ภาวะตลาด: SET Index วานนี้ ลดลงต่อ -2.01 จุด ปิ ดที่ 1585.06 มูลค่าซื้อขาย 6.8 หมื่นลบ. หุ้นกดตลาด ได้แก่ DELTA, GULF, TRUE, BDMS, AOT, CCET ฯลฯ ส่วนหุ้นที่ปรับขึ้น และช่วยพยุงตลาดเป็น KTB, PTT, BBL, TCAP, CPF, KBANK ฯลฯ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ +2.0 พันลบ. พอร์ตบล.ซื้อสุทธิ +599 ลบ. ด้านสถาบันในปท.ขายสุทธิ -214 ลบ. และรายย่อยขายสุทธิ -2.4 พันลบ.
ปัจจัยต่างประเทศ
-สหรัฐ: ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 4,000 ราย สู่ระดับ 226,000 รายในสัปดาห์ก่อน แต่สูงกว่าคาดการณ์นักวิเคราะห์ที่ 225,000 ราย
-สหรัฐ: ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 49.6% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ย.26 และให้น้ำหนัก 31.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75%
-อังกฤษ: BoE มีมติ 7 :2 คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้
-ความตึงตัวตลาดน้ำมันดิบผ่อนคลายลง ล่าสุดเจดี แวนซ์ รองปธน.สหรัฐกล่าวว่า ในคืนวันที่ 17 มิ.ย.เรือบรรทุกน้ำมันรวมกว่า 12 ล้านบาร์เรลแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (ก่อนเกิดสงคราม มีน้ำมันดิบผ่านช่องแคบนี้ราว 14 ล้านบาร์เรล/วัน และน้ำมันสา เร็จรูปอีก 6 ล้านบาร์เรล/วัน
-ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้น หนุนโดยหุ้นเซมิคอนดัคเตอร์ และคลายกังวลเรื่องเงินเฟ้อหลังสหรัฐ-อิหร่านลงนาม MOU ยุติสงคราม แต่ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฟิวเจอร์สเช้านี้อ่อนลงเล็กน้อย สัญญาน้ำมัน WTI & BRENT แกว่งแคบและ Mix โดยอยู่ที่ 76-79 US$/bbl (เช้านี้ลดลงราว -1% มาที่ 75-78 US$/bbl) สัญญาทองคำ ส่งมอบส.ค.26 ร่วงแรง -135.50 US$ เป็น 4,245.90 US$/ออนซ์ หลังเฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ดัชนีค่าเงิน US$ แข็งขึ้นเป็น 100.77; ค่าเงินบาทอ่อนสู่ 32.77 บาท/US$ ส่วน US bond yield 10 ปี ทรงที่ 4.46% ดัชนีราคาถ่านหิน (NC) ทรงที่ 144 (สุดสุด 152) ดัชนี Baltic Dry Index ทรงที่ 2,659 (สูงสุด 3,124)
ปัจจัยในประเทศ & ข่าวหุ้นเด่น
- S&P คงอันดับเครดิตไทย BBB+ คงแนวโน้ม มีเสถียรภาพ (Stable) ซึ่งก่อนหน้านี้ (เมื่อ 21 เม.ย.2026) Moody’s ก็คงอันดับเครดิตไทยที่ Baa1 และ ปรับเพิ่มแนวโน้มเป็น Stable (จากเดิม Negative)
-FTSE Rebalancing รอบเดือนมิ.ย.2026…มีผลบังคับใช้ราคาปิดวันนี้ (18 มิ.ย.26) – ดัชนี Large cap มีหุ้นเข้า คือ DIF ส่วนหุ้นออกเป็น CPAXT ส่วนดัชนี Mid cap มีหุ้นเข้า คือ FTREIT, MRDIYT หุ้นออกเป็น DIF (ย้ายไป Large cap), ACE, TIPH, DOHOME, DCC, GFPT, JAS, PTG, THANI, SAPPE, SISB
กลยุทธ์: เลือกซื้อหุ้นดีที่ยังมี Upside…ระยะสั้น SET ยังเหนือ SMA10 (ที่ 1580) เล็กน้อย ให้แนวต้านระยะสั้นไว้ที่ 1590-1600, 1610-1620 การพักตัวมีแนวรับ 1580-1570, 1560, 1550-1540, 1510-1500 ตามลำดับ
หุ้นพื้นฐานแนะนำวันนี้: GULF : คาดผลประกอบการ 2Q26F จะแข็งแกร่งมาก โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1) มีกำไรจากการขายเงินลงทุน 51% ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำปากลาย ในประเทศลาว ขนาด 770 MW ก่อนภาษีประมาณ 1.8 พันล้านบาท, 2) ได้รับเงินปันผลจาก KBANK 2.84 พันล้านบาท, 3) เป็นช่วงฤดูร้อนที่ปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มข้นึ ส่วนผลกระทบจากต้นทุนก๊าซที่เพิ่มขึ้นจะไม่รุนแรง เพราะบริษัทมีสัดส่วนโรงไฟฟ้า SPP น้อยกว่า 15% ของกา ลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด เราคงคำแนะนำ ซื้อ และให้เป็นหุ้น Top Pick ในกลุ่มโรงไฟฟ้า ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 79 บาท
นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@dbs.com : Tel 02 587 7829