ประเด็นสำคัญจากรายงาน Wealth Insight BLS Quant Model คาดสเปนมีโอกาสสูงสุดในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026
Highlight
สเปนผงาดเต็งหนึ่ง: BLS Quant Model ชี้สเปนนำโด่งเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยโอกาสสูงถึง 23.4% หลังทำคะแนนความแข็งแกร่งรวม (Composite Strength Score) สูงสุดในบรรดาผู้เข้าแข่งขัน ขณะที่กลุ่มเต็งรองลงมาตกเป็นของ France 13.7%, Argentina 11.7%, England 7.7%, และ Brazil 6.2%
จากพอร์ตหุ้นสู่ฟุตบอลโลก: ตัวแบบคำนวณได้ประยุกต์กรอบคิดเชิงปริมาณ (Quant Multi-Factor Framework) จากโลกการเงินมาใช้กับฟุตบอลโลกผ่าน 4 แกนหลักคือ Quality, Value, Momentum และ Risk โดยให้น้ำหนักกับปัจจัยด้าน Quality มากที่สุด เพราะ Elo Rating และมูลค่าตลาดของขุมกำลังนักเตะ (Squad Market Value) เป็นตัวสะท้อนพื้นฐานความแข็งแกร่งของทีมได้ชัดที่สุด
ทดสอบผ่าน Backtest: ตัวแบบหลัก (Model A) ได้ผ่านการทดสอบย้อนหลังกับข้อมูลจริงในศึกฟุตบอลโลกปี 2018 และ 2022 จากการคัดกรองทีมแชมป์โลกอย่าง France และ Argentina ให้อยู่ในกลุ่มเต็งระดับ Top 5 ได้ทั้งสองทัวร์นาเมนต์
เปิดโผทีมม้ามืดล้มยักษ์: การวิเคราะห์ความไว (Sensitivity Analysis) บ่งชี้ว่า Ecuador และ Morocco คือสองทีมที่มีศักยภาพสูงสุดในการสร้างเซอร์ไพรส์ โดยเฉพาะ Ecuador ที่อันดับพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อโมเดลปรับเพิ่มน้ำหนักด้านความสม่ำเสมอของผลงาน ขณะที่แบบจำลองเฉพาะทางอย่าง Model_Dark_Horse ยกให้ Ecuador, Uruguay, Switzerland, Canada และ USA เป็น 5 ทีมม้ามืดที่มีโอกาสทะลุเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายสูงที่สุด
(โปรดติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในรายงานฉบับเต็ม)
สรุปภาพตลาดวานนี้ วานนี้หุ้นขึ้นก่อน แล้วย่อ เป็นลักษณะการลดช่วงบวกลง โดยหุ้นที่ยังบวกได้ เช่น DELTA และกลุ่มธนาคาร ขณะที่แรงขายอยู่ที่พลังงาน PTTEP PTT GULF GPSC ไอซีที ADVANC TRUE แต่ภาพรวมขายไม่ได้แรงมาก ส่วนหุ้นสายซิ่งวานนี้ FORTH LTS SICT TEAM SMT KCC KUMWEL เป็นต้น
แนวโน้มตลาดวันนี้ เปลี่ยนเพื่อรอด
การปรับตัวครั้งใหม่เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอด เช่น การหาคำสั่งซื้อใหม่ เพื่อหนุนมาร์จิ้นใน กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ชิพประมวลผลใหม่ (ดันราคาหุ้นไทยเชื่อมโยงวิ่งแรงยกแผง), การมาของ Virtual bank คาดจะทำให้กลุ่มสินเชื่อบุคคลต้องเผชิญความท้าทายครั้งใหม่ และอีกธุรกิจที่เรากำลังเห็นการเปลี่ยนตัวเองเพื่อความอยู่รอดครั้งใหม่นี้ มีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ คือการเปลี่ยนเข้าสู่ปัจจัย 4 โลกใหม่ ในเรื่องของ “Mobility”
“Mobility” ที่มาแรงตอนนี้คือ ยานยนต์ EV ขนาด ค่ายรถแข่ง เฟอรารี่ ยังต้องมีรถ EV ของตัวเองเป็นครั้งแรก, มาเซราติ เปิดตัว EV มาพร้อมรับประกันราคาซื้อคืน 50% ท้าชน ปอร์เช่
ดีลเลอร์ค่ายรถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย เช่น ASAP (ยอดขาย Fleet รายใหญ่ให้กับโตโยต้า) แตกไลน์เข้าร่วมกับ Big 4 ของรัฐบาลจีนเพื่อเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ ร่วมกับ Changan group, KGEN เข้าร่วมกับค่ายใหญ่อันดับ 2 ของรัฐบาลจีน CHERY/GEELY group เพื่อตั้งโรงงานผลิตรถ EV และเป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการ, MGC ที่เป็นตัวแทนรายใหญ่ ให้กับ BMW Thailand ขยับลุยรถ EV มาซักพัก
เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงดังที่กล่าวมา และกลายเป็นตัวแปรผลักดันราคาหุ้นที่เชื่อมโยง หาก Fleet รถยนต์ในประเทศกำลังเปลี่ยนเข้าโหมด EV เร็วขึ้นกว่าเดิม เราแนะนำติดตามพัฒนาการ ธุรกิจสินเชื่อเฉพาะทางที่เชื่อมโยง (เพิ่ม TCAP เข้าพอร์ต)
กลยุทธ์การลงทุน กลยุทธ์การลงทุนช่วงนี้ สะสมหุ้นเมื่อราคาย่อลง เน้นไปที่หุ้นผลตอบแทนเงินปันผลสูง หุ้นที่มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไร และ เพิ่มการเล่นหุ้นตามกระแสการเก็งกำไร
วิเคราะห์ทางเทคนิค Major Trend: ดัชนีพลิกกลับจากสภาวะพักฐานยาวนานเข้าสู่ "รอบสะสมพลังขาขึ้น" โดยมีสัญญาณทางเทคนิคสนับสนุนในหลายมิติ
Unlock Previous High: การทะลุผ่าน Previous High 1,545 สำเร็จ ได้ทำลายโซนต้าน Supply Zone อย่างชัดเจน
Bullish Alignment: การเรียงตัวเหนือกลุ่มเส้นค่าเฉลี่ยสำคัญทุกเส้น สะท้อนความแข็งแกร่งของเทรนท์
MACD: ประคองตัวอยู่เหนือเส้นศูนย์ (Zero Line) ได้อย่างแข็งแกร่ง ยืนยันแรงส่ง (Momentum) ฝั่งซื้อ
Wave Analysis: ดัชนียังคงอยู่ในคลื่นขาขึ้น “Impulse Wave 5” ซึ่งมักจะเป็นรอบที่เหวี่ยงขึ้นลงแรง!..
Role Reversal: เปลี่ยนแนวต้านเป็นแนวรับ โซน 1,545 จุด ที่เคยเป็น High ในอดีจ จะทำหน้าที่พลิกกลับมาเป็น "แนวรับ” (Key Support)
เป้าหมายสำคัญ: ของการขึ้นรอบใหญ่นี้อยู่ที่ 1,580 - 1,600 จุด
What to watch MSCI Review (ใช้ราคาปิด 29 พ.ค.) ไม่มีการปรับหุ้นใน MSCI Thailand (Standard Index) แต่ปรับใน MSCI Small cap index โดยเพิ่ม MRDIYT TFG และถอด TOA ทั้งนี้ ทั้ง MRDIYT และ TFG อยู่ในกลุ่มที่เราคาดว่ามีโอกาสเข้า SET50 ใหม่ด้วย (BCP MRDIYT TFG THAI และอาจมี ITC ที่ต้องพิจารณาเกณฑ์ Free Float)
สหรัฐฯ ปฏิบัติการโจมตีทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ฐานยิงขีปนาวุธและเรือที่ต้องสงสัยว่าพยายามวางทุ่นระเบิด ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง แม้รัฐบาลสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อมุ่งยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 3 เดือนก็ตาม
สภาพัฒน์ เผยหนี้ครัวเรือน Q4/68 ขยับเล็กน้อยเช่นเดียวกับอัตราว่างงาน Q1/69 จับตาก่อหนี้เพิ่มจาก Virtual Bank รายงานสถานการณ์หนี้ครัวเรือน ไตรมาส 4/68 อยู่ที่ระดับ 86.7% ของ GDP ขยายตัวเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า (ไตรมาส 3/68 อยู่ที่ 86.4% ของ GDP) โดยหนี้สินครัวเรือน ไตรมาส 4/68 มีมูลค่า 16.44 ล้านล้านบาท ขณะที่ความสามารถในการชำระหนี้ โดยข้อมูลจากเครดิตบูโร พบว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่ค้างชำระเกิน 90 วันขึ้นไป (NPLs) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน NPLs ต่อสินเชื่อรวม 9.59 % เพิ่มขึ้นจากระดับ 9.45 % ของไตรมาสที่ผ่านมา
การเปิดตัวของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) อาจต้องเฝ้าระวังการก่อหนี้เพิ่ม ซึ่งมีกรณีประเทศจีน ที่พบว่าผู้กู้บางส่วนเข้าสู่วงจรหนี้ได้ง่ายขึ้น ขณะที่ฟิลิปปินส์ พบว่าธนาคารดิจิทัล มีสัดส่วน NPLs สูงกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม
กรรมการ ECB หนุนขึ้นดอกเบี้ยเดือน มิ.ย. หลังต้นทุนพลังงานดันเงินเฟ้อพุ่ง โดยเตือนว่า ผลกระทบจากราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงกำลังลุกลามสู่เศรษฐกิจในวงกว้าง และ ECB ไม่ควรรอดูสถานการณ์อีกต่อไป ไม่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพกันได้หรือไม่ก็ตาม
ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ตลอดช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่เมื่อเดือนที่แล้วเริ่มมีการหารือเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง หลังต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อแตะระดับ 3% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB อย่างมาก
หุ้นแนะนำวันนี้
MRDIYT ใกล้วันที่ MSCI rebalance เพิ่มหุ้น เข้าคำนวณในดัชนี Small Cap และ SET50 เตรียมประกาศนำ MRDIYT เข้าคำนวณ
แนวรับ 9 ต้าน 9.5 Stop loss 8.5
TCAP ตัวแทนหุ้นธนาคาร ที่ปล่อยสินเชื่อยานยนต์ มองได้อานิสงส์บวกในธีม การเติบโตของ EV ซึ่งไม่ใช่แค่แบรนด์ต่างๆ เข้ามา แต่ Dealer รถดั้งเดิมรายหลาย เริ่มขยับมาขาย EV แทนแบรนด์เก่าๆ แล้ว
แนวรับ 60 ต้าน 63 Stop loss 58
Tactical port เพิ่ม TCAP ถอด GUNKUL
รายงานพื้นฐานวันนี้
BCH (Idea)
บางกอก เชน ฮอสปิทอล
แนวโน้มการปรับลดกำไร ยังไม่จบแค่นี้
เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2026 และลดราคาเป้าหมาย BCH เหลือ 8 บาท จาก 10.50 บาท คงคำแนะนำ “ขาย” มองว่ารอบ downgrade ยังไม่จบ และการประชุมนักวิเคราะห์วันที่ 28 พ.ค. มีความเสี่ยงสร้างความผิดหวังต่อ consensus ซึ่งอาจถูกปรับลดลงอีก 10–15%
1) แรงกดดันหลักมาจากผู้ป่วยเงินสดไทยที่ชะลอการรักษาตั้งแต่ต้นปี จากเศรษฐกิจอ่อนแอ และความกังวลผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง โดยรายได้ผู้ป่วยเงินสดเดือน เม.ย. ลดลงราว 3% YoY ขณะที่รายได้ประกันสังคมทรงตัว และเคสไข้หวัดใหญ่รายสัปดาห์ในประเทศรายงานลดลง 70–80% YoY จากฐานสูงปีก่อน ทำให้ demand ในประเทศยังไม่ฟื้นชัดก่อน 4Q26
2) แนวโน้ม 2Q26 ยังอ่อนแอ โดยเราปรับลดคาดการณ์กำไรหลักเหลือ 259 ล้านบาท (-19% YoY, -3% QoQ) จาก utilization ที่ยังต่ำ และยากที่จะฟื้นตัวในระยะสั้น โดย GM ถูกกดดันจากผู้ป่วยในประเทศที่อ่อนตัว ขณะที่ BCH มีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติแค่ 13–15% ของรายได้ ทำให้ได้ประโยชน์จำกัดจากการฟื้นตัวของ fly-in ใน 2H26 เมื่อเทียบกับหุ้นโรงพยาบาลอื่น
3) ปรับลดกำไรหลักปี 2026 ลง เหลือ 1.17 พันล้านบาท จาก 1.33 พันล้านบาท จาก 3 ปัจจัยกดดัน ได้แก่ ผู้ป่วยเงินสดไทยอ่อน, สัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติต่ำ และการปรับขึ้นค่าหัวประกันสังคมน่าจะเห็นผลเต็มที่ช้าไปถึง 4Q26 ทำให้ปีนี้ยังช่วยจำกัด โดยคาด GM ปี 2026 ที่ 27% ลดลง 100bps YoY
SEAFCO
(Visit Note)
ซีฟโก้
เล่นไปกับกระแสรับเหมาใหญ่ ดัก Mega Project
ภาพรวม SEAFCO/PYLON เริ่มกลับมาน่าสนใจตามรอบงานรับเหมาขนาดใหญ่ โดยมี backlog จากรถไฟฟ้าที่กำลังก่อสร้างช่วยรองรับรายได้ระยะสั้น และมีโอกาสเติมงานใหม่จากโครงการรัฐใน 2H26 ซึ่งจะช่วยเสริมความต่อเนื่องของรายได้ปีหน้า
กำไร 1Q26 ของ SEAFCO ยังรักษาระดับได้ดี โดยรายงานกำไรสุทธิ 104.6 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปีก่อน และทรงตัว QoQ แม้รายได้ลดลง QoQ จากการรับรู้งานสายสีส้มและงานอาคาร แนวโน้ม 2Q26 อาจอ่อนตัว QoQ ตามจำนวนวันหยุด โดยตัวเลขเทคอนกรีตเดือน เม.ย. อยู่ที่ 1,063 คิว/วัน ลดลง 12% QoQ แต่ยังเพิ่มขึ้น 25% YoY ขณะที่ backlog ณ สิ้น มี.ค. มีงานรับเฉพาะค่าแรงสัดส่วนสูงถึง 86% ทำให้ GM ยังมีแนวโน้มใกล้เคียงเดิม แม้ต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้นอาจกด GM ราว 1% เหลือประมาณ 32–33% แต่ยังดีกว่าปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามคือข้อจำกัดแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานเมียนมา และนโยบายไม่ใช้ outsource ทำให้การขยายงานใหม่ทำได้ช้ากว่าปกติ แต่ในภาวะงานโครงสร้างพื้นฐานกลับมา SEAFCO ยังสามารถบริหารการรับงานให้สอดคล้องกับกำลังแรงงาน เพื่อรักษารายได้และกำไรให้สม่ำเสมอขึ้น โดยงานสายสีส้มที่เป็นฐานหลักอาจทยอยจบปลายปีนี้ถึงต้นปี 2027 ทำให้ต้องรอลุ้นงานใหม่ใน 2H26 เพื่อเติม backlog
