Today’s NEWS FEED

News Feed

CGSI กลุ่มปิโตรเคมี กำลังการผลิตเอทิลีนใหม่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้น

54


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 25 มิถุนายน 2569)---------------ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า แผนปฏิบัติการสำหรับการเร่งยกระดับและปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมีเก่า (69-72) ของจีนจะคล้ายกับแผนงานในปี 68-69 ของกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (MIIT) โดยมุ่งเน้นไปยังการเร่งดำเนินการปรับปรุงโรงงานปิโตรเคมีเก่าทั่วประเทศ และแม้ว่าโรงงานบางแห่งจะมีอายุมากกว่า 20 ปี (คิดเป็น 14% ของกำลังการผลิตเอทิลีนของจีนในปี 68) แต่ฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดว่าจะไม่มีการบังคับปิดโรงงานหากโรงงานเหล่านี้ยังสามารถปฏิบัติตามมาตรฐานด้านประสิทธิภาพพลังงานและการดำเนินงาน จึงเชื่อว่าแผนปฏิบัติการดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อทั้งตลาดเอทิลีนของจีนและตลาดโลกไม่มากนัก

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า โครงการ CTO ของจีนเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปิโตรเคมีที่มีความยืดหยุ่นมากที่สุดในประเทศ ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นได้จากอัตราการผลิตที่ยังคงสูงกว่า 95% ในเดือนเม.ย.-พ.ค. 69 ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการหยุดชะงักของวัตถุดิบ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากถ่านหินราคาถูกในประเทศ ขณะที่จีนพยายามลดการพึ่งพาน้ำมันและวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ จึงอาจทำให้รัฐบาลอนุมัติโครงการ CTO เพิ่มมากขึ้น (รวมโครงการใหม่ 7 โครงการที่อยู่ระหว่างการวางแผน) นอกจากนี้ โครงการ CTO รุ่นใหม่น่าจะมีขนาดใหญ่ขึ้นมาก (ประมาณ 1 mtpa) ซึ่งจะช่วยให้จีนสามารถพึ่งพาตนเองด้านการผลิตเคมีภัณฑ์ในระยะยาว

ทั้งนี้ ข้อมูลจาก Chemical Market Analytics (CMA) ระบุว่า กำลังการผลิตเอทิลีนในภูมิภาคตะวันออกกลางที่หยุดเดินเครื่องนอกแผนแตะระดับสูงสุดที่ 28 mtpa หรือประมาณ 12% ของกำลังการผลิตทั่วโลก โดยแม้ว่าจะยังไม่มีการประเมินความเสียหายอย่างเป็นทางการ แต่โรงงานบางแห่งที่ได้รับผลกระทบเตรียมจะกลับมาเดินเครื่องแล้ว

ขณะที่ cracker หลายแห่งในเอเชียได้เพิ่มอัตราการผลิตเช่นกัน ประกอบกับอุปสงค์ปลายน้ำยังอ่อนตัว จึงคาดว่าสเปรด PE (polyethylene)/PP (polypropylene) ในอาเซียนน่าจะทรงตัวในระดับต่ำที่ 272 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในเดือนมิ.ย. 69 แม้ว่าราคาน้ำมันและต้นทุนวัตถุดิบจะลดลง


ฝ่ายวิเคราะห์ฯ CGSI มองว่า แม้ว่าแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบน่าจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มปิโตรเคมีของไทยเนื่องจากคาดว่าสเปรด PE/PP ในอาเซียนจะลดลงจาก 307 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 69 เหลือ 283 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 70 และ 239 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 71 โดยชอบ IVL มากที่สุดในกลุ่มเพราะบริษัทสามารถเข้าถึงอีเทนต้นทุนต่ำในสหรัฐฯ ขณะที่ยังมีมุมมองเชิงลบต่อ SCC และ IRPC ซึ่งมี naphtha cracker และมีแนวโน้มถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าท่ามกลางอุปสงค์ที่อ่อนตัว

อย่างไรก็ตาม กลุ่มปิโตรเคมีจะมี upside risk หากอุปสงค์ของ PE/PP ฟื้นตัว ส่วน downside risk จะมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ทรงตัวระดับสูง

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้