Today’s NEWS FEED

News Feed

AssetWise จับมือ GMB ผู้ผลิต TOA GypsuM เดินหน้าใช้นวัตกรรมยิปซั่มรักษ์โลกนำร่องคอนโดฯคาร์บอนต่ำ 7 โครงการ กทม.-หัวเมืองท่องเที่ยว สู่การพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืน

111


   สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18 พฤษภาคม 2569)-------แอสเซทไวส์ ตอกย้ำแนวคิด GrowGreen ผนึกกำลัง GMB ผู้ผลิต TOA GypsuM ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้าง ภายใต้โครงการ Building a Green Future ก่อสร้างรักษ์โลกสู่ความยั่งยืน พร้อมรับฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ผลิตภัณฑ์ (ฉลากทอง) จากการใช้นวัตกรรม "ยิปซั่มรักษ์โลก" การันตีด้วยมาตรฐาน TGO นำร่องใช้ในคอนโดมิเนียม 7 โครงการ ครอบคลุมทั้งกรุงเทพฯ-อีอีซี-ภูเก็ต บนพื้นที่ 177,350 ตร.ม. เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ตัวเดิมช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 63.74 TonCO2e เทียบเท่าการปลูกต้นสัก 36.21 ไร่ต่อปี

นายวุฒิ วิพันธ์พงษ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารความยั่งยืนทางธุรกิจและสิ่งแวดล้อม บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW กล่าวว่า บริษัทฯมุ่งยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้เดินหน้าไปพร้อมกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนตามแนวคิด GrowGreen ภายใต้โครงการ Building a Green Future ก่อสร้างรักษ์โลก สู่ความยั่งยืน ด้วยการคัดเลือกวัสดุก่อสร้างคาร์บอนต่ำ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ล่าสุด แอสเซทไวส์ ได้ใช้ผลิตภัณฑ์การรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ (ฉลากทอง) โดยองค์กรบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO จากการใช้นวัตกรรม "TOA Gypsum" หรือแผ่นยิปซั่มรักษ์โลกที่ผ่านมาตรฐาน ในพื้นที่โครงการคอนโดมิเนียมรวมกว่า 177,350 ตารางเมตร ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบที่อยู่อาศัยคุณภาพที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

 

ทั้งนี้ ทั้งนี้ แอสเซทไวส์ และร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE) บริษัทในเครือ ได้นำร่องใช้นวัตกรรมยิปซั่มรักษ์โลกจาก TOA GypsuM ในโครงการคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ พร้อมขยายสู่หัวเมืองท่องเที่ยว ทั้งชลบุรี ระยอง และภูเก็ต รวม 7 โครงการ ได้แก่ โมดิซ วอลท์ เกษตร ศรีปทุม (Modiz Vault Kaset-Sripatum), เควาลอน (KAVALON), แอทโมซ พาลาซิโอ ลาดพร้าว-วังหิน (ATMOZ Palacio Ladprao Wanghin), อควารัส จอมเทียน พัทยา (Aquarous Jomtien Pattaya), แอทโมซ แคนวาส ระยอง (ATMOZ Canvas Rayong) รวมถึงโครงการ Leisure Residence อย่างเดอะ ไทเทิล เซเรนิตี้ ในยาง (THE TITLE Serenity Naiyang) และเดอะ ไทเทิล เฮอริเทจ บางเทา (THE TITLE Heritage Bangtao) โดยได้รับความร่วมมือจาก 3 พันธมิตรงานก่อสร้าง ได้แก่ บริษัท เวลเกรด เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน), บริษัท วิศวภัทร์ จำกัด และบริษัท จีระธนา ก่อสร้าง จำกัด ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังเพื่อขับเคลื่อนมาตรฐานงานคาร์บอนต่ำให้เกิดขึ้นจริง

 

นายศุภชัย หิรัญญนิธิวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยิปมั่นเทค จำกัด ในนาม จีเอ็ม บิวเดอร์ (GMB) เป็นผู้ผลิตและติดตั้งผลิตภัณฑ์ TOA GypsuM กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมก่อสร้างได้ก้าวเข้าสู่ยุคที่การเลือกใช้วัสดุต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพการใช้งาน และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม TOA จึงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมรักษ์โลกกลุ่มผลิตภัณฑ์ยิปซั่ม ทั้งแผ่นยิปซั่มชนิดมาตรฐาน (TOA Gypsum Proboard) และชนิดทนชื้น (TOA Gypsum Waterproof) ให้ตอบโจทย์งานก่อสร้างที่หลากหลาย ทั้งด้านความแข็งแรงทนทาน ความปลอดภัยต่อสุขภาพ และใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งการร่วมมือกับแอสเซทไวส์ และร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ ในครั้งนี้เป็นการนำนวัตกรรมวัสดุรักษ์โลกมาปรับใช้ในงานก่อสร้างจริง เพื่อยกระดับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดอื่นๆ

 

