Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

347

 

Market Wrap-Up

·      SET วันที่ 29 มิ.ย.69 ปิด +35.47 จุด อยู่ที่ 1,577.81 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,956 ลบ.  สถาบันขาย 374 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 552 ลบ. ต่างชาติซื้อ 7,599 ลบ. และรายย่อยขาย 6,673 ลบ. NVDR มียอดซื้อสุทธิ 6,149 ลบ. โดยมียอดซื้อ DELTA,SCB,KTB,AOT,GULF และยอดขาย PTT,PTTEP,TTB,MINT,GUNKUL มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,216 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น BANPU,BLA,TISCO โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Long ใน Index Futures จำนวน 36,226 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 103,525 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,102 ลบ.

Market View

·     ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA +0.59%, S&P500 +1.18%, Nasdaq +2.07% มีแรงซื้อกลับมาในกลุ่มบริการสื่อสาร +3.11%, สินค้าฟุ่มเฟือย +2.68% ขณะที่กลุ่มวัสดุ -1.86%, อสังหา ฯ -0.73% โดยวันนี้นักลงทุนรอผลการเจรจาหยุดยิงที่กรุงโดฮา หลังสัปดาห์ก่อนเกิดเหตุยิงโจมตีกันอีกครั้งระหว่างสหรัฐ – อิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนประเด็นข่าวหุ้น Comcast +4.5% หลังบริษัทเตรียมแยกธุรกิจสื่อสาร และเทคโนโลยีออกจากกันเพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะที่ SpaceX +7.2% เตรียมเข้า Nasdaq100 ในวันที่ 7 ก.ค. และ Alphabet +4.8% ในการซื้อขายวันแรกในการนำเข้าคำนวณดัชนี Dow Jones ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันพฤหัสติดตาม ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. คาดเพิ่มขึ้น 114,000 & พ.ค. 172,000 ราย และอัตราว่างงานทรงตัวที่ 4.3% , วันศุกร์ตลาดหุ้นสหรัฐปิดในวัน Independence Day      

·     ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 +0.04% นำโดยกลุ่มเทคโนโลยี +1.2% ขณะที่กลุ่มเหมืองแร่ & การเงินปรับลดลง โดยดัชนีหุ้นยุโรปผันผวนน้อยกว่าดัชนีหุ้นสหรัฐ เนื่องจากมีสัดส่วนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพียง 8% & ตลาดหุ้นสหรัฐที่ 25% โดยสัปดาห์นี้รอผลการเจรจาหยุดยิงรอบ 2 ระหว่างสหรัฐ – อิหร่าน, ผลการประชุมประจำปีของ ECB ที่เมืองซินตรา ประเทศโปรตุเกส เพื่อจับสัญญาณดอกเบี้ยว่าจะปรับขึ้นอีก 1 ครั้งในปีนี้หรือไม่ ทางด้านข้อมูลเศรษฐกิจวันนี้ติดตาม GDP UK Q1/69 คาด +1.1% & Q4/68 +1.0% YoY

·     ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ Kospi เกาหลีใต้ -0.20% นำโดย Samsung Electronics -4.8%, SK Hynix -1.7% หลังบริษัทประกาศแผนลงทุนมูลค่า 1 ลล.ดอลลาร์สหรัฐในระยะ 10 ปีข้างหน้า แต่ยังกังวลต่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง เช่นเดียวกับนิเกอิ +0.15% ได้แรงหนุนจากกลุ่มคลังสินค้า, ขนส่งทางเรือ, ประกันภัย และกลุ่มบริการ กอปรกับเริ่มมีซื้อหุ้นคืนในกลุ่มเทค ฯ ก่อนช่วงปิดตลาดเช่น Advantest Corp, Kioxia ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ +1.16% ได้แรงหนุนจากกลุ่มการเงิน เช่น ICBC +0.98%, Agricultural Bank of China +0.8% หลัง ธ.กลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องผ่าน Reverse repos 7 วันจำนวน 1.575 แสน ล.หยวน พร้อมคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไว้ที่ 1.4% และเช้านี้ติดตามข้อมูล PMI ภาคผลิต & บริการจีน มิ.ย.

