สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (12 มิถุนายน 2569 ) ---- บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) KSL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัทฯ”) สำหรับงวด ไตรมาส 2/2569 (ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569) กลุ่มบริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ บริษัทใหญ่จำนวน 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113% YoY และสำหรับงวดสะสม 6 เดือน (ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569) มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 432 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 62% YoY โดยมีรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญดังนี้
สำหรับฤดูการผลิตปี 2568/2569 ปิดหีบทั่วประเทศแล้ว ปริมาณอ้อยทั่วประเทศ 105.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจาก ปีก่อน 15 และมีผลผลิตปริมาณน้ำตาล 12 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19% โดยจากการที่สำนักงานคณะกรรมการ อ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) ขับเคลื่อนมาตราการเพิ่มอ้อยสด ลดการเผา ช่วยแก้ปัญหาเรื่องฝุ่น PM 2.5 อย่างเป็น ระบบ ทำให้อัตราอ้อยสดเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับ 96% ของปริมาณอ้อยทั่วประเทศ
และผลผลิตของกลุ่ม KSL ในฤดูการผลิต 2568/2569 มีปริมาณอ้อยเข้าหีบ 8.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 26% ผลผลิตน้ำตาล 0.9 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 33% จากปริมาณอ้อยเข้าหีบที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้สัดส่วนผลผลิตของกลุ่มบริษัทฯ ถือ เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทยคิดเป็นรอยละ 7.9% ของปริมาณอ้อยทั่วประเทศ
ในขณะที่สถานการณ์การบริโภคน้ำตาลโลกยังทรงตัว ในขณะที่ราคาเริ่มปรับตัวลดลงจากปริมาณการผลิตที่ เพิ่มขึ้น และฐานการบริโภคน้ำตาลในประเทศไทยยังค่อนข้างคงที่ อยู่ที่ 2.3 - 2.4 ล้านตันต่อปี สาเหตุหลักมาจาก ภาษีความหวาน กระแสการดูแลสุขภาพ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ในส่วนของตลาดการส่งออก การส่งออกผ่านชายแดนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัญหาการปิดชายแดนในบางจุด แต่ยังสามารถส่งออกผ่าน ทางเรือได้ตามปกติ โดยตลาดการส่งออกหลักของไทยมีการส่งไปยัง อินโดนิเซีย ฟิลิปปินส์ เกาหลี และไต้หวัน
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ของบริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย (“กลุ่มบริษัทฯ”) สำหรับงวดไตรมาส 2/2569 (ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569) กลุ่ม บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 113% YoY โดยมีกำไรขั้นต้น จำนวน 566 ล้านบาท ลดลง 14% YoY ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12% เนื่องจากราคาขาย น้ำตาลเฉลี่ยโดยรวมทุกช่องทางการจำหน่ายลดลงร้อยละ 30 และเป็นการขายสินค้าที่ผลิตจากปีก่อน โดยมีต้นทุน ค่าวัตถุดิบที่มีราคาสูง