Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ภาวะตลาดหุ้นรายวัน

22

Market Wrap-Up

  • SET วันที่ 15 พ.ค.69 ปิด -21.17 จุด อยู่ที่ 1,517.95 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,869 ลบ.ลบ. ต่างชาติขาย 729 ลบ. สถาบันขาย 671 ลบ. พอร์ตโบรกซื้อ 372 ลบ. และรายย่อยซื้อ 1,027 ลบ. NVDR ขายสุทธิ 771 ลบ.ซื้อ KBANK,TTB,KTB,BBL,GULF และขาย DELTA,PTT,HANA,SCC,BDMS มูลค่า Short Sales อยู่ที่ 2,195 ลบ. หุ้นที่มี % ช็อตเซลสูง เช่น CNSTAR5023,CN23,CHG โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 19,181 สัญญา ยอดสะสมตั้งแต่ต้นปีต่างชาติ Long สุทธิรวม 64,521 สัญญา ต่างชาติขายสุทธิในตลาดพันธบัตรไทย 2,949 ลบ.

Market View

  • DJIA -1.07%, S&P500 -1.24%, Nasdaq -1.54% จากแรงขายกลุ่มวัสดุ -2.7%,สาธารณูปโภค -2.4% ขณะที่กลุ่มพลังงาน +2.3% หลังราคาน้ำมันดิบ WTI +$4.25 อยู่ที่ $105.42/บาร์เรล จากความกังวลต่อสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อภาวะเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มสูง และ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 595% สูงสุดนับตั้งแต่ พ.ค. 68 ซึ่งเป็นผลลบต่อหุ้นกลุ่ม Growth สัปดาห์ที่ผ่านมา DJIA -0.17%, S&P500 +0.13%, Nasdaq -0.08% WoW จากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคสหรัฐ ฯ หลังข้อมูล US CPI & PPI เม.ย. สูงกว่าคาด ซึ่ง CME FedWatch ชี้มีโอกาส 40% ที่เฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ใน ธ.ค. นี้ ส่วนผลการประชุมผู้นำสหรัฐ - จีน ที่กรุงปักกิ่ง นั้นสหรัฐ – จีนจะปรับลดภาษีนำเข้าระหว่างกันหลายรายการ และจีนจะสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์จากสหรัฐ แลกกับสหรัฐขายเครื่องยนต์อากาศยานให้กับจีน สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลตลาดอสังหาฯ สหรัฐ เม.ย., US PMI ภาคผลิต & บริการเบื้องต้น พ.ค., Fed Minutes เม.ย. และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
  • Stoxx600 ยุโรป -1.48% จากแรงขายกลุ่มวัสดุพื้นฐาน -5.1%, กลุ่มป้องกันประเทศ -3.6% และกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ASML -4.4% หลังการประชุมผู้นำสหรัฐ - จีนยังไม่มีรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ สัปดาห์ที่ผ่านมา Stoxx600 -0.85% WoW จากความกังวล ECB อาจปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปีนี้ สัปดาห์นี้ติดตาม PMI ภาคผลิต & บริการยูโรโซนเบื้องต้น พ.ค.     
  • MSCI Asia Pacific Index -2.1% WoW นำโดยนิเกอิ -2.0% ถูกแรงขายทำกำไรหลัง Japan Bond Yield 30 ปี ปรับขึ้นสูงสุดที่ 0% จากความกังวลต่อฐานะการคลังของญี่ปุ่นมีแนวโน้มแย่ลง จากการเพิ่มงบประมาณเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงาน ขณะที่ Kospi เกาหลีใต้ -0.06% WoW ถูกแรงขายจาก Samsung Electronics หลังสหภาพแรงเตรียมประท้วงเป็นเวลา 18 วัน จากปัญหาเงินเดือน & โบนัส หลังช่วงต้นสัปดาห์ได้ปัจจัยหนุนจากตัวเลขส่งออกเซมิคอน ฯ ของเกาหลีใต้ในช่วง 10 วันแรก พ.ค. +149.8% YoY ส่วนดัชนีเซี่ยงไฮ้ -1.07% WoW ยังไม่มีบทสรุปที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ สัปดาห์นี้ติดตามข้อมูลเศรษฐกิจจีน เม.ย., LPR 1 & 5 ปี และ GDP ญี่ปุ่น Q1/69
  • SET +1.17% WoW ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ย/วัน 55 หมื่น ลบ. -13.0% WoW พอร์ตโบรกซื้อ 5,162 ลบ. ต่างชาติซื้อ 9,162 ลบ. สถาบันขาย 11,919 ลบ. และรายย่อยขาย 2,407 ลบ. WoW โดยดัชนีได้แรงหนุนจากกลุ่มประกัน +6.4%,ไอซีที +2.7%,ค้าปลีก +2.6% WoW หลังรายงานกำไร Q1/69 ของกลุ่มเหล่านี้ออกดีกว่าตลาดคาด ขณะที่กลุ่มอิเล็ก ฯ +2.4% WoW นำโดย Delta +2.6% WoW หลัง MSCI รีบาลานท์รอบ พ.ค. ได้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนใน Delta มูลค่า +$50 ล. จากเดิมจะถูกลดน้ำหนักลงราว -$140 ล. โดยภาพรวมดัชนี SET ได้ปัจจัยหนุนจากการรายงานกำไร บจ.Q1/69 สูงกว่าตลาดคาดไว้ +12% จากกำไรของกลุ่มพลังงาน, ปิโตรเคมี, ไอซีที, ค้าปลีก และอาหาร & เกษตรที่ออกมาดีกว่าคาด กอปรกับ MSCI รีบาลานท์ พ.ค. แม้ว่าจะลดน้ำหนักหุ้นไทยลงราว -$200 M. ซึ่งน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ -$400 M. ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยดัชนี SET ส่วน ม.กระตุ้นเศรษฐกิจนั้นรัฐบาลเตรียมใช้เงินจาก พรก.เงินกู้ 4 แสน ลบ.เพื่อดำเนิน ม.คนละครึ่งพลัสและเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจาก 300 บาท เป็น 1,000 บาท/คน/เดือน ซึ่ง ธปท.คาดจะช่วยหนุน GDP ไทยปีนี้ได้ราว +0.6% ประเด็นสำคัญเช้านี้ติดตามสภาพัฒน์จะรายงาน GDP ไทย Q1/69 ตลาดคาดไว้ที่ +2.3% & Q4/68 +2.5% YoY