SET +2.30% ปริมาณการซื้อขาย 7.19 หมื่น ลบ. พอร์ตโบรกขาย 552 ล. ลบ. สถาบันขาย 374 ลบ. รายย่อยขาย 6,673 ลบ. และต่างชาติซื้อ 7,599 ลบ. โดยดัชนีได้แรงหนุนจาก DELTA +6.9% ส่งผลบวกต่อดัชนี +20.0 จุด หลังช่วงที่ผ่านมากองทุน Passive Fund ได้มีการปรับพอร์ตหุ้น DELTA ตามเกณฑ์ Cap Weight ไม่เกิน 10% ที่จะมีผลต่อในรีบาลานท์ในช่วงปิดตลาดวันนี้ไปบ้างแล้ว กอปรกับได้ปัจจัยหนุนจากรายการซื้อขาย Big Lot หุ้น DELTA จำนวน 552,000 หุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 317 บาท/หุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาปิดตลาดสัปดาห์ก่อน โดยเม็ดเงินลงทุนยังได้มีการกระจายเข้าลงทุนในกลุ่มโรงไฟฟ้า เช่น GULF ที่สัปดาห์ก่อนปรับลดลงหลังเกิดรายการขายหุ้น Big Lot ของกลุ่ม Singtel รวมถึงกลุ่มไอซีทีและธนาคารก็มีแรงซื้อสะสมเนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลสูงระดับ 5 – 6% โดยภาพรวม Fund Flow ต่างชาติยังคง Selective Buy ในหุ้น Big Cap. ของไทย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังได้ปัจจัยหนุนจากภาคส่งออก & การลงทุนภาคเอกชน กอปรกับในช่วง Q3 นี้ ตลท.จะออกเกณฑ์สนับสนุนอุต ฯ New S Curve เช่น EV, Data Center, ผู้ผลิต PCB ที่ได้รับ BOI ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้รวดเร็วขึ้น เพื่อเพิ่มสัดส่วนของ New Economy ในตลาดหุ้นไทย ประเด็นที่ต้องติดตามวันนี้ คือ ผลการประชุม ครม.ต่อ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจ และรายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรายสัปดาห์

 

  

Daily Strategy

 

  • ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,560 – 1,570 แนวต้าน 1,580 – 1,590 โดยวานนี้ดัชนีได้ปัจจัยหนุนจาก Fund Flow ต่างชาติที่มีมุมมองบวกต่อการลงทุนภาคเอกชน ส่วนหนึ่งมาจากการย้ายฐานการผลิตเข้าสู่ไทยที่มีสถานะเป็นกลาง กอปรกับ ตลท.หนุนการเข้าจดทะเบียนของอุตฯ New S Curve และยังคาดหวังเชิงบวกต่อผลการเจรจาหยุดยิงสหรัฐ – อิหร่านในวันนี้ แนะนำทยอยซื้อกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน เช่น BBL,KBANK,SCB,GULF,AMATA,WHA,STECON,CK / กลุ่มอุปโภคในประเทศ เช่น CPALL,CPAXT,BJC,ICHI,CBG / กลุ่มอสังหา ฯ ที่มีอัตราจ่ายเงินปันผลสูง เช่น SIRI, AP, SPALI, CPN

 

  • EPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 7.10 บาท)บริษัทรายงารกำไร 4Q68/69 ที่ 380 ล้านบาท ดีขึ้น QoQ, YoY หนุนจากยอดขายธุรกิจ Aeroflex (insulator) จากตลาดสหรัฐฯ มีความต้องการสูง ประกอบกับส่วนแบ่งกำไรจากร่วมปรับเพิ่มขึ้น แนวโน้มกำไร 1Q69/70 กำไรปกติเติบโตขึ้นต่อ ส่วนรายได้รวมทั้งปีผู้บริหารคาดเติบโตราว 2-3%YoY หนุนจาก Aeroflex ฐานลูกค้าในกลุ่ม Semiconductor และ Data Center โดยมีการเจรจาปรับขึ้นราคาสินค้าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่วน Aeroklas มองรายได้ขยายตัวเล็กน้อย แต่ TJM จะมีผลขาดทุนลดลงด้วยการลดค่าใช้จ่าย และมีอัตรากำไรขั้นต้น 30-33% ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดคาดกำไรปี 69/70 ที่ 4 พันล้านบาท +8%YoY และปี 70/71 ที่ 1.54 พันล้านบาท +10%YoY
  • KLINIQ (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 121 ลบ.( +43%YoY, +9%QoQ) ยังมีแรงหนุนเชิงรายได้ที่ +YoY  +QoQจากจำนวนสาขาที่สูงขึ้น(+9 สาขา YoY/ สาขาทรงตัวจากสิ้นปี68 อยู่ที่ 82 สาขา) และจากSSSG Cash Sales +19.5%YoYส่งผลให้เกิด Economies of Scale ส่วนภาพระยะสั้น การดำเนินงานใน 2Q69 เราคาดว่าอาจชะลอตัว QoQแต่ยังสามารถเห็นการเติบโตได้ต่อเนื่อง YoYโดย จำนวนสาขาที่เพิ่มใน 2Q69 สุทธิราว +2 สาขาจาก 1Q69 จะทำให้ Fixed Cost ไม่สูงขึ้นจนเกินไป ขณะที่ต้นทุนเวชภัณฑ์และยาสามารถล็อกราคาไว้ได้ราคาเดิมจนถึงสิ้นปี ปัจจุบันเราประเมินกำไรสุทธิ ปี69 และ ปี70 ของ KLINIQ อยู่ที่ระดับ  426  ลบ.( +17%YoY)  และ 470ลบ.(+10%YoY) ตามลำดับ

