สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 8 มิถุนายน 2569)--------------ฟิทช์ เรทติ้งส์ ประกาศคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว (Long-Term Issuer Default Rating) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBank ที่ 'BBB' และคงอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ 'AA+(tha)' แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ นอกจากนี้ ฟิทช์ประกาศคงอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน (Viability Rating หรือ VR) ที่ 'bbb' อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (Government Support Rating: GSR) ที่ 'bbb' และคงอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ 'F2'
ปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวพิจารณาจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน: อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank พิจารณาจากจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคาร ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ KBank ที่ 'F2' เป็นตัวเลือกที่สูงกว่า สะท้อนถึงโอกาสที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุนแก่ธนาคารมีความแน่นอนมากกว่าในระยะสั้น นอกจากนี้ อันดับเครดิตภายในประเทศยังสะท้อนถึงโครงสร้างเครดิตของ KBank ในเชิงเปรียบเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตในประเทศด้วยและสะท้อนถึงความคาดหมายว่าธนาคารมีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้อยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นในประเทศ
ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจำกัดการเติบโตของธนาคาร: เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่าประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งจำกัดศักยภาพในการเติบโตของธนาคาร แม้ว่าผลการดำเนินงานโดยรวมของธนาคารไทยที่ผ่านมายังคงอยู่ในเกณฑ์ ที่ค่อนข้างดี อันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของภาคธนาคารไทยสะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ารัฐบาลไทย (BBB+/Negative) มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพของตลาดการเงิน
เครือข่ายธุรกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง: KBank เป็นหนึ่งในธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย โดยมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 16% ธนาคารมีฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ซึ่งฟิทช์คาดว่าจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานให้มีกำไรอย่างต่อเนื่องตลอดวัฏจักรเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ธนาคารยังมีจุดแข็งเป็นพิเศษในด้านธุรกรรมธนาคาร (transactional banking) ซึ่งช่วยสนับสนุนฐานเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำของธนาคาร
โครงสร้างความเสี่ยงพิจารณารวมถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้น: อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยงของ KBank สะท้อนมุมมองของฟิทช์เกี่ยวกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อันเป็นผลกระทบจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนแออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มลูกหนี้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) นอกจากนี้ อันดับคะแนนยังคำนึงถึงการที่ธนาคารได้เพิ่มความระมัดระวังในการพิจารณาสินเชื่อและการเติบโตของสินเชื่อที่ชะลอตัวลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งฟิทช์คาดว่าแนวทางดังกล่าวจะยังคงดำเนินต่อไปในช่วง 1-2 ปีข้างหน้า
ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้: อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมของ KBank ทรงตัวอยู่ที่ประมาณ 3.6%-3.7% นับตั้งแต่ปี 2565 แต่ฟิทช์คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์จะปรับตัวด้อยลงในปี 2569 ทั้งนี้อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพของธนาคารที่ 164% ณ สิ้นไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ประกอบกับผลการดำเนินงานที่ยังน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี จะเป็นปัจจัยช่วยรองรับความเสี่ยงที่มากกว่าคาดการณ์ได้ในระดับหนึ่ง
กำไรมีน่าจะยังคงแข็งแกร่งแม้เผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้น: ฟิทช์คาดว่าความสามารถในการทำกำไรจะยังคงอยู่ในระดับที่ดีในช่วงปี 2569-2570 แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่ลดลง การเติบโตของสินเชื่อในระดับต่ำ และค่าใช้จ่ายในการสำรองหนี้สูญที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ผลการดำเนินงานของ KBank ปรับตัวแข็งแกร่งมากขึ้นในช่วงสามปีที่ผ่านมา โดยมีอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 2.7% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 2.4%)