การที่แอสเซทไวส์ และร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ (TITLE) บริษัทในเครือ เลือกใช้นวัตกรรมยิปซั่มรักษ์โลกที่ได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตปริ้นท์ ของ TOA ในการก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยคุณภาพทั้ง 7 โครงการ สามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 63.4 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (TonCO2e) หรือเทียบเท่าการปลูกต้นสัก 36.21 ไร่ต่อปี นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนอสังหาริมทรัพย์ไทยสู่การสร้างที่อยู่อาศัยคาร์บอนต่ำ เพื่อสร้างสมดุลแห่งการเติบโตที่ครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจในระยะยาว
SCL ฟอร์มแกร่ง Q1/69 กำไรพุ่ง 44.8% รายได้แตะ 576 ลบ. รับดีมานด์อะไหล่โตต่อเนื่อง - เดินเกมขยายพอร์ตสินค้า หนุนการเติบโตยั่งยืน

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(18 พฤษภาคม 2569)-------SCL โชว์ผลงานไตรมาส 1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง กวาดรายได้ 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.23% ดันกำไรสุทธิแตะ 19.40 ล้านบาท เติบโต 44.84% รับแรงหนุนดีมานด์ซ่อมบำรุงรถยนต์และคำสั่งซื้อกลุ่มลูกค้าหลักขยายตัว พร้อมเดินหน้าขยายสินค้า-บริหารสต็อก เสริมศักยภาพการแข่งขัน ตอกย้ำแนวโน้มอุตสาหกรรมอะไหล่รถยนต์ยังเติบโตต่อเนื่องในระยะยาว

นายสกล ตั้งก่อสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส.ซี.แอล.มอเตอร์ พาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SCL ผู้นำธุรกิจจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ของไทย รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 โชว์ฟอร์มอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนภาพรวมอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ที่ยังมีดีมานด์จากตลาดซ่อมบำรุงรักษาที่ได้รับแรงหนุนจากจำนวนรถยนต์ใช้งานในประเทศที่อยู่ในระดับสูง

โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 19.40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6 ล้านบาท หรือเติบโต 44.84% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง โดยมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 59.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.94 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.31% ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.09% ในปีก่อน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและโครงสร้างสินค้าที่ดีขึ้น

ขณะที่รายได้จากการขายอยู่ที่ 576.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.82 ล้านบาท หรือเติบโต 22.23% ประกอบด้วยรายได้หลักจากการขายผลิตภัณฑ์อะไหล่รถยนต์ภายใต้ตราสินค้าของค่ายรถยนต์ต่างๆ (Genuine Parts) เติบโตโดดเด่นที่ 24.73% จากความต้องการซ่อมบำรุงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้าหลักที่ขยายตัว และกลุ่มรายได้จากการขายอะไหล่ทดแทน (Replacement Parts) โดยบริษัทสามารถบริหารจัดการสินค้าได้เพียงพอต่อความต้องการอย่างสม่ำเสมอ และทยอยเพิ่มสินค้าใหม่เข้าสู่พอร์ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเติบโตของยอดขายควบคู่กับต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ส่งผลให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สะท้อนทิศทางธุรกิจที่ยังขยายตัวได้ดี สอดคล้องกับดีมานด์ในตลาดซ่อมบำรุงรถยนต์ที่อยู่ในระดับสูง ประกอบกับจุดแข็งของบริษัทในฐานะศูนย์กลางการจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ที่มีความหลากหลาย ครอบคลุมมากกว่า 200,000 รายการ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครบถ้วนและรวดเร็ว

"บริษัทมุ่งมั่นเดินหน้าขยายพอร์ตสินค้าอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งกลุ่มอะไหล่แท้และอะไหล่ทดแทน ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสต็อกสินค้า รวมถึงการเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่ายลูกค้า เพื่อรองรับความต้องการที่ยังเติบโต และผลักดันการเติบโตของรายได้และกำไรให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้" นายสกล กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทประเมินว่าปัจจัยสนับสนุนระยะยาวยังคงแข็งแกร่ง ทั้งจำนวนรถยนต์สะสมในประเทศที่เพิ่มขึ้น การยืดอายุการใช้งานรถยนต์ของผู้บริโภค ตลอดจนพฤติกรรมการดูแลรักษารถยนต์ที่มีความถี่มากขึ้น ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจ พร้อมตอกย้ำศักยภาพในการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะถัดไป

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

รายงานพิเศษ : สหรัฐ-จีน พักรบการค้า 2 เดือน แค่สงบชั่วคราว...

สองมหาอำนาจเศรษฐกิจโลก “สหรัฐอเมริกา-จีน” ส่งสัญญาณลดอุณหภูมิสงครามการค้าอีกครั้ง หลังตกลงขยายเวลาพักรบทางการค้าออกไปอีก

สหรัฐ-จีน พักรบการค้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตอนนี้ ทั้งโลก จับตามอง ผลประชุมและการหารือ ระหว่าง 2 ผู้นำของโลก ทรัมป์ กับ สี จิ้นผิง ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้