได้รับรายงานข้อมูลเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และ 2 กรกฎาคม 2569 จากนั้นได้เริ่มตรวจสอบข้อเท็จจริงกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะขึ้นสถานะแจ้งเตือนบนเว็บไซต์เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ต่อมาบริษัทที่เกี่ยวข้องได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 และสำนักงานได้ถอดข้อมูลออกจากระบบเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ภายหลังผ่านกระบวนการยืนยันข้อเท็จจริง
โดยนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ เป็นบุคคลที่มีตัวตนจริง และนางสาวสุภาพร ได้มีการรายงานข้อมูล เข้ามาในระบบของ ก.ล.ต. แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า
ข้อมูลทั้งหมดที่บันทึกเข้ามาได้รับการพิสูจน์ว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้น สำนักงาน ก.ล.ต. จึงดำเนินการตามขั้นตอนตรวจสอบเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อสื่อมวลชนได้ตั้งคำถามถึงความรวดเร็วของกระบวนการตรวจสอบ โดยเห็นว่า ก.ล.ต. มีช่องทางติดต่อบริษัทจดทะเบียนได้โดยตรง จึงสอบถามว่าการดำเนินการในกรณีดังกล่าวใช้เวลานานเกินไปหรือไม่ และระยะเวลาดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีคำถามเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (TSD) เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลแบบรวดเร็ว ซึ่ง ก.ล.ต. ขอชี้แจงว่า ข้อมูลของ TSD เป็นข้อมูลทะเบียนผู้ถือหุ้น และไม่สามารถใช้ทดแทนข้อมูลการรายงานธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนดได้ทั้งหมด เนื่องจากกฎหมายกำหนดให้มีการรายงานธุรกรรม แม้การโอนหลักทรัพย์จะยังไม่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นก็ตาม
สำนักงาน ก.ล.ต. ขอยืนยันว่า จะเดินหน้าพัฒนาระบบงานและกระบวนการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความรวดเร็วในการเปิดเผยข้อมูล ความโปร่งใส และความถูกต้องของข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและรักษาความเชื่อมั่นในตลาดทุน