ฐานะเงินกองทุนยังคงเป็นจุดแข็ง: อัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของผู้ถือหุ้นสามัญต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CET1 ratio) ของ KBank อยู่ที่ 17.6% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 18%) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการรองรับความเสี่ยง ที่แข็งแกร่ง ทั้งนี้แม้อัตราส่วนเงินกองทุนของธนาคารอาจจะเผชิญแรงกดดันอยู่บ้างจากแผนการซื้อหุ้นคืนและอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์คาดว่าแรงกดดันดังกล่าวจะถูกหักล้างได้จากผลการดำเนินงานที่อยู่ในเกณฑ์ดีและการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง และฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนเงินกองทุน CET 1 ของธนาคารจะยังคงเป็นกันชนที่แข็งแกร่งในการรองรับความเสี่ยงที่ไม่คาดการณ์ได้
ฐานเงินฝากเงินสนับสนุนความสามารถในการระดมเงินทุน: ความสามารถในการระดมเงินทุน (funding profile) ที่มั่นคงของ KBank ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายธุรกิจด้านเงินฝากภายในประเทศที่แข็งแกร่งของธนาคาร ทั้งนี้ KBank มีสัดส่วนบัญชีเงินฝากกระแสรายวันและบัญชีออมทรัพย์ต่อเงินฝากรวมที่ 82% ในไตรมาสที่ 1 ปี 2569 ซึ่งช่วยให้ธนาคารสามารถเข้าถึงแหล่งเงินฝากที่มีเสถียรภาพและมีต้นทุนต่ำ อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของธนาคารปรับลดลงมาอยู่ที่ 85% ใน ไตรมาสที่ 1 ปี 2569 (ปี 2568: 87%) ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 88%
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลพิจารณาจากความสำคัญเชิงระบบ: อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล (GSR) ของ KBank สะท้อนมุมมองของฟิทช์ที่ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารจะได้รับการสนับสนุนเป็นพิเศษนอกเหนือจากการดำเนินงานตามปกติจากรัฐบาลในกรณีที่จำเป็น ทั้งนี้ KBank เป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และฟิทช์เชื่อว่าธนาคารมีความสำคัญเชิงระบบอย่างชัดเจน เนื่องจากขนาดกิจการและความเชื่อมโยงกับระบบการเงิน
ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคต
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวและอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ KBank อาจถูกปรับลดอันดับได้ หากทั้งอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลและอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินถูกปรับลดอันดับลงพร้อมกัน นอกจากนี้อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคารอาจได้รับการปรับลดเป็น 'AA(tha)' หากฟิทช์มองว่าโครงสร้างเครดิตของธนาคารปรับตัวอ่อนแอลงเมื่อเทียบกับธนาคารหรือบริษัทอื่นที่ได้รับการจัดอันดับในประเทศไทย
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของธนาคารอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารถูกปรับลดลงเป็น 'BBB-'
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับหากสถานะทางการเงินของธนาคารปรับตัวด้อยลง ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่สูงกว่าที่ฟิทช์คาดการณ์ไว้ โดยตัวอย่างของเหตุการณ์ดังกล่าว อาจสะท้อนได้จากอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพเฉลี่ย 4 ปี ที่สูงเกิน 4% (ไตรมาสที่ 1 ปี 2569: 3.6%) และอัตราส่วน CET1 ที่ต่ำกว่า 15%
นอกจากนี้ความแข็งแกร่งทางการเงินอาจได้รับการปรับลดอันดับได้หากภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์อย่าง มีนัยสำคัญและส่งผลให้ต้องมีการทบทวนการประเมินอันดับคะแนนปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานของธนาคาร และปัจจัยอื่นที่ใช้ในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน เช่น อันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างธุรกิจและอันดับคะแนนปัจจัยด้านโครงสร้างความเสี่ยง
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจถูกปรับลดอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยถูกปรับลดอันดับ นอกจากนี้อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลยังอาจถูกปรับลดอันดับได้หากความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและการเงินของ KBank มีการปรับตัวด้อยลงอย่างมีนัยสำคัญหรือมีการเปลี่ยนแปลงในด้านกฎเกณฑ์ที่มีนัยสำคัญ แต่อย่างไรก็ตามฟิทช์ไม่คาดว่าทั้งสองเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในระยะสั้น
