Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

207

 

 

กลัวนโยบายการเงินกลับมา ตึงแล้ว ตึงอยู่ ตึงต่อ


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ราคาน้ำมันดิบ BRENT กลับมาย่อตัวอีกครั้งราว -3.3% หลังความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ผ่อนคลายลง จากสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตชั่วคราว 60 วัน ให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันในตลาดโลกได้ โดยไม่ถูกคว่ำบาตรจนถึงเวลา 00:01 น. ของวันที่ 21 ส.ค. 69
• อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงถัดไปของทิศทางเงินเฟ้อยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากการการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ (ONI INDEX ล่าสุดอยู่ที่ 0.5) ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศสหรัฐฯ ประเมินว่ามีโอกาส 63% ที่จะพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญภายในปี 2027 โลกอาจเผชิญกับอากาศร้อนและภัยแล้ง เป็นเหตุให้ตุนทุนพลังงานและอาหารแพงขึ้น กระทบต่อปัญหาเงินเฟ้อพุ่ง ไปจนถึงดอกเบี้ยยืนอยู่ในระดับสูงยาวนาน ซึ่งมีโอกาสกดดันสินทรพย์เสี่ยงได้

REGION RADAR
• ประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่ง EXECUTIVE ORDERS 2ฉบับ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมอย่างเร่งด่วน คาดวันนี้หุ้นกลุ่มควอนตัมจะได้ SENTIMENT บวกโดยตรงจากข่าวนี้แนะนำเก็งกำไร DR: IONQ03 และ DR: RGTI03
• ยอดขายเครื่องสำอางช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 618 FESTIVAL ในจีนแข็งแกร่ง แบรนด์จีนที่ขายดีได้แก่แบรนด์ MAO GEPING ขณะที่แบรนด์ต่างชาติที่ขายดีได้แก่ ESTEE LAUDER แนะนำเก็งกำไร DR:MAOGEP80 และ DR: ESTEE80

THAI FOCUS
• สหรัฐฯ ส่อแววดอกเบี้ยตึงตัว ตลาดคาดว่า FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 2-3 ครั้งในปีนี้หนุน DOLLAR INDEX ทดสอบแนวต้าน 101จุด กดดันให้กระแสเงินทุนไหลออกจากตลาด EM และไทย ตามส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และไทยที่กว้างขึ้นในอนาคต
• รัฐบาลเตรียมเปิดตัวโครงการ THAILAND FAST PASS วันนี้ เพื่อปลดล็อกข้อกฎหมายและเร่งรัดการลงทุนภาครัฐ ตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนจริงสะพัด 3.5 แสนล้านบาทภายในปี 2570เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโต สวนกระแสดอกเบี้ยขาขึ้น

SYNAPSE STRATEGY
• นักลงทุนกลับมากลัวดอกเบี้ยมีโอกาสขึ้นเร็วกว่าคาด หลัง BOFA RATE ราว 48 BPS.คาด FED ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และ DEUTSCHE BANK คาด 2ครั้งในปีนี้พร้อมกับประเด็นเอลนีโญเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อยืนระดับสูง
• ปัจจัยดังกล่าวกดดันหุ้น GROWTH หุ้นแพง หุ้น BETA สูงให้ผันผวนได้ แนะนำหลบมาที่หุ้น HIGH YIELD : KTB, BBL, BLA หุ้นDEFENSIVE : BH, BDMS, GULF, ADVANC, TRUE และเก็งกำไรหุ้นรับกระแสเอลนีโญ KSL, KTIS, EASTW, TTW, IVL, PTTEP

 

HORIZON MARKET VIEW
เอลนีโญก่อตัว จับตาแรงกดดันเงินเฟ้อ
วานนี้ ราคาน้ำมันดิบ BRENT กลับมาย่อตัวอีกครั้งราว -3.3% หลังความตึงเครียดระหว่าสหรัฐฯ – อิหร่านผ่อนคลายลงจากสหรัฐฯ ออกใบอนุญาตชั่วคราว 60 วัน ให้อิหร่านสามารถขายน้ำมันในตลาดโลกได้โดยไม่ถูกคว่ำบาตรจนถึงเวลา 00:01 น. ของวันที่ 21 ส.ค. 69

