Today’s NEWS FEED

News Feed

Krungthai CIO แนะกลยุทธ์ "Barbell" รับจังหวะหุ้นใหญ่พักฐาน ชูหมุนเงินเข้ากลุ่ม Healthcare และสินทรัพย์ Laggard คุณภาพสูง

40

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (30 มิถุนายน 2569 )-----Krungthai CIO มองตลาดหุ้นโลกพักฐานระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มการลงทุน แนะทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ ผ่านกลยุทธ์ Core & Satellite ใช้ช่วงตลาดอ่อนตัวทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ และ Barbell Strategy สร้างสมดุลผ่านการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ พร้อมแนะนำให้ใช้กองทุน Krungthai World Class Series (KTWC) เป็นแกนหลักของพอร์ต และลดสัดส่วนการถือครองทองคำ หากราคาปรับตัวต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ 


ทีมกลยุทธ์การลงทุน ธนาคารกรุงไทย (Krungthai Chief Investment Office : CIO) วิเคราะห์ภาพรวมการลงทุนประจำสัปดาห์วันที่ 29 มิถุนายน – 3 กรกฎาคม 2569 โดยระบุว่า  ภาพรวมตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมา เข้าสู่ภาวะการปรับฐาน  จากแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ หลังจากปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับ นักลงทุนเริ่มเพิ่มความระมัดระวังต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่ลงทุนด้าน Cloud และ AI หรือกลุ่ม Hyperscaler เพื่อประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว รวมถึงชะลอการลงทุนเพื่อรอผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยประกาศในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจและธุรกิจเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง จึงมองว่า เป็นเพียงการพักฐานระยะสั้น ไม่ใช่การเปลี่ยนแนวโน้มการลงทุนในระยะยาว 


Krungthai CIO แนะนำจัดพอร์ตแบบ Core & Satellite โดยใช้ช่วงตลาดอ่อนตัวทยอยสะสมสินทรัพย์คุณภาพ พร้อมใช้ Barbell Strategy สร้างสมดุลระหว่างหุ้นเติบโตและหุ้นเชิงรับ (Defensive) ผ่านการลงทุนในหุ้นกลุ่ม AI และเซมิคอนดักเตอร์ ควบคู่กับหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและมีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจ พร้อมแนะนำให้ใช้กองทุน Krungthai World Class Series (KTWC) เป็นแกนหลักของพอร์ต เพื่อกระจายการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถเสริมการลงทุนในธีมเทคโนโลยี หุ้นญี่ปุ่น หุ้นจีน A-Share รวมถึงพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า 


สำหรับทองคำ Krungthai CIO มองว่า ระยะสั้นยังมีความผันผวนจากแนวโน้มที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง นักลงทุนระยะกลางถึงยาวสามารถทยอยสะสมเมื่อราคาอ่อนตัว โดยจัดสรรสัดส่วนประมาณ 5-10% ของพอร์ต ขณะที่นักลงทุนระยะสั้นควรติดตามระดับราคาอย่างใกล้ชิด หากราคาทองคำปรับลดต่ำกว่า 3,900 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนะนำทยอยลดสถานะการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง 


ทั้งนี้ นักลงทุนควรติดตามการประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ของประเทศเศรษฐกิจหลัก และข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้