สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22 มิถุนายน 2569)------------บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ล็อกเป้าลงทุนประจำสัปดาห์
มอง SET ผันผวนในกรอบ โดยคาดมีโอกาสที่เม็ดเงินจะสลับหมุนเข้าสู่กลุ่ม Real Sector ที่ราคายัง Laggard ภายใต้การเฝ้าระวังความไม่แน่นอนของการยุติสงครามในตะวันออกกลาง กลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 3 ธีมหลัก และ 4 ธีมเทรดดิ้งที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ดังนี้
1. หุ้น New Normal ได้ประโยชน์จากนโยบายปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของภาครัฐในระยะยาว โดยเปลี่ยนผ่านเข้าสู่พลังงานทางเลือกและดิจิทัล (Solar cell, EV, Data Center) ได้แก่ พลังงานสะอาด (GULF GPSC BGRIM) นิคม (WHA AMATA) และทางอ้อม เช่น จำหน่ายและรับติดตั้ง Solar Rooftop (SCC BANPU HMPRO GLOBAL GUNKUL)
2. หุ้น High Dividend แบ่งเป็น 1) ระยะสั้นเน้นดักเงินปันผลระหว่างกาลงวด 1H26 ที่คาดว่าจะให้ Div. Interim Yield > 2% (ประกาศจ่ายช่วง ส.ค.-ก.ย.) ได้แก่ ADVANC OR PTT PTTEP SCCC SIRI TQM TU และ 2) ระยะยาวะเน้นสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน โดยพื้นฐานดี มีประวัติจ่ายปันผลต่อเนื่องเกิน 10 ปี, คาดให้ Div. Yield > 5% ต่อปี และ Valuation ไม่แพง ได้แก่ AP BBL FTREIT LHSC PTT
3. หุ้นเด่น 3Q26 ที่มีแรงส่งให้เติบโตต่อเนื่อง มีฐานะการเงินแข็งแกร่ง มีอำนาจในการกำหนดราคาสูง และมีความชัดเจนของแนวโน้มกำไร ได้แก่ CENTEL CPN GULF HANA WHA
Trading Idea: 1) Yield Play หลัง Dot Plot ของเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้ ดันให้ Bond Yield สหรัฐฯ สูงขึ้น ได้แก่ กลุ่มธนาคาร (BBL KBANK KTB ) กลุ่มประกันชีวิต (BLA TLI) 2) Laggard Play เน้นหุ้น Big-cap ที่คาดได้อานิสงส์จาก Sector Rotation และ Short Covering ได้แก่ BDMS MINT HMPRO BEM CPALL 3) Fiscal Policy Play ซึ่งจะได้อานิสงส์หากมีการอนุมัติ พ.ร.บ. งบฯ ปี 2570 ได้แก่ รับเหมาฯ (STECON CK) และวัสดุก่อสร้าง (SCC SCCC TASCO) และ 4) Anti-Oil & Reopening Play ซึ่งได้ประโยชน์จากสงครามอิหร่านยุติชั่วคราว โดยเน้นหุ้นที่ราคายังต่ำกว่าก่อนเกิดสงคราม ได้แก่ สายการบิน (AAV THAI) โรงไฟฟ้า SPP (GPSC) ยานยนต์ (AH SAT) การแพทย์ (BH BDMS) ค้าปลีกน้ำมัน (OR) เครื่องดื่ม (CBG OSP) และท่องเที่ยว (MINT CENTEL)