หุ้นเปิดเมืองยังมาต่อ ... หวังสงครามสิ้นสุด
HORIZON MARKET VIEW
• วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวต่อเนื่อง นำโดยดัชนี DOW JONES +0.55% ปิดตัวทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) และเช้านี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่น +2.0%, ออสเตรเลีย +0.3% คาดมาจากแรงหนุน 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่
• ความหวังเชิงบวกในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง โดยอิหร่านระบุว่าข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐฯ ช่วยลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้บางส่วนแต่ความเห็นของผู้นำสูงสุดเกี่ยวกับการเก็บยูเรเนียม และการเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลง
• ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวลงอย่างมีนัยฯ สะท้อนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ 209,000 ราย ต่ำกว่าปีก่อนต่อเนื่อง 14สัปดาห์หลัง AI เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการแรงงานเป็นสายเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
REGION RADAR
• ตัวเลข MACRO ของกลุ่ม LUXURY ดูดีขึ้นในเดือน เม.ย. โดยจีนรายงานยอดนำเข้ากระเป๋าหนังจากทางยุโรปมีการเพิ่มขึ้น 25%YOY เรากลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 แนะนำ DR:HERMES80 และ DR:LVMH01
• หุ้นกลุ่ม MEMORY ปรับตัวขึ้นแรงโดยได้แรงหนุนจากยอดส่งออกเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือน พ.ค. อยู่ที่ระดับ $5.27 หมื่นล้าน +65% YOY ซึ่งได้แรงหนุนหลักจากการส่งออกชิปที่เติบโตแรง+202% YOY โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ (MEMORY CHIP)
THAI FOCUS
• BOND YIELD ไทยปรับตัวขึ้นแรงจากหลายสาเหตุ ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ ซึ่งภาวะนี้มักจะกดดันให้หุ้นกลุ่มเติบโตสูง(GROWTH STOCKS) และกลุ่มเทคโนโลยีถูกเทขายทำกำไรมาก่อน
• เม็ดเงินจะย้ายไปหลบภัยในหุ้นกลุ่ม REOPENING ที่ได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของการบริโภคและการท่องเที่ยวในประเทศ ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม(AOT, MINT, CENTEL, ERW) กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า(CPALL, CPAXT, CPN) กลุ่มขนส่งมวลชน(BEM, BTS)กลุ่มเช่าซื้อ(TIDLOR, MTC)
SYNAPSE STRATEGY
• นักลงทุนยังคงคาดหวังสงครามผ่อนคลายโดยหุ้นเปิดเมืองทั่วโลก 1สัปดาห์ปรับตัวขึ้นมาได้ดี อาทิ FOOTWEAR +7%, LUXURYGOODS +5%, AIRLINES +4% ฯลฯ เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยเม็ดเงินเริ่มหมุนมาที่หุ้นเปิดเมืองมากขึ้น
• กลยุทธ์ยังคงแนะนำทยอยสะสมหุ้นรับ SENTIMENT สงครามผ่อนคลาย อย่างหุ้นอิงต้นทุนพลังงานลด GULF, BGRIM, GPSC,CGB, DOHOME, GLOBAL, SCGP, SJWD, BA และหุ้นอิงฟื้นตัวเศรษฐกิจ MINT, CENTEL, ERW, BDMS, BH, TIDLOR, MTC
HORIZON MARKET VIEW
ตลาดหุ้นยังพอมีแรงส่ง
วานนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดีดตัวต่อเนื่อง นำโดยดัชนี DOW JONES +0.55% ปิดตัวทำจุดสูงสุดใหม่ (ATH) และเช้านี้ตลาดหุ้นญี่ปุ่น +2.0%, ออสเตรเลีย +0.3% คาดมาจากแรงหนุน 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่
1. ความหวังเชิงบวกในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านใกล้บรรลุข้อตกลง โดยอิหร่านระบุว่าข้อเสนอล่าสุดจากสหรัฐฯ ช่วยลดช่องว่างระหว่างทั้งสองฝ่ายได้บางส่วน แต่ความเห็นของผู้นำสูงสุดเกี่ยวกับการเก็บยูเรเนียม และการเก็บค่าผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลง อย่างไรก็ตาม แม้ราคาน้ำมันดิบโลกผันผวนอยู่ในระดับสูง แต่ทยอยย่อตัวลงมาจากจุดสูงสุดที่ $118 ต่อบาร์เรล ปัจจุบันเหลือ $102.6 ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสัญญาณสงครามคลี่คลาย
2. ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังไม่เห็นสัญญาณชะลอตัวลงอย่างมีนัยฯ สะท้อนจากตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ 209,000 ราย ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 210,000 ราย และยังต่ำกว่าปีก่อนต่อเนื่อง 14 สัปดาห์ หลัง AI เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการแรงงาน ทำให้มีการจ้างงานในสายเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น
REGION RADAR
ถึงเวลากลับมาดูหุ้นกลุ่ม LUXURY อีกครั้ง
ตัวเลข MACRO ของกลุ่ม LUXURY ดูดีขึ้นในเดือน เม.ย. โดยจีนรายงานยอดนำเข้ากระเป๋าหนังจากทางยุโรปมีการเพิ่มขึ้น 25% YOY ซึ่งตัวเลขนี้มีความสำคัญต่อกลุ่ม LUXURY ค่อนข้างมาก หากดูข้อมูลย้อนหลังจะพบว่าตัวเลขนำเข้ากระเป๋าหนังของจีนมีความสัมพันธ์กับยอดขายสินค้า LUXURY ในจีน โดยเรากลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 ของกลุ่ม LUXURY ที่คาดว่าจะฟื้นตัวแรงโดยเฉพาะในประเทศจีนแนะนำ DR: HERMES80 และ DR: LVMH01 เนื่องจากเป็นบริษัท LUXURY ที่มีสัดส่วนรายได้จากจีนค่อนข้างสูง
หุ้นกลุ่ม MEMORY ปรับตัวขึ้นแรงหนุนจากยอดส่งออกเกาหลีใต้ที่ออกมาแข็งแกร่ง
วานนี้หุ้นกลุ่ม MEMORY ปรับตัวขึ้นแรง อาทิ SK HYNIX +11%, SANDISK +11% และ SAMSUNG +8% โดยได้แรงหนุนจากยอดส่งออกเกาหลีใต้ในช่วง 20 วันแรกของเดือน พ.ค. อยู่ที่ระดับ $5.27 หมื่นล้าน +65% YOYซึ่งได้แรงหนุนหลักจากการส่งออกชิปที่เติบโตแรง +202% YOY โดยเฉพาะชิปหน่วยความจำ (MEMORY CHIP)
อีกทั้งกลุ่ม MEMORY ได้แรงหนุนจากการเปิดตัวชิป GPU รุ่นใหม่อย่าง VERA RUBIN ของ NVIDIA ซึ่งหากดูโครงสร้างต้นทุนของชิปตัวใหม่เมื่อเปรียบเทียบกับ
ชิป GPU รุ่นก่อนอย่าง BLACKWELL พบว่า ต้นทุนของชิปVERA RUBIN เพิ่มขึ้น 95% จากชิปรุ่นก่อน โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากต้นทุนในกลุ่ม MEMORY ที่ปรับตัวขึ้นแรง 435% เรามองเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่ม MEMORY อย่าง SK HYNIX, SAMSUNG และ MICRON
THAI FOCUS
เมื่อดอกเบี้ยขยับ ถึงเวลาปรับพอร์ตลุยหุ้นกลุ่ม REOPENING
BOND YIELD ไทยที่กำลังส่งสัญญาณปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจาก 4 เหตุผลหลัก ดังนี้
