Market Wrap-Up
- SET วันที่ 23 มิ.ย.69 ปิด -33.23 จุด อยู่ที่ 1,540.90 จุด มูลค่าการซื้อขาย 114,176 ลบ. สถาบันซื้อ 3,840 ลบ. รายย่อยซื้อ 11,218 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 249 ลบ. และต่างชาติขาย 14,809 ลบ. NVDR มียอดขายสุทธิ 1,863 ลบ. โดยมียอดซื้อ GULF,KBANK,SCB,DELTA,PTTEP และยอดขาย BBL,KTB,SCC,HANA,PTT มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,591 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น TU,IRPC,CHG โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 22,630 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 50,174 สัญญา ต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 1,530 ลบ.
Market View
- ตลาดหุ้นสหรัฐ DJIA -0.09%, S&P500 -1.44%, Nasdaq -2.21% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -3.66%, อุตสาหกรรม -2.03% และดัชนีเซมิคอนดักเตอร์ในตลาดฟิลาเดลเฟีย -4.9% โดยเม็ดเงินสลับเข้าซื้อหุ้นกลุ่มปลอดภัย เช่น สินค้าอุปโภค +1.8%, เฮลธ์แคร์ +1.37% เนื่องจากนักลงทุนกังวลเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในช่วง ก.ย. และ ธ.ค. นี้ เพื่อคุมเงินเฟ้อ กอปรกับกังวลภาระค่าใช้จ่ายด้าน AI ของกลุ่ม Hyperscaler ที่อยู่ในระดับสูงจะส่งผลลบต่อผลประกอบการ ส่วนกลุ่มผู้ผลิตชิป Memory เช่น Micron Tech, SanDisk -13% โดยช่วงค่ำวันนี้ติดตามรายงานกำไร Q3 ของ Micron Tech ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญวันพรุ่งนี้ติดตาม US GDP Q1/69 คาด +1.6% QoQ, US PCE พ.ค. คาด +4.1% YoY ที่เป็นดัชนีสำคัญที่เฟดใช้วัดเงินเฟ้อของสหรัฐ
- ตลาดหุ้นยุโรป STOXX 600 -0.73% จากแรงขายกลุ่มเทคโนโลยี -3.7% นำโดย Infineon -6.3%, STMicroelectronics -8.5% และ ASML -5.7% ถูกกดดันจากความกังวลเฟดจะเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายด้าน AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ LSEG ยังคาดการณ์ ECB มีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปีนี้ โดยนักลงทุนเลือกสลับเม็ดเงินเข้าสู่กลุ่มปลอดภัย เช่น เฮลธ์แคร์ +1.9%, กลุ่มอาหาร & เครื่องดื่ม +1.7% ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจวานนี้ PMI รวมภาคผลิต & บริการยูโรโซน เบื้องต้น มิ.ย. อยู่ที่ 49.5 & พ.ค. 48.5 อยู่ในโซนถดถอยต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
- ตลาดหุ้นเอชียวานนี้ดัชนีนิเกอิ -3.55% ถูกแรงขายทำกำไรหลังปรับขึ้นกว่า 8,100 จุด ในช่วง 8 วันทำการที่ผ่านมา นำโดย Tokyo Electron -6.2%, Kioxia Holding Corp. -15.1% กอปรกับทางการญี่ปุ่นได้เข้าแทรกแซงค่าเงินเยนที่อ่อนค่ามากเกินไป ส่วน Kospi เกาหลีใต้ -9.99% โดยช่วงบ่ายถูกเซอร์กิต เบรกเกอร์เป็นครั้งที่ 4 ในรอบปีนี้ ปรับลดลงตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ สหรัฐ เช่น Alphabet -5%, SpaceX -16.4% หลังเฟดอาจปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด เช่นเดียวกับดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.37% ก็ปรับลดลงตามหุ้นกลุ่มเทค ฯ จีน เช่น SMIC -2.7%, Zhongji Innolight -5.2% โดยสัปดาห์นี้วันศุกร์ติดตามข้อมูล Tokyo Core CPI มิ.ย.