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI ส.ค. +$1.52 อยู่ที่ $70.75 / บาร์เรล, Brent ส.ค.+$1.16อยู่ที่ $73.15/บาร์เรล รอผลการเจรจาหยุดยิงรอบที่ 2 ระหว่างสหรัฐ – อิหร่านวันนี้ที่กรุงโดฮา กาตาร์

 

Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$57.40 ปิดที่ 4,038.80 ดอลลาร์/ออนซ์ รอข้อมูลตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐ มิ.ย. ในวันพฤหัสนี้ เพื่อประเมินโอกาสที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ซื้อสุทธิ +184.66 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +228.35 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  ขายหุ้นอินโด ฯ  -49.37 ล.ดอลลาร์สหรัฐ  และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +5.08 ล.ดอลลารห์สหรัฐ

 

(0) ค่าเงินบาทเช้านี่ทรงตัวอยู่ที่ 33.29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ทรงตัวอยู่ที่ 4.373 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -34 จุด อยู่ที่ 2,490

(+) BitCoin เช้านี้  +0.97% อยู่ที่ 59,900 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

29 มิ.ย.     ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์     

                 และชิ้นส่วนยานยนต์

30 มิ.ย.    ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

สัปดาห์ที่5สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม

  สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจ

  ภูมิภาค,ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

ต่างประเทศ

30 มิ.ย.      CN ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีน  (มิ.ย.)

                  US ตำแหน่งงานว่างเปิดใหม่จาก JOLTS  ( พ.ค.)

                  US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (มิ.ย.)

01 ก.ค.      EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (มิ.ย.)

                  US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  (มิ.ย.)

  US การจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรม (ADP) (มิ.ย.)

02 ก.ค.      US  อัตราการว่างงาน  (มิ.ย.)       

                  US  รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง (เดือนต่อเดือน) (มิ.ย.)

                  US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

  US  การจ้างงานนอกภาคการเกษตร  (มิ.ย.)

 

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Infrastructure ได้ประโยชน์จากมาตรการลดค่าครองชีพ-กระตุ้นกำลังซื้อของรัฐฯ มาตรการสนับสนุนเม็ดเงินลงทุนภาครัฐและเอกชน

 

(1)High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KBANK, KTB, SCB, TTB, BAY*, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*

 

(2) Anti-Commodity ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมัน-ก๊าซฯ ลดลง กลุ่มโรงไฟฟ้า BGRIM*, GPSC* กลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP* กลุ่มวัสดุก่อสร้าง EPG*, SCC*, TOA* กลุ่มท่องเที่ยว-ขนส่ง-ร.พ. CENTEL*, MINT*, ERW*, AOT, BA, BH, BDMS, PR9*, BCH, CHG

 

(3) กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กฯ / ICT / AI Infrastructure / รับเหมาฯ-นิคมฯ-สาธารณูปโภค DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, ADVANC, TRUE, GULF*, ASEFA*, FTE*, TRT*, STECON, INSET*, AMATA, WHA, WHAUP*, EASTW*

 

(4) การลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, SEAFCO*, PYLON*, GUNKUL*, BEM*, KGEN*

 

(5) สินเชื่อ-ไฟแนนซ์ / สินค้าอุปโภค-บริโภค MTC*, SAWAD*, TIDLOR*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*, CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, CBG*, ICHI*, OSP*, SAPPE*, TACC*

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, BH, MINT*, CPALL

 

 

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้