1.ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบโลกที่ทรงตัวในระดับสูงช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา จะส่งผลให้แนวโน้มเงินเฟ้อขยับสูงขึ้นในระยะ 3-6 เดือนข้างหน้า
2.แม้คาดการณ์ว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.00% (เนื่องจากดัชนีCPI ของไทยเคยติดลบมา 12 เดือน และเงินเฟ้อปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2.9% ซึ่งยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1-3%) แต่ปัจจัยภายนอกยังคงกดดันราคาหน้าตั๋วของตราสารหนี้
3.ปัจจุบัน BOND YIELD 10 ปีของไทยอยู่ที่ประมาณ 2.41% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายเพียง 1.41% - 1.45%หากย้อนไปเทียบกับช่วงวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 BOND YIELD เคยพุ่งทำจุดสูงสุดถึง 3.4% (สูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายถึง 2.9%) แสดงให้เห็นว่าภายใต้วิกฤตราคาน้ำมันปัจจุบัน BOND YIELD ยังมีโอกาสปรับขึ้นได้อีก
4.พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาทของรัฐบาล ซึ่งจะเป็นการเพิ่ม SUPPLY ของตราสารหนี้เข้าสู่ระบบ เมื่อ SUPPLYเพิ่มขึ้น ราคาพันธบัตรย่อมปรับตัวลดลง ส่งผลให้ตัว BOND YIELD ขยับตัวสูงขึ้นโดยปริยาย
ดังนั้น ตามทฤษฎีการลงทุน เมื่อ BOND YIELD ปรับตัวสูงขึ้น มักจะส่งผลลบต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเติบโตสูง (GROWTH STOCKS) หรือหุ้นเทคโนโลยี ที่มักจะถูกขายทำกำไรก่อนอุตสาหกรรมอื่น อย่างไรก็ตามเม็ดเงินลงทุน (FUND FLOW) มักจะมองหาหลุมหลบภัยที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวรองรับ สถานการณ์ที่เศรษฐกิจในประเทศกำลังฟื้นตัวจากการบริโภค-การท่องเที่ยวและมาตรการภาครัฐฯ "หุ้นกลุ่ม REOPENING" จึงมีความโดดเด่นในระยะถัดไป อาทิ กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม (AOT, MINT, CENTEL, ERW) กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า(CPALL, CPAXT, CPN) กลุ่มขนส่งมวลชน (BEM, BTS) กลุ่มเช่าซื้อ (TIDLOR MTC) เป็นต้น
SYNAPSE STRATEGY
ยังคงเน้นสะสมหุ้นเปิดเมือง อีกครั้ง
นักลงทุนยังคงคาดหวังสงครามผ่อนคลาย สะท้อนได้จากหุ้นเปิดเมืองทั่วโลก 1 สัปดาห์ปรับตัวขึ้นมาได้ดี อาทิFOOTWEAR +7%, LUXURY GOODS +5%, BEVERAGES +5%, AIRLINES +4% ฯลฯ
เช่นเดียวกับตลาดหุ้นไทยเม็ดเงินเริ่มหมุนมาที่หุ้นเปิดเมืองมากขึ้น โดยวานนี้TIDLOR +10% GLOBAL +5.7%AMATA +5.2% DOHOME +4.1% BGRIM +3.1% SJWD +2.6% BJC +2.1% CRC +2.0% CPN +1.9% SAWAD +1.9% COM7 +1.8%
กลยุทธ์ยังคงแนะนำทยอยสะสมหุ้นรับ SENTIMENT สงครามผ่อนคลาย อย่างหุ้นอิงต้นทุนพลังงานลด GULF,BGRIM, GPSC, CGB, DOHOME, GLOBAL,SCGP, AAV, BA และหุ้นอิงฟื้นตัวเศรษฐกิจ MINT, CENTEL,ERW, BDMS, BH, TIDLOR, MTC
จัดทำโดย
ภราดร เตียรณปราโมทย์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
ภวัต ภัทราพงศ์
นักวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานด้านหลักทรัพย์
เลขทะเบียนนักวิเคราะห์: 117985
สิริลักษณ์ พันธ์วงค์
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
ธนกฤต สัจจมงคล
ผู้ช่วยนักวิเคราะห์