Today’s NEWS FEED

News Feed

ฟิทช์ คงอันดับเครดิต บมจ. เอสซีจีเจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ ที่ ‘BBB+(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ

47

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 15 มิถุนายน 2569)-------บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว (National Long-term Rating) ของ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ หรือ SJWD) ที่ ‘BBB+(tha)’ อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น (National Short-term Rating) ที่ ‘F2(tha)’ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่มีประกันและไม่ด้อยสิทธิ ที่ ‘BBB+(tha)’ โดยแนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ในขณะเดียวกันฟิทช์ประกาศคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ที่ได้รับการค้ำประกันโดย Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) ที่ ‘AAA(tha)’

การประกาศคงอันดับเครดิตสะท้อนถึงการคาดการณ์ของฟิทช์ว่า SJWD จะมีอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่มีการปรับปรุง ต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า (EBITDAR net leverage) ที่ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 4.3 เท่า ในช่วงปี 2569–2571 โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรในระดับต่ำและค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนที่ทรงตัว ฟิทช์คาดว่าการลงทุนเข้าซื้อกิจการจะยังคงมีอย่างจำกัดในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาระดับอัตราส่วนหนี้สินให้สอดคล้องกับอันดับเครดิตได้ สถานะทางธุรกิจของ SJWD ได้รับการสนับสนุนจากการเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และกระแสเงินสดที่มั่นคงจากการให้บริการแก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นหลักของบริษัทฯ และเป็นหนึ่งในกลุ่มอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย

อันดับเครดิตได้มีการพิจารณารวมถึงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตขึ้นหนึ่งอันดับ จากสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัทฯ (Standalone Credit Profile) ที่ ‘bbb(tha)’ ซึ่งสะท้อนถึงแรงจูงใจในการให้การสนับสนุนของ SCC ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 42.9 ใน SJWD ถึงแม้ว่า SCC จะไม่มีอำนาจควบคุมเสียงข้างมากของผู้ถือหุ้น SJWD ฟิทช์มองว่า SCC มีแรงจูงใจในการให้การสนับสนุนทางด้านการดำเนินงาน (Operational Support Incentive) และได้มีการให้การสนับสนุนแก่บริษัทฯ ในอดีต

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต
อัตราส่วนหนี้สินทรงตัว – ฟิทช์คาดว่า EBITDAR net leverage ของ SJWD จะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 4.3 เท่า ณ สิ้นปี 2569 จาก 4.4 เท่าในปี 2568 และจะทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 4.3 เท่าในช่วงปี 2570–2571 โดยได้รับการสนับสนุนจากการเติบโตของกำไรในระดับต่ำและการลงทุนเข้าซื้อกิจการที่มีอย่างจำกัด ฟิทช์คาดว่าค่าใช้จ่ายด้านการลงทุนและเงินลงทุนเพื่อเสริมธุรกิจของ SJWD จะอยู่ที่ประมาณ 1.0 พันล้านบาท–1.5 พันล้านบาทต่อปี ในช่วงปี 2569–2571 เทียบกับประมาณ 0.7 พันล้านบาทในปี 2568

ฟิทช์คาดว่าการเติบโตของกำไรอย่างค่อยเป็นค่อยไปจะสามารถชดเชยการลงทุนที่สูงขึ้นได้ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า กำไรของบริษัทฯ ได้รับการสนับสนุนจากการทยอยเพิ่มขึ้นของอัตราการใช้พื้นที่เช่าของธุรกิจคลังเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิ การเติบโตของธุรกิจต่างประเทศ และการดำเนินมาตรการลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ฟิทช์ตั้งสมมติฐานว่าบริษัทฯ จะมีการจ่ายเงินปันผลในระดับปานกลางให้สอดคล้องกับเป้าหมายในการลดภาระหนี้สิน

ผลกระทบจากต้นทุนพลังงานมีจำกัด – SJWDได้รับผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในระดับจำกัด จากความสามารถในการปรับราคาตามสัญญาและเครือข่ายการขนส่งแบบครบวงจรของบริษัทฯ สัญญาการให้บริการโดยส่วนใหญ่ของบริษัทฯ มีเงื่อนไขให้บริษัทฯสามารถส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้นไปยังคู่ค้าได้ เครือข่ายรถขนส่งขนาดใหญ่และรูปแบบการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรของ SJWD ช่วยให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพของเส้นทางขนส่งได้ดีกว่าผู้ให้บริการโลจิสติกส์ขนาดเล็ก ธุรกิจสินค้าทั่วไปและคลังเก็บสินค้าควบคุมอุณหภูมิยังได้รับประโยชน์ชั่วคราวจากการที่ลูกค้าเพิ่มสินค้าคงคลัง

อย่างไรก็ตาม หากการหยุดชะงักยืดเยื้อและต้นทุนพลังงานอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขนส่งและอัตราการเช่าพื้นที่จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง

