Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.เอเซีย พลัส : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

89

 


สภาพคล่องล้น สู่ สภาพคล่องลด


HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงแรงราว -1.6% ถึง -2.0% โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกแรงเทขายหนัก ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมตลบอบอวลไปด้วยแรงกดดัน รายละเอียดดังนี้
• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ความหวังต่อการหยุดยิงในตะวันออกกลางเริ่มสั่นคลอน และเพิ่มความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อออกไป
• มรสุมความกังวลเงินเฟ้อยังไม่หมดไป ล่าสุดดัชนีเงินเฟ้อ CPI เดือน พ.ค. 2026+4.2%YOY เร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปีอีกทั้งในคืนนี้เวลา 19.30 น. จะมีรายงานดัชนีเงินเฟ้อ PPI เดือน พ.ค. 2026 โดย CONSENSUS คาด +6.4%YOY
• ช่วงรอยต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายแห่ง โดยในวันนี้ อาจเห็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นของยุโรป และ BOJ ในสัปดาห์หน้า

 

 


REGION RADAR
• ORACLE (ORCL US) -10% ในช่วง AFTER-HOURS แม้บริษัทเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026 ออกมาสูงกว่าคาด โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.92 หมื่นล้าน +21% YOY (สูงกว่าคาด1%)ขณะที่ EPS อยู่ที่ $2.1 +24% YOY (สูงกว่าคาด 7%)
• TAIWAN SEMICONDUCTOR (TSM US) เผยรายได้รายเดือนของเดือน พ.ค. ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อยู่ที่ 4.16 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน +30% YOY และ +1.5% MOM สะท้อนความต้องการในกลุ่มธุรกิจ AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง

 

THAI FOCUS
• สภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ตลาดหุ้นโลกมักมีความผันผวน อ้างอิงจากสถิติในอดีต (เทียบช่วง ธ.ค. 2021 - มี.ค. 2022) หุ้นโลก -7.9% แต่SET +0.84% ซึ่งเม็ดเงินหนีไปกลุ่ม DEFENSIVE และ VALUE เช่นการแพทย์, สื่อสาร, เหล็ก, ธนาคาร, พลังงาน และพาณิชย์
• กลยุทธ์ที่แนะนำวันนี้เน้นลงทุนในหุ้นด้านบนที่มีคุณสมบัติ 2 อย่าง คือจ่ายปันผลสูง และ มี ESG ระดับ AAA ซึ่งน่าจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติ หากโครงการ TISA มีความคืบหน้าในสัปดาห์นี้

 


SYNAPSE STRATEGY

• ภาวะตลาดเข้าสู่โหมด DE-RISKING (เทขายเพื่อลดความเสี่ยง)สังเกตได้จาก 3 สัญญาณ คือ 1.เม็ดเงินต่างชาติไหลออกตลาดหุ้น2.ทองคำถูกเทขายหนัก 3.กังวลฐานะการเงินของหุ้นกลุ่ม TECH-AI
• กลยุทธ์หลบเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUE ซึ่งตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าภูมิภาค โดยเน้นไปที่หุ้นปันผลสูง และมีSET ESG RATING ระดับ AAA ซึ่งน่าจะเป็นที่ต้องการของนักลงทุนสถาบันและต่างชาติอาทิ SCB, KKP, TISCO, KTB, KBANK,HMPRO, LH, TOP, PTT, CPF และ RATCH

 


HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นโลกแดงเดือด แต่ความกังวลไม่ใช่เรื่องใหม่
วานนี้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงแรงราว -1.6% ถึง -2.0% โดยเฉพาะกลุ่มเทคโนโลยีที่ถูกแรงเทขายหนัก ขณะที่ปัจจัยแวดล้อมตลบอบอวลไปด้วยแรงกดดัน รายละเอียดดังนี้

• ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กลับมารุนแรงอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีเป้าหมายหลายแห่งในอิหร่านเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้ความหวังต่อการหยุดยิงในตะวันออกกลางเริ่มสั่นคลอน และเพิ่มความเสี่ยงที่สงครามจะยืดเยื้อออกไป ซึ่งผลักราคาน้ำมันดิบ BRENT พุ่งขึ้นยืนเหนือ 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

