Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ทิสโก้ : SAPPE คงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมาย 30.50 บาท

44

 

Company Note
SAPPE

การเติบโตมีทิศทางบวกแต่ Upside ถูกจำกัดด้วยต้นทุน

เราคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับ SAPPE โดยมองว่าบริษัทมีทิศทางการเติบโตที่ชัดเจนจากการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ อินเดีย และยุโรป อย่างไรก็ดี Upside ของราคาหุ้นถูกจำกัดจากหลายปัจจัย ได้แก่ 1) แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบพลาสติกและพลังงานที่กระทบ COGS ราว 2–3% และยังไม่มีสัญญาณคลี่คลายในระยะสั้น 2) ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ

สรุปการประชุมนักวิเคราะห์ — กลยุทธ์ชัดเจน แต่ต้องอาศัยเวลาพิสูจน์ผล

บริษัทยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ทั้งปี 2026 ที่ 15% YoY โดยมีแรงขับหลักจากตลาดต่างประเทศซึ่งคิดเป็น 73% ของยอดขายรวม Gross Margin ทั้งปีคาดจะลดลงจากปีที่ผ่านมา จากผลกระทบต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อต้นทุน packaging และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปีนี้คาดจะเพิ่มขึ้น จากการทำการตลาดส่งออก

ตลาดต่างประเทศ สหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด บริษัทเร่งขยายช่องทาง Modern Trade และแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง Amazon เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงและลดการพึ่งพาตัวกลาง ด้านอินเดียได้รับการประเมินว่าเป็น "Rising Star" ที่มีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากปัจจุบันครอบคลุมช่องทางจำหน่ายเพียง 10% ของทั้งประเทศ หมายความว่ายังมีพื้นที่การเติบโตอีกมากโดยไม่จำเป็นต้องแข่งขันแย่งส่วนแบ่งตลาดจากคู่แข่ง สำหรับยุโรป โดยเฉพาะสหราชอาณาจักรและฝรั่งเศส ตลาดเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังผ่านช่วงปรับฐาน บริษัทเลือกเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปแทนการรุกเร็วเกินไป ในขณะที่เกาหลีใต้ยังเป็นตลาดที่ต้องติดตามใกล้ชิด เนื่องจากภาพรวมของกลุ่ม Category functional drink หดตัว บริษัทจึงปรับกลยุทธ์ด้วยการออก SKU ใหม่เพื่อขยายฐานลูกค้า สำหรับอินโดนีเซียอยู่ระหว่าง


นโยบายการปรับราคาสินค้า บริษัทยังไม่มีแผนปรับขึ้นราคาสินค้าในระยะสั้น โดยเลือกที่จะ "ไม่เป็น First Mover" และรอดูท่าทีของคู่แข่งรายใหญ่ก่อน หากสถานการณ์ต้นทุนไม่ปรับตัวดีขึ้น บริษัทอาจพิจารณาปรับราคาสินค้าส่งออกในช่วงปลาย Q3/26 หรือ Q4/26 ซึ่งหากดำเนินการได้จะช่วยหนุน Gross Margin ในช่วงครึ่งปีหลัง

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ — ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้และมีผลกระทบวงกว้าง

บริษัทมีความกังวลสูงสุดในปัจจุบันคือสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบต่อ SAPPE ผ่านหลายช่องทาง ทั้งในแง่ต้นทุนพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก ต้นทุน packaging โดยเฉพาะเรซินพลาสติกในการผลิตขวด ค่าระวางเรือและต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง ตลอดจนความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทานที่กระทบการวางแผนการผลิต ในส่วนของตะวันออกกลางซึ่งเป็นตลาดส่งออกสำคัญแห่งหนึ่ง ความไม่แน่นอนด้านความปลอดภัยในการขนส่งทำให้บริษัทต้องบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง บริษัทรับมือด้วยการสำรองสต็อกวัตถุดิบล่วงหน้า 2–3 เดือน หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินคาด บริษัทอาจต้องพิจารณาปรับราคาสินค้าเร็วกว่าที่วางแผนไว้

แนวโน้ม Q2/26F และทั้งปี — ฟื้นตัวค่อยเป็นค่อยไป แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม

สำหรับ 2Q26F เราคาดรายได้จะเพิ่มขึ้นได้ YoY และ QoQ จากปัจจัยหนุนฤดูกาล โดยสภาพอากาศที่ร้อนจัดในไทยช่วง Q2 มักหนุนยอดขายเครื่องดื่มภายในประเทศได้ชัดเจน ด้านตลาดส่งออก คาดว่าสหรัฐฯ อินเดีย และฟิลิปปินส์จะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่เกาหลีใต้อาจยังทรงตัวหรืออ่อนตัวเล็กน้อย เนื่องจากฐานเปรียบเทียบที่สูงในปีก่อนและ Category ที่ยังหดตัว อย่างไรก็ตาม เราคาดอัตราทำกำไรลดลงจากต้นทุน packaging และพลังงานที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการทำการตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น สำหรับทั้งปี 2026F เราคาดว่ารายได้จะเติบโตในระดับ 6% ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเป้าหมายของบริษัทที่ 15% เพื่อสะท้อนความไม่แน่นอนจากต้นทุนและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่คลี่คลาย Gross Margin ทั้งปีคาดจะอยู่ในช่วง 42-43% ขึ้นอยู่กับทิศทางราคาพลาสติกและพลังงาน

ปัจจัยบวกที่ควรติดตาม ได้แก่ 1) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า 2) การเพิ่ม Distributor ในอินโดนีเซียใน Q3/26 ซึ่งหากสำเร็จจะเปิดโอกาสฟื้นยอดขาย และ 3) การเร่งขยายช่องทางออนไลน์ในสหรัฐฯ ที่ยังมีต้นทุนโครงสร้างต่ำแต่ Margin ดี ปัจจัยลบที่ต้องระวัง ได้แก่ ปริมาณฝนที่อาจมากเกินไปในช่วงครึ่งปีหลังซึ่งกดดันยอดขายในประเทศ

 

Valuation และคำแนะนำ — ราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าสมเหตุสมผลแล้วในสภาวะปัจจุบัน

เราคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายที่ 30.50 บาท อ้างอิงจาก Forward PER ที่ -1SD ของค่าเฉลี่ยในอดีตของ SAPPE ที่ 12.8 เท่า สะท้อนส่วนลดความเสี่ยงจากแรงกดดันต้นทุนที่ยังไม่คลี่คลายและความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ที่มีแนวโน้มกระทบต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายที่ PER ปี 2026F ราว 12.7 เท่า ซึ่งอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเล็กน้อย สะท้อนว่าตลาดรับรู้ความเสี่ยงไปในระดับหนึ่งแล้ว โดยมี Dividend Yield ที่ระดับ 4.3% ในปี 2026F โอกาส: การขยายตลาดส่งออกจะช่วยให้บริษัทเติบโตได้ในตลาดใหม่ๆ, ความเสี่ยง: ค่าใช้จ่ายอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด และต้นทุนของ commodities ที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

เสี่ยงดวง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บ่ายวันนี้ เป็นห้วงจังหวะ เสี่ยงดวง วัดดวง ยามที่ภาพรวมตลาดปรับตัวลง สำหรับ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้