ผู้นำด้านการให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร – SJWD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรรายใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หากวัดจากรายได้ บริษัทฯ มีบริการที่หลากหลายและครบวงจรซึ่งรวมถึง การบริหารคลังสินค้าสำหรับสินค้าอันตราย สินค้ายานยนต์ คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ การขนส่งและกระจายสินค้าอุตสาหกรรม SJWD มีเครือข่ายธุรกิจที่กว้างขวางซึ่งรวมถึง ประเทศไทย กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และจีนตอนใต้
รายได้ที่มั่นคง – ประมาณร้อยละ 50 ของรายได้ของ SJWD มาจากการให้บริการด้านขนส่ง และการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน (Supply-chain Service) ต่อบริษัทในกลุ่ม SCC ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้บริการของ SJWD ค่อนข้างแน่นอน เนื่องจาก SCC เป็นผู้นำตลาดในธุรกิจซีเมนต์ วัสดุก่อสร้าง เคมี และบรรจุภัณฑ์ SJWD มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการให้บริการขนส่งแก่กลุ่ม SCC ในประเทศไทยและในภูมิภาค จากประมาณร้อยละ 55 ในปัจจุบัน เป็นร้อยละ 70-80 ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ SJWD ยังเป็นผู้ได้รับสัมปทานเพียงรายเดียวในการให้บริการคลังสินค้าและการขนถ่ายสินค้าอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง ซึ่งเป็นท่าเรือน้ำลึกที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

อันดับเครดิตได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนของ SCC – อันดับเครดิตของ SJWD อยู่สูงกว่าสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัทฯ หนึ่งอันดับ ซึ่งสะท้อนถึงแรงจูงใจในการให้การสนับสนุนด้านการดำเนินงานของ SCC ที่อยู่ในระดับปานกลาง SJWD เป็นบริษัทหลักของ SCC สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ และให้บริการแก่ทั้งกลุ่ม SCC และลูกค้าภายนอก SCC ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินผ่านเงินกู้ระหว่างกันในอดีต และมีแนวโน้มที่จะยังคงให้การสนับสนุนดังกล่าวต่อไปหากมีความจำเป็น การใช้ตราสินค้าร่วมกัน การที่ SCC เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด และการที่หนึ่งในประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของ SJWD ได้รับการแต่งตั้งมาจาก SCC ต่างสนับสนุนมุมมองดังกล่าว

แรงจูงใจในการสนับสนุนในเชิงกลยุทธ์และเชิงกฎหมายที่อ่อนแอกว่า – การปรับเพิ่มอันดับเครดิตถูกจำกัดโดยปัจจัยด้านการสนับสนุนในเชิงกลยุทธ์และเชิงกฎหมายที่อ่อนแอกว่า เนื่องจาก SJWD มีขนาดธุรกิจค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับบริษัทลูกหลักอื่นๆ ของ SCC ส่งผลให้การสร้างกำไรของ SJWD มีแนวโน้มที่จะยังไม่มีนัยสำคัญต่อกลุ่มโดยรวมในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ทั้งสองบริษัทยังไม่มีการค้ำประกันหนี้ หรือเงื่อนไขการผิดนัดไขว้ (Cross-Default) ของหนี้ระหว่างกัน

การค้ำประกันจาก CGIF – อันดับเครดิตของโครงการหุ้นกู้ที่ได้รับการค้ำประกันโดย Credit Guarantee and Investment Facility (CGIF) สะท้อนถึงการค้ำประกันการชำระคืนเงินต้นและดอกเบี้ยที่จะต้องชำระตามกำหนดภายใต้โครงการหุ้นกู้ดังกล่าวโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่สามารถเพิกถอนได้โดย CGIF ซึ่งเป็นกองทุนทรัสต์ (Trust Fund) ที่ร่วมก่อตั้งโดยธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (AAA/แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ฟิทช์ประเมินสถานะทางเครดิตของ CGIF ว่ามีความแข็งแกร่งกว่าอันดับเครดิตสากลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศของประเทศไทยที่ระดับ ‘BBB+’ ซึ่งเทียบเท่ากับอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ที่ ‘AAA(tha)’ ดังนั้น ฟิทช์จึงจัดอันดับเครดิตภายในประเทศสำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวที่ระดับ ‘AAA(tha)’

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป
อันดับเครดิตโดยลำพังของ SJWD ที่ ‘bbb(tha)’ อยู่ในระดับต่ำกว่าอันดับเครดิตของบริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG (อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘A-(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นผู้ผลิตฉนวนยางกันความร้อน/เย็น ที่ผลิตจากยางสังเคราะห์ประเภท EPDM ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ และธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกใช้ครั้งเดียวสำหรับเครื่องดื่มและอาหาร SJWD มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และบริการ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้งานปลายทางน้อยกว่า EPG ถึงแม้ว่าขนาดธุรกิจที่วัดจาก EBITDA ของทั้งสองบริษัทอยู่ในระดับใกล้เคียงกัน นอกจากนี้อัตราส่วนหนี้สินของ EPG อยู่ในระดับต่ำกว่า SJWD

บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS (อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘BBB(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ) มีความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากกว่า SJWD เนื่องจาก BAFS เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในธุรกิจให้บริการคลังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน และระบบส่งน้ำมันผ่านท่อใต้ดิน รวมถึงเป็นผู้ให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานรายใหญ่ที่สนามบินหลัก 2 แห่งของประเทศไทย SJWD มี EBITDA สูงกว่า BAFS ประมาณ 2 เท่า แต่อัตราส่วนกำไรต่อรายได้อยู่ในระดับต่ำกว่า BAFS เนื่องจากการแข่งขันในอุตสาหกรรมที่สูงกว่า แม้ว่า SJWD จะมีแนวโน้มอัตราส่วนหนี้สินที่ต่ำกว่า BAFS แต่ปัจจัยดังกล่าวถูกลดทอนด้วยสถานะทางธุรกิจของ SJWD ที่อ่อนแอกว่า ส่งผลให้สถานะเครดิตโดยลำพังของ SJWD อยู่ที่ระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ BAFS

SJWD มีขนาดของธุรกิจที่เล็กกว่าบริษัท เอ็ชเอ็มซี โปลีเมอส์ จำกัด หรือ HMC (อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘BBB(tha)’ แนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ, สถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ ‘bbb-(tha)’) ซึ่งเป็นผู้ผลิตพอลิโพรพิลีนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดจากการดำเนินงานของ HMC มีความผันผวนมากกว่า SJWD เนื่องจากความผันผวนของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในอุตสาหกรรมเคมี ซึ่งส่งผลให้ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของ HMC จะอยู่ในระดับที่สูงกว่า SJWD ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า ปัจจัยดังกล่าวลดทอนขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่าของ HMC ส่งผลให้อันดับเครดิตโดยลำพังของ HMC อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตโดยลำพังของ SJWD หนึ่งอันดับ แนวโน้มเครดิตเป็นลบของ HMC สะท้อนถึงความเสี่ยงในการลดภาระหนี้สิน

สมมติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ
- การเติบโตของรายได้ร้อยละ 1-3 ในปี 2569-2571
- EBITDAR margin อยู่ที่ระดับประมาณร้อยละ 12 ในปี 2569-2571
- ค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและการลงทุนประมาณ 1.0 พันล้านบาท-1.5 พันล้านบาท ต่อปี ในปี 2569-2571
- จ่ายเงินปันผลประมาณร้อยละ 55-60 ในปี 2569-2571

ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยลบ:
- อัตราส่วนหนี้สิน EBITDAR net leverage อยู่ในระดับสูงกว่า 5.0 เท่า อย่างต่อเนื่อง
- อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานรวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม ก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า ต่อดอกเบี้ยจ่ายและค่าเช่า (EBITDAR fixed-charge coverage) อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2.0 เท่า อย่างต่อเนื่อง
- แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก SCC ต่อ SJWD ที่ลดลง

ปัจจัยบวก:
- อัตราส่วนหนี้สิน EBITDAR net leverage อยู่ในระดับต่ำกว่า 4.0 เท่า อย่างต่อเนื่อง
- อัตราส่วน EBITDAR fixed-charge coverage อยู่ในระดับสูงกว่า 2.5 เท่า อย่างต่อเนื่อง
- แรงจูงใจในการให้การสนับสนุนจาก SCC ต่อ SJWD ที่มากขึ้น

สภาพคล่อง
สภาพคล่องของ SJWD อยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ หนี้ที่จะครบกำหนดชำระในช่วง 12 เดือนถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2570 มีจำนวน 5.5 พันล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ระยะสั้นเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 2.0 พันล้านบาท หุ้นกู้จำนวน 3.0 พันล้านบาท และหนี้ระยะยาวส่วนที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีจำนวน 0.5 พันล้านบาท เงินสดจำนวน 1.5 พันล้านบาท และวงเงินสำหรับเงินทุนหมุนเวียนที่ยังไม่ได้เบิกใช้จำนวน 1.13 หมื่นล้านบาท น่าจะเพียงพอสำหรับการชำระคืนหนี้ระยะยาวตามสัญญาในช่วง 12 เดือนข้างหน้า

SJWD มีแผนจะรีไฟแนนซ์หุ้นกู้จำนวน 3.0 พันล้านบาทที่จะครบกำหนดในเดือนกันยายน 2569 ผ่านการออกหุ้นกู้ใหม่ การกู้ยืมจากธนาคาร และกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ฟิทช์คาดว่า SJWD ซึ่งเป็นบริษัทหลักของ SCC สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์ จะมีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากธนาคารและตลาดตราสารหนี้ในประเทศที่ดี ในฐานะบริษัทในกลุ่ม SCC ซึ่งมีธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งในประเทศ

ข้อมูลของบริษัทฯ
SJWD เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการทั้งสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าทั่วไป เคมีภัณฑ์ สินค้ายานยนต์ และคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิ

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้