• มรสุมความกังวลเงินเฟ้อยังไม่หมดไป ล่าสุดดัชนีเงินเฟ้อ CPI เดือน พ.ค. 2026 ขยายตัว 4.2%YOYเร่งตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี เนื่องจากสงครามระหว่างอิหร่านและอิสราเอลผลักดันราคาพลังงานให้ปรับตัวสูงขึ้น จนแซงหน้าการเติบโตของค่าจ้างแรงงาน อีกทั้งในคืนนี้เวลา 19.30 น. จะมีรายงานดัชนีเงินเฟ้อ PPI เดือน พ.ค. 2026 โดย CONSENSUS คาดขยายตัว 6.4%YOY ซึ่งหากผลกระทบของสงครามยังส่งผานมายังเงินเฟ้อตอเนื่อง อาจเพิ่มความเสี่ยงกดดัน FED กลับมาขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปีน


• ช่วงรอยต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายแห่ง โดยในวันนี้ อาจเห็นจุดเริ่มต้นของการปรับเปลี่ยนทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาขึ้นของยุโรป (ECB RATE HIKE) และต่อด้วยการประชุม BOJ ในวันที่16 มิ.ย. 2026


REGION RADAR
ORACLE ปรับตัวลงแรงแม้ผลประกอบการดีกว่าคาด
ORACLE (ORCL US) -10% ในช่วง AFTER-HOURS แม้บริษัทเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ปีบัญชี 2026ออกมาสูงกว่าคาด โดยบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ $1.92 หมื่นล้าน +21% YOY (สูงกว่าคาด 1%) ขณะที่ EPS อยู่ที่ $2.1 +24% YOY (สูงกว่าคาด 7%) อย่างไรก็ตาม ตลาดมีความกังวลหลังจากที่บริษัทประกาศแผนระดมทุนเพิ่มเติมราว $4 พันล้าน เพื่อรองรับการลงทุนด้าน AI และ DATA CENTER ขนาดใหญ่ ส่งผลให้บริษัทมี FREECASH FLOW ติดลบต่อเนื่อง สำหรับสิ่งที่ดูดีของไตรมาสนี้คือตัวเลข BACKLOG (RPO) ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ที่ $6.38 แสนล้าน +363% YOY (สูงกว่าคาด 8%) เรามีมุมมองเป็นกลางสำหรับ ORACLE (DR: ORCL06)แม้ผลประกอบการรอบนี้จะออกมาสูงกว่าคาด แต่ยังมีประเด็นที่น่ากังวลอย่างการประกาศเพิ่มทุนท่ามกลางกระแสเงินสดที่ยังคงติดลบ


TSMC เผยรายได้เดือน พ.ค. ทำสถิติสูงสุดใหม่
TAIWAN SEMICONDUCTOR (TSM US) เผยรายได้รายเดือนของเดือน พ.ค. ทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง อยู่ที่4.16 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน +30% YOY และ +1.5% MOM สะท้อนความต้องการในกลุ่มธุรกิจ AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง ช่วยยืนยันความต้องการของกลุ่มชิปที่ยังไม่เห็นแนวโน้มชะลอตัวลง ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นTSMC (TSM US) แนะนำทยอยสะสมในช่วงที่ราคาหุ้นปรับตัวลงแรงจากความกังวลด้านเศรษฐกิจ

 

THAI FOCUS
แรงกดดันขาขึ้นดอกเบี้ยโลก สู่การหาหลุมหลบภัยด้วยหุ้นปันผลที่มี ESG … เป้าหมาย TISAในปัจจุบันภาพรวมของการลงทุนกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประเด็น โดยเฉพาะช่วงรอยต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลายแห่งทั่วโลก ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สร้างแรงกดดันให้ตลาดหุ้นทั่วโลกให้มีความผันผวนสูง ซึ่งหากอ้างอิงจากข้อมูลในอดีตช่วงเวลาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 15 ธ.ค. 2021ถึง 16 มี.ค. 2022 (ซึ่งเป็นช่วงเวลา 3 เดือนหลังจาก BOE เริ่มขึ้นดอกเบี้ย และเป็นช่วงก่อนที่ FED จะเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ย)ช่วงนั้นกดดันตลาดหุ้นโลก -7.9% สวนทาง SET ที่ปรับตัวขึ้น +0.84%


หากพิจารณากลุ่มอุตสาหกรรมใน SET จะมีบางกลุ่มที่สามารถทนทานต่อสภาวะดังกล่าว และให้ผลตอบแทนโดดเด่น ได้แก่ กลุ่มการแพทย์ (HEALTH) +11.97%, กลุ่มสื่อสาร (ICT) +8.91% กลุ่มเหล็ก (STEEL) +6.93%รวมถึงกลุ่มธนาคาร (BANK), พลังงาน (ENERG) และพาณิชย์ (COMM) ก็ยังให้ผลตอบแทนเป็นบวก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าในยามที่ตลาดกังวลเรื่องดอกเบี้ยขาขึ้น เม็ดเงินลงทุนมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUEเป็นหลัก