   Daily Strategy

  • ประเมินแนวรับดัชนี 1,500 – 1,510 แนวต้าน 1,520 – 1,530 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวลง หลัง US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.6% ซึ่งอาจส่งผลให้ Fund Flow ในตลาดหุ้นเกิดใหม่ชะลอตัว กอปรกับยังรอ ม.กระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แนะนำทยอยซื้อเมือดัชนีอ่อนตัวในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก ม.ส่งเสริมการลงทุน เช่น AMATA,WHA,GULF,CK,STECON,KBANK,KTB,ADVANC,TRUE        
  • TACC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 6.90 บาท) บริษัทรายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 100 ล้านบาท +75%QoQ, +37%YoY หนุนจากรายได้ที่เติบโตตามการขยายสาขาของร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธุ์ไทย ประกอบกับกระแสนิยมเครื่องดื่มชาไทยและชาเขียวมัทฉะ โดยอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวระดับ 32% ส่วน SG&A ปรับลดลง แนวโน้ม2Q69 คาดเติบโตต่อเนื่อง YoY และทรงตัว QoQ จากการเข้าสู่ฤดูร้อน โดยต้องติดตามประเด็นต้นทุนใน 2H69 สำหรับทั้งปี 69 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต Double Digit (+10%) หนุนจากแผนการออกสินค้าใหม่ การขยายสาขาร้าน 7-Eleven และร้านกาแฟพันธ์ไทย โดยผลกระทบจากสถานการณ์ตะวันออกกลางใน 1H69 ยังไม่มากเพราะมีสต๊อกล่วงหน้าไว้ 3-6 เดือน ทั้งปี GPM อยู่ในระดับสูงกว่า 30% ทั้งนี้ตลาดคาดกำไรปี 69-70 ที่ 358 ล้านบาท +20%YoY และ 393 ล้านบาท +10%YoY valuation ปัจจุบัน PER ราว 7 เท่า Div.Yield 8-9%
  • CPALL (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 65.50 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 9,118 ลบ.(+20%YoY, +26%QoQ) ภาพรวมการดำเนินงานหลักบวกดี YoY จาก SSSG 7-11 +1.9%YoY/ Makro +6%YoY/ Lotus flat YoY ขณะที่ QoQ ฟื้นจากฐานต่ำใน 4Q68 ที่ฝั่ง Makro+Lotus กดดันจากคนละครึ่ง พลัส และ ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 เบื้องต้น คาด QoQ จะอ่อนตัวตามฤดูกาล แต่ภาพ YoY จะยังคงเป็นบวกได้ต่อแม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามราคาพลังงาน แต่ยังพอสามารถชดเชยได้ด้วยจาก 1.ยอดขายเครื่องดื่มตามสภาพอากาศร้อน 2.ประเภทของสินค้า 7-11 ยังเป็นที่นิยม และ 3.Fx Loss ใน 2Q68 ที่ -237 ลบ.