SET -2.11% ปริมาณการซื้อขาย 1.14 แสน ลบ. สถาบันซื้อ 3,840 ลบ. รายย่อยซื้อ 11,218 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 249 ลบ. และต่างชาติขาย 14,809 ลบ. โดยดัชนีปรับลดลงตามแรงขายหุ้นกลุ่มเทค ฯ ในตลาดเอเชียเหนือ จากคาดการณ์เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนด้านการเงินปรับสูงขึ้น และเป็นผลลบต่อ Valuation ของหุ้นกลุ่มเทค ฯ ซึ่งวานนี้กลุ่มอิเล็ก ฯ -5.47% นำโดย DELTA -5.37% ส่งผลลบต่อดัชนี -18.18 จุด จากคาดการณ์กำไรในงวด Q2 นี้โอกาสทรงตัว QoQ จากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ กอปรกับยังอาจถูกแรงขายปรับพอร์ตตามเกณฑ์ Cap Weight ของการรีบาลานท์ SET50 ในช่วงสิ้นเดือนนี้ ขณะที่ Dollar Index แข็งค่าอยู่ที่ 101.39 ส่งผลให้ค่าเงินบาทวานนี้อ่อนค่าอยู่ที่ 33.14 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นการอ่อนค่ามากสุดในรอบ 1 ปี ก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลให้ต่างชาติชะลอการลงทุนในหุ้นกลุ่มตลาด EM ส่วนผลการประชุม ครม.วานนี้ รัฐบาลเร่งผลักดันการลงทุนผ่าน Thailand FastPass มูลค่าลงทุน 7 แสน ลบ.ในกลุ่มอุตสาหกรรม New S Curve โดยทุกเม็ดเงิน 1 แสน ลบ.จะช่วยกระตุ้น GDP ไทยได้ราว 0.3 – 0.4% ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคม, โรงไฟฟ้า, รับเหมาก่อสร้าง และธนาคาร ส่วนประเด็นตั๋วร่วมรถไฟฟ้าที่คิดค่าโดยสาร 17 – 45 บาทนั้น ครม.มีมติให้เริ่มโครงการตั้งแต่ 1 ม.ค. 70 ซึ่งคาดจะส่งผลบวกต่อ BEM มากสุด โดยมี Consensus Fair Value อยู่ที่ 8.00 บาท ประเด็นที่ต้องติดตามในวันนี้ช่วงบ่าย คือ ผลการประชุม กนง.คาดจะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% และวันพฤหัสติดตามตัวเลขส่งออกไทย พ.ค. คาด +14.3% & เม.ย. +23.1% YoY
Daily Strategy
- ประเมินแนวรับดัชนี SET ที่ 1,520 – 1,530 แนวต้าน 1,550 – 1,560 โดยวานนี้ดัชนีปรับลดลงแรงจากแรงขายกลุ่มอิเล็ก ฯ จากความกังวลเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ดัชนีจะต้องรอแรงซื้อสะสมเพื่อสร้างฐานรอการรีบาวน์รอบใหม่ โดยมีโซนที่น่าเข้าซื้อสะสมบริเวณแนวรับ 1,510 (Forward P/E 15.5X) ระยะสั้นแนะนำพักเงินในกลุ่มปลอดภัย เช่น BH, BDMS, BEM, ICHI, OSP / กลุ่มได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า เช่น CPF, TU, ITC, STA
- BCPG* (ซื้อ / ราคาเป้าหมายIAA Consensus 8.75 บาท) ราคาเริ่มฟื้นตัวหลังจากคลายกังวลทั้งเรื่องธุรกิจคลังน้ำมัน (มีการชี้แจงว่าไม่มีการตั้งด้อยค่าฯ) และการขายหุ้นโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ (Hamilton) ช่วงสั้นผลประกอบการ 2Q69 จะเห็นภาพของการชะลอตัวลง QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลของโครงการ Monsoon และโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ ขณะที่ YoY เติบโตขึ้นจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ที่มีการปรับขึ้นค่าความพร้อมจ่าย CP ก่อนที่ 3Q69 กำไรจะปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเป็น high season ของโรงไฟฟ้า Hydro ในลาวและโรงไฟฟ้า Gas ในสหรัฐฯ รวมถึงมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนโรงไฟฟ้า Hamilton ราว 5 พันล้านบาท ทั้งนี้อิงจาก consensus ตลาดแม้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงฟ้าสหรัฐฯ จะลดลง แต่จะมีส่วยชดเชยจากกำไรพิเศษ และการรับรู้ผลประกอบการของโครงการ Monsoon เต็มปี คาดทำกำไรปี 69 ยังสามารเติบโตได้ที่ราว 2.58 พันล้านบาท +202%YoY
- OSP* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 18.41 บาท) มีปัจจัยหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงตามราคาน้ำมันดิบโลก รวมถึงได้ประโยชน์จาก มาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐฯ สำหรับกำไรปกติ 1Q69 +YoY +QoQ หนุนจากการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ขณะที่การดำเนินงานใน 2Q69 ยังจะมีแรงหนุนจาก “ไทยช่วยไทยพลัส” และสภาพอากาศร้อน ด้านผู้บริหารวางเป้ารายได้ปี69 เติบโต +Mid Single Digit% วางงบลงทุน 400-500 ลบ.สนับสนุนนวัตกรรมต่างๆ ทั้งเทคโนโลยี ปรับปรุงระบบกระจายสินค้า และ ESG ปัจจุบัน ตลาดคาดกำไรปี69 และ 70 ของ OSP* ที่ 3,620 ลบ.-1%YoY และ 3,761 ลบ.+4%YoY ตามลำดับ ในเชิง Valuation ยังน่าสนใจจาก Forward 69F PE ที่ 14x, และ Dividend Yield ที่ 5%
