วันจันทร์ที่ผ่านมาดัชนีเคลื่อนไหว Sideway ออกข้าง โดยมีแรงซื้อหนุนจากหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน ประกอบกับ Fund Flow ที่ไหลเข้ามาต่อเนื่องเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม ขณะที่มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มธนาคาร เป็นปัจจัยกดดันดัชนี ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,616.88 จุด +5.60 จุด+0.35% มูลค่าการซื้อขาย 66,131.05 ลบ. Program Trading -1,016.59 ลบ. ต่างชาติ +735.38 ลบ.TFEX -5,351 สัญญา ตราสารหนี้ -829.97 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 155.84 จุด หรือ +0.29% ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดปรับตัวขึ้นเช่นกัน ตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้นบริษัทผลิตชิปรายใหญ่อย่าง Broadcom ท่ามกลางความหวังที่ว่าธุรกิจด้าน AI จะเป็นแรงขับเคลื่อนผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 14 เซนต์ หรือ 0.2% ปิดที่68.55 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังกลุ่มโอเปกพลัสมีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันขณะที่การส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเริ่มฟื้นตัว ซึ่งอาจท้าให้อุปทานน้้ามันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ราคา น้ำมันยังปรับตัวลงหลังจากซาอุดีอาระเบียปรับลดราคาขายน้ำมัน
+ ดั ช นี หุ้ น เ ซ มิ ค อ น ดั ก เ ต อ ร์ ที่ ต ล า ด หุ้ น ฟิ ล า เ ด ล เ ฟี ย (PHLXSemiconductor Index) ปรับตัวขึ้น 2.2% โดยดัชนีฟื้นตัวหลังจากที่ร่วงลงติดต่อกันสองวันท้าการก่อนหน้านี้
+ FETCO มีเป้าหมายระยะยาวจะยกระดับตลาดทุนไทยไปสู่ระดับโลกโดยก้าหนดเป้าหมายระยะสั้นและระยะกลางในวาระ 2 ปี คือ ต้องท้าให้ตลาดทุนไทยมีศักยภาพในการแข่งขัน รักษาความน่าสนใจและพัฒนาต่อเพื่อให้มีสภาพคล่องระยะยาวที่ต้องหาเงินเข้ามาเพิ่มขึ้นเพื่อลดทอนความผันผวนและตลาดทุนมั่นคงมากขึ้น
ปัจจัยลบ
- ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จุดชนวนความขัดแย้งครั้งใหม่กับนายกรัฐมนตรีจอร์เจีย เมโลนี ของอิตาลี หลังโพสต์ภาพตัด ต่อผ่านโซเชียลมีเดียพร้อมค้าบรรยายที่สื่อเป็นนัยว่า นายกฯ หญิงอิตาลีวัย 49 ปี คลั่งไคล้ในตัวเขา โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มีขึ้นก่อนที่ผู้น้าทั้งสองจะพบกันในการประชุมสุดยอดองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ (NATO) ที่ประเทศตุรกี สัปดาห์นี้
- รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษเตือน ว่าประชาคมโลกต้องเร่งพัฒนามาตรการควบคุมโดยด่วนเพื่อจ้ากัดขอบเขตภัยคุกคามจากปัญญาประดิษฐ์ (AI)
- กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยเดือน มิ.ย.69 เพิ่มขึ้น 2.42%YoY สูงขึ้น 3 เดือนติดต่อกัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงกว่าปีก่อน ส่งผลให้ค่าโดยสารสาธารณะสูงขึ้น ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวเพิ่มเป็นวงกว้างส่วนราคาสินค้าและบริการอื่นๆ ทำให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนปี 69 (ม.ค.-มิ.ย.) เพิ่มขึ้น 1.08%YoY คาด Q3 เงินเฟ้อยังสูงขึ้น ประเมินเงินเฟ้อทั้งปีนี้ ที่ 1.5-2.5%
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยคาดว่าดัชนีมีจะพักตัวช่วงสั้นหลังปรับตัวขึ้นติดต่อกันหลายวันทำการ ประกอบกับมีแรงกดดันจากตัวเลขเงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย.69 ขยับเพิ่ม 2.42% สูงขึ้น3 เดือนติด มองกรอบดัชนีในวันนี้ 1,610-1,625 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-ไทยช่วยไทยพลัส : CPAXT BJC TNP MOTHER
- บรรลุข้อตกลงหยุดยิง : THAI BA AOT MINT ERW CENTEL WICE SONIC III
- สินค้าส่งออกเดือน พ.ค. ที่ยังเติบโต : KCE HANA CPF GFPT AAI ITC
-หุ้นเด่น IAA : ADVANC AOT BH GULF KBANK