ในสภาวะแวดล้อมปัจจุบันที่ตลาดยังคงมีความผันผวนสูง กลยุทธ์การลงทุน คือ การมองหาหลุมหลบภัย (SAFEHAVEN) ในตลาดหุ้นไทย ฝ่ายวิจัยฯ ได้แนะนำให้มุ่งเน้นไปที่หุ้นมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง (HIGH DIVIDENDYIELD) ควบคู่ไปกับการมีเรตติ้งสูง (SET ESG RATING ระดับ AAA) เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร-ค้าปลีก (อาทิ SCB,KKP, TISCO, KTB, KBANK, HMPRO) นอกจากนี้ยังรวมถึงหุ้นตัวอื่นๆ อาทิ LH TOP PTT CPF RATCH ซึ่งน่าจะเป็นเป้าหมายสำหรับนักลงทุนสถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติ หากมีความคืบหน้าของโครงการTISA (THAILAND INDIVIDUAL SAVINGS ACCOUNT)


SYNAPSE STRATEGY
สัญญาณเตือนเข้าสู่โหมด DE-RISKING ขายลดความเสี่ยง
ตลาดการเงินกำลังส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลง โดยกำลังก้าวเข้าสู่สภาวะ "DE-RISKING MODE" หรือโหมดการเทขายเพื่อลดความเสี่ยงอย่างชัดเจน ซึ่งสะท้อนผ่าน 3 สัญญาณ ดังนี้สัญญาณเตือนแรก คือ ทิศทางของกระแสเงินทุน (FUND FLOW) ที่กำลังไหลออกจากตลาดหุ้น โดยในเดือนนี้(MTD) มีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดหุ้นทุกแห่งในภูมิภาค ทั้ง เกาหลีใต้-1.4 หมื่นล้านเหรียญฯ ไต้หวัน -1.1 หมื่นล้านเหรียญฯ อินเดีย -4 พันล้านเหรียญฯ อินโดนีเซีย -746 ล้านเหรียญฯ ฟิลิปปินส์-21 ล้านเหรียญฯ ไทย -5ล้านเหรียญฯ

สัญญาณเตือนสอง คือ ความผิดปกติในฝั่งของสินทรัพย์ปลอดภัย (SAFE HAVEN) อย่างทองคำ ที่เริ่มแสดงอาการอ่อนแออย่างชัดเจน แม้ว่าตั้งแต่ต้นปีราคาทองคำจะเคยปรับตัวขึ้นสูงสุด +30% แต่ปัจจุบันกลับเผชิญแรงเทขายอย่างหนักจนทำให้ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี (YTD) พลิกกลับมา -5.7% ซึ่งเป็นภาพสะท้อนว่าในสภาวะที่ตลาดต้องการเงินสดเพื่อลดความเสี่ยง

สัญญาณเตือนสาม คือ การปรับมุมมองต่อกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะธีมการลงทุนใน AI (AI GROWTH) ที่เคยมองว่าเป็นการเติบโตแห่งอนาคต ปัจจุบันตลาดเริ่มเปลี่ยนโฟกัสไปที่ความเสี่ยงด้านฐานะทางการเงิน(BALANCE SHEET RISK) แทน โดยนักลงทุนเริ่มระมัดระวัง เรื่องภาระหนี้สิน ต้นทุน และกระแสเงินสดของบริษัท
เหล่านี้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ กรณีของหุ้น SMCI ที่ต้องมีการเพิ่มทุน หรือ ORACLE ที่มีรายจ่ายฝ่ายทุน(CAPEX) ด้าน AI สูงกว่าที่ตลาดคาด ทำให้เกิดความกังวลว่าการลงทุนมหาศาลนี้อาจกระทบต่อสภาพคล่องและกระแสเงินสดของกิจการ

กลยุทธ์การลงทุน คาดว่าเม็ดเงินลงทุนมักจะไหลเข้าสู่หุ้นกลุ่ม DEFENSIVE หรือ VALUE เป็นหลัก ซึ่งไทยน่าจะแกร่งกว่าประเทศอื่นๆ แนะนำให้มุ่งเน้นไปที่หุ้นมีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูง (HIGH DIVIDEND YIELD) ควบคู่ไปกับการมีเรตติ้งสูง (SET ESG RATING ระดับ AAA) เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร-ค้าปลีก (อาทิ SCB, KKP, TISCO,KTB, KBANK, HMPRO) นอกจากนี้ยังรวมถึงหุ้นตัวอื่นๆ อาทิ LH TOP PTT CPF RATCH เป็นต้น

 

จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์

ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985

สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เขาเด้ง เราเด้ง ตาม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้