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงถัดไปของทิศทางเงินเฟ้อยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด จากการการก่อตัวของปรากฏการณ์เอลนีโญ (ONI INDEX ล่าสุดอยู่ที่ 0.5) ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศสหรัฐฯ ประเมินว่ามีโอกาส 63%ที่จะพัฒนาเป็นซูเปอร์เอลนีโญภายในปี 2027โลกอาจเผชิญกับอากาศร้อนและภัยแล้งเป็นเหตุให้ตุนทุนพลังงานและอาหารแพงขึ้น กระทบต่อปัญหาเงินเฟ้อพุ่งไปจนถึงดอกเบี้ยยืนอยู่ในระดับสูงยาวนาน ซึ่งมีโอกาสกดดันสินทรพย์เสี่ยงได


จากข้อมูลในอดีต ดัชนี ONI และดัชนี FOOD PRICE ที่ปรับตัวขึ้นพร้อมกัน มักหนุนให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขยับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะราคาน้ำมัน เช่นเดียวกับกระแสข่าวเอลนีโญเพิ่มขึ้นในปี 2023 มาพร้อมกับราคาน้ำมันดีดตัว

 

REGION RADAR
สหรัฐฯ เร่งเครื่องควอนตัมคอมพิวเตอร์ ทำเนียบขาวลงนามคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับเทคโนโลยีแห่งอนาคตอย่างควอนตัมได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ อีกครั้ง โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาประธานาธิบดีทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่ง EXECUTIVE ORDERS 2 ฉบับ เพื่อเร่งรัดการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัมอย่างเร่งด่วน ซึ่งคำสั่งฉบับแรกกำหนดให้มีการพัฒนาควอนตัมคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกที่มีประสิทธิภาพสูงพอสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ภายในปี 2028 ส่วนคำสั่งฉบับที่สองจะเร่งรัดให้หน่วยงานรัฐบาลเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบวิทยาการรหัสลับยุคหลังควอนตัม (POST-QUANTUM CRYPTOGRAPHY)ภายในปี 2031 เราคาดวันนี้หุ้นกลุ่มควอนตัมจะได้ SENTIMENT บวกโดยตรงจากข่าวนี้ แนะนำเก็งกำไร DR:IONQ03 และ DR: RGTI03

ยอดขายเครื่องสำอางช่วงเทศกาลช้อปปิ้ง 618 FESTIVAL ในจีนแข็งแกร่ง
ยอดขายเครื่องสำอางค์ผ่านช่องทางออนไลน์อย่าง TAOBAO, TMALL และ DOUYIN ในช่วงเทศกาลช็อปปิ้ง 618FESTIVAL พบว่าภาพรวมในปีนี้ดูดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยแบรนด์ที่ขายดีในครั้งนี้มีทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์ต่างชาติ ซึ่งจะเน้นขายดีในเครื่องสำอางกลุ่ม LUXURY แบรนด์จีนที่ขายดีได้แก่แบรนด์ MAO GEPING มียอดขายในช่วงเทศกาล 618 FESTIVAL เพิ่มขึ้น 91% YOY ขณะที่แบรนด์ต่างชาติที่ขายดีได้แก่ แบรนด์ในเครือของESTEE LAUDER เพิ่มขึ้น 75% YOY แนะนำเก็งกำไร DR: MAOGEP80 และ DR: ESTEE80

 

THAI FOCUS
ทิศทางดอกเบี้ยโลกและผลกระทบต่อกระแสเงินทุน ส่วนเศรษฐกิจไทยได้แรงหนุนจาก THAILANDFASS PASS
แม้ภาวะสงครามตะวันออกกลางจะผ่อนคลายลง แต่ตลาดมองว่าศทางดอกเบี้ยของสหรัฐฯ มีแนวโน้มตึงตัว(HAWKISH) มากขึ้น ตามอัตราเงินเฟ้อที่คงตัวระดับสูง โดย FED WATCH TOOL คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯอาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ สอดคล้องกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ที่ทำจุดสูงสุดในรอบปีและสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายราว 48 BPS. นอกจากนี้ BANK OF AMERICA(BOFA) ยังเตือนว่า FED อาจขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง และอาจไม่ลดดอกเบี้ยไปอีก 2 ปีประเด็นดังกล่าว หนุนให้ DOLLARINDEX แข็งค่าขึ้นกลับไปทดสอบแนวต้านที่ระดับ 101 จุด