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศ และ อันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลหรืออันดับความแข็งแกร่งทางการเงินได้รับการปรับเพิ่มอันดับ
ทั้งนี้อันดับเครดิตภายในประเทศของ KBank ยังพิจารณาถึงโครงสร้างอันดับเครดิตของธนาคารเทียบกับธนาคารอื่นในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตภายในประเทศด้วย อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นไม่สามารถที่จะปรับเพิ่มอันดับเครดิตได้อีก เนื่องจากอยู่ในระดับที่สูงสุดแล้ว
อันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank ไม่น่าจะได้รับการปรับเพิ่มอันดับในระยะสั้นเนื่องจากสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังคงอ่อนแอ ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินทรัพย์และผลประกอบการ
อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินอาจเกิดขึ้นได้ในระยะยาว หากธนาคารมีฐานะทางการเงิน ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างยั่งยืนโดยที่โครงสร้างความเสี่ยงของธนาคารไม่ได้ปรับตัวแย่ลง พร้อมด้วยการมีสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น ทั้งนี้สถานการณ์ดังกล่าวอาจบ่งชี้ได้จาก อัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อสินทรัพย์เสี่ยงเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับสูงกว่า 3% และอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวมเฉลี่ย 4 ปีที่ระดับต่ำกว่า 3% พร้อมทั้งการดำรงความสามารถในการรองรับความเสี่ยงอื่นๆ เช่น อัตราส่วนเงินกองทุน CET1 ที่ระดับสูงกว่า 16%
อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาลอาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของประเทศไทยได้รับการปรับเพิ่มอันดับ แต่อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นถึงระยะปานกลาง เนื่องจากปัจจุบันอันดับเครดิตของประเทศไทยมีแนวโน้มอันดับเครดิตเป็นลบ
อันดับเครดิตหุ้นกู้และอันดับเครดิตอื่น
KBank:
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล (Short-Term IDR(xgs)) เทียบได้กับ 'F3(xgs)' เนื่องจากคะแนนด้านความสามารถในการระดมเงินและสภาพคล่องของธนาคารไม่สอดคล้องกับตัวเลือกอันดับที่สูงกว่า ตามเกณฑ์การพิจารณาอันดับเครดิตของฟิทช์
อันดับเครดิตภายในประเทศของโครงการหุ้นกู้ MTN มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาทของ KBank อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวและระยะสั้นของธนาคารเนื่องจากอันดับเครดิตของโครงการใช้กับหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิไม่มีหลักประกันที่ออกภายใต้โครงการ
KBankHK:
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาฮ่องกง (KBankHK) อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลของ KBank เนื่องจากเป็นนิติบุคคลเดียวกัน
หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของ KBank ที่ออกผ่าน KBankHK ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBank เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวถือเป็นภาระผูกพันไม่ด้อยสิทธิและไม่มีหลักประกันของธนาคาร
หุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ตามเกณฑ์บาเซล 3 มูลค่า 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ของ KBank ที่ออกผ่าน KBankHK ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ต่ำกว่าอันดับเครดิตอ้างอิง ซึ่งคืออันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank อยู่สองอันดับ เพื่อสะท้อนความเสี่ยงของการขาดทุนจากการชำระคืนเงินกู้ (loss severity risk) ที่มีสูงกว่าเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิ ทั้งนี้ไม่ได้มีการลดทอนอันดับเครดิตเพิ่มเติมเนื่องจากข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ด้อยสิทธิดังกล่าวไม่ได้มีคุณสมบัติรองรับผลขาดทุนในระหว่างการดำเนินกิจการ (going-concern loss absorption)
อันดับเครดิตหุ้นกู้และอันดับเครดิตอื่น: ปัจจัยที่อาจมีผลต่ออันดับเครดิตในอนาคตปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบหรือส่งผลให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของ KBank น่าจะถูกปรับลดอันดับลง หากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของธนาคารถูกปรับลดลงไปที่ 'bb+' หรือ ต่ำกว่า
อันดับเครดิตภายในประเทศของโครงการหุ้นกู้ MTN มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาทของ KBank อาจถูกปรับลดอันดับลงหากมีการปรับลดอันดับเครดิตอ้างอิงซึ่งคืออันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวหรือระยะสั้นของธนาคาร
การปรับลดอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBank จะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBankHK และ อันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิสกุลเงินเหรียญสหรัฐฯ ของ KBankHK ถูกปรับลดอันดับเช่นกัน
การปรับลดอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank จะส่งผลให้อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ได้รับการปรับลดอันดับเช่นกัน
ปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบเชิงบวกหรือส่งผลให้เกิดการปรับเพิ่มอันดับเครดิต (ปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัยรวมกัน)
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นที่ไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคารอาจถูกยกเลิกได้หากอันดับความแข็งแกร่งของธนาคารได้รับการปรับเพิ่มอันดับ เนื่องจากอันดับเครดิตสากลของธนาคารจะมิได้อ้างอิงจากปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาล
อันดับเครดิตภายในประเทศของโครงการหุ้นกู้ MTN มูลค่าโครงการ 3 หมื่นล้านบาทของ KBank อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากมีการปรับเพิ่มอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของธนาคาร อย่างไรก็ตามอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นของโครงการหุ้นกู้ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการปรับเพิ่มอันดับเนื่องจากเป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว
การปรับเพิ่มอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBank น่าจะส่งผลให้อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBankHK และอันดับเครดิตของหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิของ KBankHK ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเช่นกัน
อันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 2 ของ KBank อาจได้รับการปรับเพิ่มอันดับหากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ KBank ได้รับการปรับเพิ่มอันดับ
การปรับคะแนนของปัจจัยในการพิจารณาอันดับความแข็งแกร่งทางการเงิน
อันดับคะแนนที่ให้แก่ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานที่ 'bbb' อยู่สูงกว่าคะแนนตามเกณฑ์ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 'bb' เนื่องจากการปรับเพิ่มคะแนนด้วยปัจจัยด้าน 'อันดับเครดิตของประเทศ'
แหล่งที่มาของข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อปัจจัยสนับสนุนอันดับเครดิต
แหล่งที่มาของข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์เป็นไปตามรายละเอียดที่อธิบายไว้ในเกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง
อันดับเครดิตที่มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตอื่น
อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของ KBankHK มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศของ KBank อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นของ KBank มีความเชื่อมโยงกับอันดับเครดิตสากลของประเทศไทย
การพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG)
ระดับคะแนนที่สูงที่สุดสำหรับความสัมพันธ์ของ ESG ต่ออันดับเครดิต (หากมีการเปิดเผย) แสดงว่าระดับคะแนนจะอยู่ที่ระดับ 3 ซึ่งหมายความว่าปัจจัยด้าน ESG จะไม่ส่งผลกระทบหรืออาจมีผลกระทบในระดับที่น้อยมากต่ออันดับเครดิตของธนาคาร ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยจากลักษณะของธุรกิจหรือจากการบริหารจัดการของธนาคารก็ตามสำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมหาได้จาก www.fitchratings.com/esg
KBank:
รายละเอียดของอันดับเครดิตทั้งหมดมีดังนี้
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘BBB’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F2’
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘AA+(tha)’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้น คงอันดับที่ ‘F1+(tha)’
- อันดับความเข็งแกร่งทางการเงิน คงอันดับที่ ‘bbb’
- อันดับเครดิตสนับสนุนจากรัฐบาล คงอันดับที่ 'bbb'
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะสั้นไม่รวมปัจจัยสนับสนุนจากรัฐบาลของธนาคาร คงอันดับที่ ‘F3(xgs)’
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของโครงการหุ้นกู้ MTN คงอันดับที่ ‘AA+(tha)’/ ‘F1+(tha)’
KBankHK:
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาว คงอันดับที่ ‘BBB’; แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ด้อยสิทธิคงอันดับที่ ‘BB+’
- อันดับเครดิตสากลสกุลเงินต่างประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน คงอันดับที่ ‘BBB’