Our view: Valuation ยังมีช่องให้เก็งกำไรตามรอบรับเหมาขนาดใหญ่ แม้หุ้นฟื้นมาแล้ว แต่ FW PER ราว 12.7x ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 18.5x ราว 30% จึงยังเล่น trading ได้ โดยแนะนำใช้เทคนิคประกอบ มองแนวต้าน 3.20 บาท และตัดขาดทุน 2.60 บาท
TPIPL
(Visit Note)
ทีพีไอ โพลีน
แนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2026 ดีขึ้น แต่อาจมี downside risk
ภาพรวม 1Q26 TPIPL รายงานกำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติที่ 819 ล้านบาท ลดลง 31% YoY แต่เติบโต 28% QoQ และรายงานกำไรสุทธิที่ 832 ล้านบาท เติบโต 15% YoY และ 92% QoQ ผลการดำเนินงานที่อ่อนตัวลงของธุรกิจไฟฟ้า (Adder ของโรงไฟฟ้าหมดอายุเมื่อเดือน เม.ย. 2025) ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินธุรกิจปกติปรับตัวลดลง YoY แต่การเพิ่มขึ้น QoQ มาจากธุรกิจ Specialty Polymers (ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น)
จากการประเมินเบื้องต้น เรามีมุมมองเชิงบวกเล็กน้อยต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2026 หนุนโดยอุปสงค์ปูนซีเมนต์ในไทยที่แข็งแกร่งอย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานปีนี้อาจมี downside risk จากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่บริษัทก็ปรับตัวโดยเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นด้วยการใช้รถบรรทุก EV ในการขนส่ง รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพในการผลิตปูนซีเมนต์เพื่อทดแทนการใช้ถ่านหิน รวมทั้งการเตรียมเก็บสต๊อกล่องหน้า
Our view: ถึงแม้ว่าราคาหุ้นปัจจุบันคิดเป็น trailing PER ที่ 7.3 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 7.9 เท่าอยู่ 8%) แต่เรามองว่าผลการดำเนินงานปีนี้อาจมี downside risk เราจึงแนะนำ wait-and-see
สรุปประเด็นจาก Quick take
SCGP
เอสซีจี แพคเกจจิ้ง
การขยายกำลังการผลิตของกิจการบรรจุภัณฑ์จากกระดาษเวียดนาม
SCGP แจ้งการลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องลูกฟูกคุณภาพสูงจำนวน 26,800 ตันต่อปีในพื้นที่ฐานการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์เดิมของ VKPC (SCGP ถือหุ้น 70%, Rengo Company Limited ญี่ปุ่น ถือหุ้น 30%) ในเวียดนาม โครงการดังกล่าวคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. 2027
View from fundamental: ข่าวดังกล่าวน่าจะเป็น positive sentiment ต่อราคาหุ้น นอกจากนั้นยังมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2569 จากการเข้าซื้อกิจการ/มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล เราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” (ราคาเป้าหมาย 25 บาท)
วิกิจ ถิรวรรณรัตน์ Tel. (662) 618-1336
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน/ปัจจัยทางเทคนิค
นภนต์ ใจแสน นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน
ภูวดล ภูสอดเงิน, AISA นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านตลาดทุน