 

 

Daily Key Factors

Oil Update(+) WTI มิ.ย. +$4.25 อยู่ที่ $105.42 / บาร์เรล, Brent ก.ค. +$3.54 อยู่ที่ $109.26/บาร์เรล สัปดาห์ที่ผ่านมา WTI +10.48%, Brent +7.84% WoW จากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกกลาง กอปรกับผลการประชุมผู้นำสหรัฐ – จีน ยังไม่บทสรุปที่เป็นรูปธรรมในการแก้ไขปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ

 

Gold Update (-)Comex Gold มิ.ย. -$123.40 ปิดที่ 4,561.90 ดอลลาร์/ออนซ์ สัปดาห์ที่ผ่านมาสัญญาทองคำ -3.8% WoW ถูกกดดันจาก Dollar Index แข็งค่า กอปรกับ US Bond Yield 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.59% สูงสุดในรอบ 1 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณลบกดดันราคาทองคำ

 

Fund Flow(+) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ ซื้อสุทธิ +101.21 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยซื้อหุ้นไทย +280.17 ล.ดอลลาร์สหรัฐ ขายหุ้นอินโด ฯ -183.87 ล.ดอลลาร์สหรัฐ และซื้อหุ้นฟิลิปปินส์ +4.91 ล.ดอลลาร์สหรัฐ

 

(-) ค่าเงินบาทเช้านี่อ่อนค่าอยู่ที่ 32.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

(-) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้นอยู่ที่ 4.606 %

(-) ดัชนี BDI ปิด -44 จุด อยู่ที่ 3,151

(-) BitCoin เช้านี้  -1.12% อยู่ที่ 77,049 ดอลลาร์สหรัฐ

 

 Economic Calendar

 

ในประเทศ

18 พ.ค.     สภาพัฒน์ แถลงตัวเลข GDP ไตรมาส 1/69

19 พ.ค.     ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.)

20 พ.ค.     ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม

สัปดาห์ที่4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ

                สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรร

                สศค.รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค,ดัชนี

ความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

 

ต่างประเทศ

20 พ.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (เม.ย.)

US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

21 พ.ค.     US รายงานการประชุมของ FOMC 

US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

                US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต  ( พ.ค.)

US ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการ  ( พ.ค.)

 

               

Theme Strategy

ทยอยสะสมหุ้น Value Stock / High Dividend Yield ที่มีความทนทานต่อภาวะตลาดที่ผันผวนสูงจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

 

(1) High Dividend Yield กลุ่มธนาคารพาณิชย์ KKP, KTB, SCB, TISCO, TTB กลุ่ม REIT / อื่นๆ CPN*, CPNREIT*, ROJNA*

 

(2) Commodity Linked ได้ประโยชน์จาก Energy Shock กลุ่มพลังงาน PTTEP, BANPU กลุ่มปิโตรเคมี PTTGC, IVL, IRPC กลุ่ม Biofuel BBGI*, GGC*, TAE*, UBE*, PCE*, UVAN*, APO*, VPO*, AIE* กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน BCPG*, GUNKUL*

 

(3) ราคาสินค้าเกษตร / อาหาร ปรับตัวเพิ่มขึ้น STA*, STGT*, TRUBB*, NER*, TFG*, BTG*

 

(4) Defensive กลุ่ม ICT / Data Center ADVANC, TRUE, DELTA*, HANA*, STECON, INSET*

 

 

**หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

 

Asset Allocation: Equity 45% Fixed Income 40% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 5%

 

Today Fundamental Research: -

 

 

Monthly Portfolio May 2026: GPSC*, ITC*, TRUE, TACC*, GUNKUL*, CPALL

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Analysts

Apichai Raomanachai  

Fundamental and Technical Investment Analysis ID No.  002939

Tel  02-829-6999  Ext  2200

Email : apichai.ra@kfsec.co.th

Nopporn Chaykaew     

Fundamental Analysis ID No.  043964

Tel  02-829-6999  Ext  2203

Email : noppoen.ch@kfsec.co.th

Nattawat Poosunthornsri  

Fundamental Analysis ID No.  087077

Tel  02-829-6999  Ext  2204

Email : nattawat.po@kfsec.co.th

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้