Daily Key Factors
Oil Update(-) WTI ก.ค. -$0.65 อยู่ที่ $73.21 / บาร์เรล, Brent ส.ค.-$0.82อยู่ที่ $77.08/บาร์เรล หลังสหรัฐอนุญาตให้อิหร่านส่งออกน้ำมันดิบเป็นเวลา 60 วัน
Gold Update (-)Comex Gold ส.ค. -$53.30 ปิดที่ 4,149.40 ดอลลาร์/ออนซ์ ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า +0.38% จากคาดการณ์เฟดมีโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ และวันพฤหัสนี้ยังรอข้อมูล US PCE พ.ค. เพื่อประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ
Fund Flow(-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -459.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยขายหุ้นไทย -446.05 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -17.44 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +4.29 ล.ดอลลารห์สหรัฐ
(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 33.325 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
(+) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ลดลงอยู่ที่ 4.473 %
(-) ดัชนี BDI ปิด -17 จุด อยู่ที่ 2,667
(-) BitCoin เช้านี้ -1.93% อยู่ที่ 62,911 ดอลลาร์สหรัฐ
Economic Calendar
ในประเทศ
24 มิ.ย. ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/69
สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ
ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์
และชิ้นส่วนยานยนต์
ต่างประเทศ
23 มิ.ย. US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการบริการ (มิ.ย.)
US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ(PMI)ภาคการผลิค(มิ.ย.)
24 มิ.ย. US ยอดขายบ้านใหม่( พ.ค.)
US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ
25 มิ.ย. US ดัชนีราคาด้านการบริโภคส่วนบุคคล (PCE Price
Index) ( พ.ค.)
US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)
US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก
Theme Strategy
ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield / AI Supply Chain ทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐฯ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านดิจิทัล
(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KTB, SCB, TTB, KKP*, TISCO กลุ่ม REIT CPNREIT*
(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, TAE*, PCE*, UVAN*, APO* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน GUNKUL*
(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, NER*, TFG*
(4) กลุ่ม ICT / Data Center / นิคมฯ ADVANC, TRUE, DELTA*, CCET*, KCE, HANA*, SMT*, STECON, INSET*, GULF*, BGRIM*, GPSC*, ASEFA*, FTE*, TRT*, WHAUP*, EASTW*, AMATA, WHA
(5) สินค้าอุปโภค-บริโภค CPALL, CPAXT, CPN*, CRC, TNP*, KK*, MOTHER*, ICHI*, CBG*, EPG*, STGT*, NTF*, MOSHI*, MRDIYT* กลุ่ม Finance TIDLOR*, MTC*, SINGER*, SGC*, SCAP*, NCAP*
(6) ตัวเลขการลงทุนภาครัฐฯ เอกชน CK, STPI*, SEAFCO*, PYLON*
**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย
Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 5% Cash 5%
Today Fundamental Research: -
Monthly Portfolio June 2026: GPSC*, ITC*, BH, MINT*, CPALL
Analysts
Apichai Raomanachai
Fundamental and Technical Investment Analysis ID No. 002939
Tel 02-829-6999 Ext 2200
Email : apichai.ra@kfsec.co.th
Nopporn Chaykaew
Fundamental Analysis ID No. 043964
Tel 02-829-6999 Ext 2203
Email : noppoen.ch@kfsec.co.th
Nattawat Poosunthornsri
Fundamental Analysis ID No. 087077
Tel 02-829-6999 Ext 2204
Email : nattawat.po@kfsec.co.th