29 พ.ค. 2569 17:49:28 720
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (29 พฤษภาคม 2569) ---- ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น CPALL ลงมติไม่เห็นด้วยกับการให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และ บริษัท ซีพีแอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่กลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา หรือ Virtual Bank บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) “CPALL” เปิดเผยว่า ตามที่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “CPALL”) ได้จัดให้มีการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.00 น. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-EGM) เพียงแบบเดียวเท่านั้น ด้วยระบบ แอปพลิเคชัน IR Plus AGM นั้น ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติไม่อนุมัติในหลักการให้บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด (“Counter Service”) บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (“Thai Smart Card”) และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (“CP Axtra”) เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (“Virtual Bank”) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด (“ACMH”) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (“CPG”) ด้วยคะแนนเสียงเห็นด้วยต่ำกว่าสามในสี่ ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนโดยไม่นับคะแนนเสียงของผู้มีส่วนได้เสีย โดยผู้ ถือหุ้นที่มาประชุมในวาระนี้รวมจำนวนหุ้นได้ 6,015,397,440 หุ้น -ไม่เห็นด้วย 3,125,972,315 เสียง คิดเป็นร้อยละ 96.4086 บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ เปิดเผยในวิเคราะห์ว่า ผู้บริหารย้ำว่าการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น (EGM) วันที่ 29 พฤษภาคม 2026 ซึ่งขออนุมัติจากผู้ถือหุ้นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง สำหรับการนำบริษัทย่อย 3 แห่งของ CPALL เข้าอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (VB) นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ไม่ใช่เพื่อกลยุทธ์ของกลุ่ม การจัดตั้ง VB คาดว่าจะช่วยเพิ่มจำนวนพันธมิตรที่เป็นไปได้ให้กับ CPALL และ VB ของกลุ่ม CP Group ไม่ควรกระทบต่อพันธมิตรรายอื่นคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับ CPALL โดยมูลค่าที่เหมาะสมเท่ากับ 61.00 บาทฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า ฝ่ายวิเคราะห์ฯยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อ CPALL หลังเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 และมองว่าราคาหุ้นที่อาจปรับตัวลงจากอัตราการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ลดลงในไตรมาส 2-3/69 จะเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น ในระยะสั้นนักลงทุนอาจลังเล เนื่องจาก SSSG QTD ในไตรมาส 2/69 ของธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ดูจะต่ำกว่า +1.9% ในไตรมาส 1/69 แม้จะได้แรงหนุนจากอากาศร้อนนอกจากนี้ โครงการ “ไทยช่วยไทย” อาจกดดันยอดขายของ CVS เพิ่มเติม เนื่องจากโครงการนี้น่าจะส่งผลกระทบมากกว่าโครงการคนละครึ่งพลัส ที่ออกมาในช่วงปลายปี 68 จากขนาดที่ใหญ่กว่าและระยะเวลาที่นานกว่า ขณะที่ความไม่แน่นอนด้านต้นทุน (ต้นทุนบรรจุภัณฑ์, โลจิสติกส์ และค่าไฟฟ้า) จะส่งผลลบต่อ sentiment เช่นกัน อย่างไรก็ตาม มองปัจจัยเหล่านี้เป็นแค่ปัจจัยลบชั่วคราว ไม่ใช่ความเสี่ยงเชิงโครงสร้างฝ่ายวิเคราะห์ฯ ระบุว่า ปัจจัยลบเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มในระยะกลางของ CPALL โดยโครงการร่วมจ่ายของภาครัฐมีระยะเวลาจำกัด และไม่คิดว่าจะมีเฟสถัดไปในอนาคตจากข้อจำกัดด้านการคลัง ส่วนต้นทุนที่สูงขึ้นอาจกดดันกำไรในไตรมาส 2-3/69 แต่เชื่อว่าราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าจะไม่อยู่ในระดับสูงตลอดไปบวกกับ CPALL ยังมีเครื่องมือในองค์กรที่สามารถช่วยป้องกันอัตรากำไร ดังนั้น ถึงแม้กำไรในระยะสั้นจะน่าผิดหวัง แต่ราคาหุ้นน่าจะปรับตัวลงไม่มากและแค่ในช่วงเวลาสั้น จึงเชื่อว่านักลงทุนควรมองข้ามแรงกดดันชั่วคราวและหันไปเน้นการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งหลังจากนี้ อย่างไตรมาส 4/69 ที่บริษัทจะได้ประโยชน์จากฐานที่ต่ำจากโครงการคนละครึ่งช่วงปลายปี 68 และในปี 70 ที่น่าจะได้ประโยชน์จากฐานต่ำช่วงโครงการไทยช่วยไทยในปี 69ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI เชื่อว่า ตลาดยังคงประเมินความสามารถของ CPALL ในการสร้างรายได้จากเครือข่ายร้าน 7-Eleven ผ่านการจัดโปรโมชั่นของซัพพลายเออร์ต่ำเกินไป โดยในช่วงที่การบริโภคซบเซา เจ้าของแบรนด์สินค้ามีแนวโน้มจะเลือกทุ่มงบทำโปรโมชั่นผ่านช่องทางที่มีการเข้าถึง, การมองเห็น และสามารถแปลงเป็นยอดขายได้มากที่สุด ซึ่งเครือข่ายร้าน 7 Eleven ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศทำให้ CPALL ได้เปรียบในเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงช่วยหนุนให้สัดส่วนรายได้อื่น/รายได้จากการขายของ CVS เพิ่มจาก 6.0-6.1% ในปี 61-62 เป็น 6.4-6.6% ในปี 68-ไตรมาส 1/69 ดังนั้นหากรายได้จากโปรโมชั่นที่ได้รับการสนับสนุนจากซัพพลายเออร์เริ่มถูกมองว่าเป็นแหล่งรายได้หลักไม่ใช่แค่รายได้เสริมของธุรกิจค้าปลีก เชื่อว่า CPALL อาจมีการประเมินมูลค่าสูงขึ้นทั้งนี้ แม้จะปรับลดสมมติฐาน SSSG ในปี 69 สะท้อนผลกระทบจากโครงการร่วมจ่ายของภาครัฐ แต่รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นทำให้ปรับประมาณการกำไรในปี 69-71 ขึ้น 2.8-6.3% ส่งผลให้ราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 61.50 บาท นอกจากนี้ยังแนะนำ “ซื้อ” CPALL เพราะบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและกำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในอีก 2-3 ปีข้างหน้าดังนั้นหากราคาหุ้นปรับตัวลงจากปัจจัยลบในระยะสั้น มองว่าเป็นโอกาสเข้าสะสมหุ้น ทั้งนี้มองว่า CPALL มี downside risk หาก SSSG ของ CVS อ่อนตัวกว่าคาดและต้นทุนเพิ่มสูงกว่าคาด ส่วนปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนคือ การที่แรงกดดันด้านต้นทุนลดลงและรายได้อื่นเติบโตสูงขึ้น ---จบ---
: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์
PTG -ศิริราช - เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ สานต่อ "Social Innovation" ปีที่ 2
แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เมื่อหลายตลาดเอเชีย ปรับตัวขึ้น หุ้นไทย ก็เด้ง แบบเล็ก เล็ก หลังจาก.....
Hooninside
สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้
ชื่อหรือรหัสของคุณไม่ถูกต้อง
Please, check your email format before submit.
Please, Enter you password.
Please, Enter minimum 3 character.
Please, Enter minimum 6 character.
กรุณากรอกอีเมล์ที่คุณใช้สมัครสมาชิกแล้วกดส่งเมล์