ขณะที่ฝั่งประเทศไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ประมาณ 2.11% ซึ่งยังคงสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่อยู่ในระดับค่อนข้างต่ำที่ 1.00% ซึ่งน่าจะเห็นการดำเนินนโยบายทางการเงินแบบตึงตัวเช่นกัน ดังนั้นเมื่อดอกเบี้ยของสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะทรงตัวในระดับสูงหรือปรับตัวสูงขึ้น สวนทางกับดอกเบี้ยไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำและคงดอกเบี้ย จะทำให้ช่องว่างผลตอบแทนระหว่างสองประเทศกว้างขึ้น กดดันให้กระแสเงินทุน(FUND FLOW) ไหลออกจากตลาด EM รวมถึงตลาดไทย เพื่อกลับไปหาผลตอบแทนที่สูงและปลอดภัยกว่าจากฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งตามปกติแล้วจะทำให้ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าได้


แม้จะมีปัจจัยกดดันเรื่องเงินทุนไหลออก แต่เศรษฐกิจและ GDP ของไทยกำลังจะได้แรงหนุนสำคัญจากในประเทศผ่านโครงการ THAILAND FAST PASS ที่เตรียมเปิดตัวโครงการวันนี้เป้าหมายหลัก เพื่อมุ่งปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย ลดขั้นตอนและเร่งรัดการอนุมัติจากภาครัฐ โดยปัจจุบันมีโครงการสำคัญที่เข้าระบบ FAST PASSแล้ว 25 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสะสมกว่า 2.23 แสนล้านบาท ซึ่งรัฐตั้งเป้าเม็ดเงินลงทุนจริงเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยอีกราว 3.5 แสนล้านบาทภายในปี 2570 ซึ่งจะเป็นตัวพยุงให้ GDP ไทยสามารถเติบโตได้ในท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยที่กดดัน ส่วนหุ้นที่คาดได้ประโยชน์ คือ นิคม(AMATA WHA) รับเหมาฯ(STECON CK)ไฟฟ้า-สาธารณูปโภค(GULF GPSC GUNKUL WHAUP)


SYNAPSE STRATEGY
ตั้งรับ ติดโล่ ป้องกันนโยบายดการเงินตึงตัวมากขึ้น
นักลงทุนกลับมากลัวดอกเบี้ยมีโอกาสขึ้นเร็วกว่าคาด หลัง BOFA คาด FED ขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปีนี้ และDEUTSCHE BANK คาด 2 ครั้งในปีนี้ เนื่องจากประธาน FED คนใหม่มีท่าทีเข้มงวดมากขึ้น และหลายสถาบันเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่า AI BOOM ในรอบนี้เป็น “PRODUCTIVITY REVOLUTION” จริง หรือกำลังเข้าสู่ช่วง“OVERINVESTMENT” โดยเฉพาะเมื่อ AI CAPEX ของ HYPERSCALERS เพิ่มขึ้นเร็วกว่าการสร้างกำไรหรือไม่? นอกจากนี้ยังมีประเด็นเอลนีโญเป็นตัวเร่งให้เงินเฟ้อยืนระดับสูง กดดันให้

▪ หุ้น SPCX -16% วานนี้ จนราคาอยู่ใกล้ๆ กับราคาปิดวันแรก ที่สำคัญเคยขึ้นไปแรง $223 จาก IPO$135 จนมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก ตอนนี้หล่นมาอยู่อันดับ 7 ของโลก

▪ วานนี้หุ้น HYPERSCALE ตกหนัก อาทิ MSFT -3%, AMZN -5%, GOOGLE -5% จากความกังวลเรื่อง AI CAPEX ที่สูงขึ้นจะถือว่า “OVERINVESTMENT” หรือไม่?

ปัจจัยดังกล่าวกดดันหุ้น GROWTH หุ้นแพง หุ้น BETA สูงให้ผันผวนได้ แนะนำหลบมาที่หุ้น HIGH YIELD : KTB,BBL, BLA หุ้น DEFENSIVE : BH, BDMS, GULF, ADVANC, TRUE และเก็งกำไรหุ้นรับกระแสเอลนีโญ KSL,KTIS, EASTW, TTW, IVL, PTTEP

 

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้