สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (26 มิถุนายน 2569 ) ----บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)PCE เปิดเผยว่า ตามที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทของบริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “PCE”) ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ได้มีมติอนุมัติการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน ประเภทสินทรัพย์หรือบริการ คือ การ ซื้อที่ดิน จำนวน 46 แปลง พื้นที่รวม 333 ไร่ 1 งาน 89 ตารางวา จาก นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล ซึ่งเป็นบุคคลเกี่ยวโยงกัน โดยเป็นการซื้อที่ดินเกษตรกรรมเพื่อใช้ในการลงทุนก่อสร้าง โรงงานผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 75 ตัน ผลปาล์มสดต่อชั่วโมง โดยบริษัทฯ ประมาณการมูลค่าเงิน ลงทุนรวมสูงสุดไม่เกิน 779 ล้านบาท โดยคาดการณ์ระยะเวลาในการก่อสร้างและติดตั้งเครื่องจักรใช้ระยะเวลารวมทั้งสิ้น ประมาณ 18 เดือน และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และเริ่มเปิดดําเนินการผลิตได้ประมาณไตรมาส 1 ปี 2571 ซึ่งการเข้าลงทุน โครงการดังกล่าวจะดำเนินการผ่านบริษัท โอเชี่ยน ปาล์ม จำกัด (“OCP”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว
การซื้อที่ดิน จาก นายประกิต ประสิทธิ์ศุภผล มูลค่ารวม 126,720,000 บาท บริษัทฯ มีเกณฑ์ที่ใช้ในการกำหนดราคาการซื้อที่ดิน จากการพิจารณามูลค่า เงื่อนไข และราคาเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญาอย่างสมเหตุสมผล โดย ราคาซื้อที่ดินได้อ้างอิงจากผู้ประเมินภายนอก ซึ่งเป็นบริษัทประเมินที่มีชื่ออยู่ภายใต้สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์ และเปรียบเทียบมูลค่าการซื้อที่ดินกับราคาตลาดโดยผู้ประเมินอิสระ และบริษัทฯได้ดำเนินการสำรวจที่ดินในบริเวณใกล้เคียง เพื่อทำข้อมูลเปรียบเทียบประกอบการพิจารณาความ เหมาะสมของเงื่อนไขและราคาที่เป็นธรรม
สถานที่ตั้ง อยู่ที่หมู่ 5 ตำบลช้างขวา อ าเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยอยู่ติดถนนสายกระบี่-ขนอม (ทล.44) บริเวณกิโลเมตรที่ 122+600 สภาพแวดล้อมการใช้ประโยชน์ ที่ดินโดยรอบเป็นพื้นที่เกษตร และที่อยู่อาศัย ที่ดินเป็นพื้นที่ขนาดใหญ่เพียงพอต่อการรองรับการ พัฒนาโครงการ
ผลประโยชน์ที่บริษัทฯ จะได้รับ บริษัทฯ มีความมั่นคงในการใช้พื้นที่เพื่อการด าเนินธุรกิจและการลงทุนในระยะยาว สามารถวางแผนพัฒนาและก่อสร้าง ทรัพย์สินถาวรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากความผันผวนการซื้อที่ดินในอนาคต และบริหารต้นทุนได้อย่างเหมาะสม
เนื่องด้วยสัญญาจะซื้อจะขายได้กำหนดการชำระราคาเป็นเงินสดจำนวน 126,720,000 บาท ซึ่งจากการพิจารณางบการเงิน รวมของบริษัทฯ สำหรับงวดสามเดือน สิhนสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569 นั้น สะท้อนให้เห็นว่าการเข้าซื้อที่ดินครั้งนี้ บริษัทฯ ยังมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอในการดำเนินธุรกิจภายในบริษัทฯ